เกิดเหตุไฟไหม้อู่ต่อเรือยอร์ช ริมชายหาด บ้านทุ่งประดู่ ในพื้นที่อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มูลค่าความเสียหายหลายสิบล้าน

เมื่อเวลาประมาณ 13.30 น. วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 พ.ต.ท.วินัย สารวัตรสอบสวน สภ.ทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุ ไฟลุกไหม้อู่ต่อเรือยอร์ช ริมชายหาด บ้านทุ่งประดู่ หมู่ที่ 3 ตำบลทับสะแก อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จึงประสานอาสามูลนิธิสว่างรุ่งเรืองธรรมสถาน และรถดับเพลิงของเทศบาลตำบลทับสะแก และ อบต. ในพื้นที่อำเภอทับสะแก ประมาณ 10 คัน ไปร่วมระงับเหตุเพลิงไหม้ดังกล่าว

บริเวณที่เกิดเหตุ เป็นโรงงานต่อเรือ ซึ่งดำเนินกิจการต่อเรือยอร์ช ขนาด 3 ชั้น ประมาณ 200 ที่นั่ง ถูกเพลิงโหมลุกไหม้อย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่เร่งฉีดน้ำสกัดไฟที่กำลังลุกไหม้เรือ และโครงสร้างเหล็กอาคารหลังคาเมทัลชีทอย่างเร่งด่วน ซึ่งอาคารดังกล่าวได้ทรุดตัวลงมา พร้อมตู้คอนเทนเนอร์อีกประมาณ 10 ตู้ ถูกไฟโหมไหม้เสียหายไปด้วย หลังเกิดเหตุ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อม นายมนต์ชัย หนูสาย นายอำเภอทับสะแก รุดอำนวยการและตรวจสอบที่เกิดเหตุด้วยตนเอง




จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ พระสุพจน์ ซึ่งธุดงค์นั่งปฏิบัติธรรมใกล้ที่เกิดเหตุ ทราบว่า ขณะตนเองนั่งปฏิบัติธรรมอยู่กับพระอีกรูป ก็เห็นควันไฟพวยพุ่งขึ้นมาจึงออกไปดู พบเพลิงกำลังลุกไหม้อยู่ใต้ท้องเรือจึงนำน้ำใส่ถังไปดับ แต่ลมกระโชกแรงไม่สามารถดับได้ และไฟได้โหมลุกขึ้นเข้าไหม้เรือยอร์ชลำดังกล่าว

ด้านนายจรัญ ศรีชะเอม ประธานวิสาหกิจชุมชนบ้านทุ่งประดู่ กล่าวว่า ตนเองกำลังซ่อมเรือประมงอยู่ที่ปากคลองเห็นควันไฟขนาดใหญ่พวยขึ้นท้องฟ้า จึงวิ่งมาดูพร้อมประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อนำรถดับเพลิงมาระงับเหตุ ซึ่งจากการสอบถามทราบว่า เรือยอร์ชลำดังกล่าว มี บริษัท ซี แมน ยอร์ช เป็นผู้ต่อเรือ ซึ่งเป็นเรือของชาวต่างชาติสิงคโปร์ เป็นแบบเรือยอร์ช 3 ชั้น ประมาณ 200 ที่นั่ง ราคาผลิตประมาณกว่า 40 ล้านบาท ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ให้พิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ ตรวจหาสาเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้ให้ละเอียดอีกต่อไป