ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ยืนยันควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว สถานการณ์ไฟป่าสถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช เฮลิคอปเตอร์จากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บินทิ้งน้ำดับไฟ 16 เที่ยว ส่วนสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้ ปัจจุบันยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่าเกิดจากบุคคลหรือปัจจัยใด

เมื่อเวลา 11:30 น. วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์ไฟป่าภายในพื้นที่สถานที่วิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช ที่ ต.อุดมทรัพย์ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ที่เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อช่วงเวลาประมาณ 20.00 น.ของวันที่ 12 ก.พ.69 ต่อเนื่องมา พร้อมรับฟังรายงานการสรุปผลปฏิบัติการของหน่วยงานต่างๆที่ได้บูรณาการกำลังพลร่วมกันเข้าทำการระงับเหตุกว่า 200 คน



สถานการณ์ในวันนี้พบว่าช่วงเช้ายังคงมีจุดไฟไหม้ในพื้นที่จำนวน 5 จุด ซึ่งได้มีการส่งเจ้าหน้าที่เดินเท้านำอุปกรณ์เข้าไปดับไฟพร้อมกับใช้เฮลิคอปเตอร์จากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บินทิ้งน้ำดับไฟจำนวน 16 เที่ยว ล่าสุดสามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้วในช่วงเวลาประมาณ 13:00 น.ของวันที่ 14 ก.พ.69 ที่ผ่านมา



โดยทางนายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์ไฟป่า ว่า สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช อยู่ในสังกัดสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ซึ่งเหตุไฟป่าที่เกิดขึ้นในวันนี้ได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งสถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราชเอง หน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนหน่วยงานระดับจังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จิตอาสา และอาสาสมัครต่างๆ ที่ได้ระดมกำลังเข้าปฏิบัติการดับไฟจนสำเร็จลุล่วง ขณะนี้สามารถควบคุมเพลิงได้เรียบร้อยแล้ว โดยยังเหลือเพียงพื้นที่เล็กน้อยที่เจ้าหน้าที่กำลังเข้าดำเนินการให้ดับสนิท

...



ทางด้านนายสุรชิต แวงโสธรณ์ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช กล่าวว่า ไฟป่าที่เกิดขึ้นในเขตสถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราชนั้น พื้นที่ที่ถูกไฟไหม้เป็นป่าเต็งรัง ซึ่งตามธรรมชาติในช่วงฤดูแล้งจะมีการผลัดใบและสะสมเชื้อเพลิงเป็นประจำทุกปี โดยสถานีฯ มีพื้นที่ป่าเต็งรังรวมประมาณ 6,400 ไร่ จากการประเมินเบื้องต้นพบว่าพื้นที่ป่าเต็งรังส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบ แต่หากพิจารณาตามหลักวิชาการ ความเสียหายต่อระบบนิเวศในระยะยาวนั้นค่อนข้างน้อย เนื่องจากเป็นธรรมชาติของระบบนิเวศป่าเต็งรังที่จะมีการฟื้นฟูตามรอบปีอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ผลกระทบที่ชัดเจนคือเรื่องของคุณภาพอากาศที่เกิดขึ้นในระหว่างเพลิงไหม้ จากการตรวจวัดคุณภาพอากาศเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พบว่าในพื้นที่ป่าจุดที่เกิดไฟไหม้ยังมีค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน แต่ในบริเวณที่ตั้งของสถานีวิจัยฯ ซึ่งล้อมรอบด้วยพื้นที่ป่า คุณภาพอากาศยังคงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน

...




สำหรับสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้ ปัจจุบันยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่าเกิดจากบุคคลหรือปัจจัยใด ทราบเพียงจุดเริ่มต้นจากกลุ่มควันทางทิศเหนือของสถานีฯ ห่างออกไปประมาณ 2-3 กิโลเมตร ก่อนจะลุกลามเข้ามาในพื้นที่ สำหรับแผนการดำเนินงานลำดับถัดไป ทางสถานีฯ จะจ้างแรงงานชาวบ้านเข้ามาช่วยดำเนินการดับไฟที่ยังหลงเหลือตามขอนไม้หรือตอไม้ต่างๆ เพื่อลดกลุ่มควันและเร่งฟื้นฟูคุณภาพอากาศให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติ ซึ่งคาดว่าภายในเย็นวันนี้ทุกอย่างจะกลับเข้าสู่เกณฑ์มาตรฐานของคุณภาพอากาศ