บรรยากาศร้านทองอุทัยธานีรับควบ 2 เทศกาล “วาเลนไทน์-ตรุษจีน” ลูกค้าเน้นซื้อทองชิ้นเล็กเป็นของขวัญและอั่งเปา เหตุราคาทองยังพุ่งสูง


วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจร้านขายทองในวันวาเลนไทน์ และเทศกาลตรุษจีน บรรยากาศการซื้อขายทองคำในช่วงเทศกาลสำคัญประจำปีนี้มีความคึกคักในระดับปานกลาง เนื่องจากวันวาเลนไทน์และเทศกาลตรุษจีนอยู่ในช่วงเวลาที่ใกล้เคียงกัน โดยปีนี้วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ตรงกับวันวาเลนไทน์ และในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ เป็นวันจ่ายของเทศกาลตรุษจีน ต่อด้วยวันไหว้ในวันที่ 16 และวันเที่ยวในวันที่ 17 กุมภาพันธ์

นายวันชัย โตวิวัฒน์ เจ้าของห้างทองลูกสาวแม่ตังกวย (เจ๊กิม) ในเขตเทศบาลตำบลหนองฉาง อำเภอหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี เปิดเผยว่า สภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันประกอบกับราคาทองคำที่ยังคงมีความผันผวนและอยู่ในระดับสูง โดยราคาขายในร้านอยู่ในหลักหลายหมื่นบาท ทำให้บรรยากาศการซื้อขายไม่คึกคักเท่าที่ควร ส่งผลให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปเน้นการเลือกซื้อทองคำรูปพรรณชิ้นขนาดเล็กแทน เพื่อให้เหมาะสมกับกำลังซื้อ

สำหรับเทศกาลวาเลนไทน์ กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ที่เป็นคนที่เป็นคู่รัก และคนทำงานนิยมมาเลือกซื้อของขวัญประเภทของจุ๊กจิ๊ก เช่น ต่างหู ซึ่งมีราคาเริ่มตั้งแต่ 1,000 กว่าบาท ถึง 2,000 กว่าบาทตามน้ำหนัก

นอกจากนี้ยังมีตุ๊กตาทองคำที่ได้รับความนิยมในกลุ่มวัยรุ่น โดยมีราคาประมาณ 3,000 กว่าบาท ซึ่งทางร้านได้จัดเตรียมกล่องของขวัญพิเศษไว้คอยให้บริการด้วย ในส่วนของเทศกาลตรุษจีน

นายวันชัยระบุว่า แม้ในปีนี้คนส่วนใหญ่จะนิยมให้เงินสดเป็นอั่งเปามากกว่าเนื่องจากราคาทองที่สูงขึ้น แต่ก็ยังมีผู้ใหญ่บางส่วนเข้ามาเลือกซื้อทองเพื่อเป็นรางวัลให้แก่ลูกหลาน โดยสินค้าที่ได้รับความนิยมคือ กำไลหินปี่เซียะ และสร้อยข้อมือ โดยเฉพาะปี่เซียะทองคำ 99% ซึ่งมีราคาตั้งแต่ประมาณ 9,600 กว่าบาท ไปจนถึงตัวละกว่า 10,000 บาท

ทั้งนี้ “ปี่เซียะ” ถือเป็นสัตว์มงคลตามความเชื่อของชาวจีนว่าเป็นสัตว์ที่กินแล้วไม่ถ่าย เปรียบเสมือนการเก็บออมและเรียกทรัพย์ อย่างไรก็ตาม แม้ภาพรวมจะไม่หวือหวาเนื่องจากสภาพเศรษฐกิจ แต่ร้านทองขนาดเล็กในต่างจังหวัดยังคงมียอดขายเข้ามาเรื่อย ๆ ตามช่วงเทศกาล โดยเน้นกลุ่มสินค้าที่ราคาเข้าถึงง่าย และมีความหมายอันเป็นมงคล.