"กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช" ออกประกาศยกระดับคุมเข้มการครอบครอง "สัตว์ป่าควบคุมชนิด ก" ครอบคลุมสัตว์ทั้งหมด 10 ชนิด พร้อมเน้นสวัสดิภาพสัตว์และความปลอดภัยของสังคม
วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เผยว่า กรมฯ ได้ออกประกาศฉบับใหม่เพื่อยกระดับมาตรการควบคุมการครอบครองสัตว์ป่าควบคุมชนิด ก ซึ่งเป็นกลุ่มสัตว์ที่มีสายพันธุ์ดุร้ายหรือมีพฤติกรรมที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยมีเป้าหมายสำคัญในการสร้างมาตรฐานการพิจารณาอนุญาตที่เป็นหนึ่งเดียวกันทั่วประเทศ พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการกำกับดูแลให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562
สำหรับการจำแนกสัตว์ป่าควบคุมภายใต้มาตรการนี้ จะเน้นหนักไปที่ "สัตว์ป่าควบคุมชนิด ก" ซึ่งต้องอาศัยการกำกับดูแลที่เข้มงวดเป็นพิเศษ ปัจจุบันครอบคลุมสัตว์ทั้งหมด 10 ชนิด ได้แก่ กลุ่มสัตว์กินเนื้อขนาดใหญ่ (เสือชีต้า, สิงโต, เสือจากัวร์) กลุ่มลิงขนาดใหญ่ (ลิงกอริลล่าภูเขา, ลิงกอริลล่า, ลิงชิมแพนซี, ลิงโบโนโบ้, ลิงอุรังอุตังสุมาตราและลิงอุรังอุตังบอร์เนียว) รวมถึงงูขนาดใหญ่อย่างงูอนาคอนดาเขียว ขณะที่สัตว์ป่าควบคุมชนิด ข ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความดุร้ายน้อยกว่า ยังคงมีมาตรการกำกับดูแลตามระเบียบเดิมปี พ.ศ. 2565 จำนวน 57 ชนิด
ทั้งนี้ มาตรการใหม่สำหรับสัตว์ป่าควบคุมชนิด ก จะมีความเข้มข้นกว่าปกติ โดยพนักงานเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบสถานที่ครอบครองอย่างละเอียดในทุกมิติ ทั้งความเหมาะสมของสถานที่ต่อพฤติกรรมสัตว์ การจัดสวัสดิภาพที่ช่วยให้สัตว์แสดงพฤติกรรมตามธรรมชาติได้ตลอดอายุขัย รวมถึงการดูแลสุขภาพโดยสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์ดุร้ายโดยเฉพาะ
นอกจากนี้ ผู้ครอบครองต้องได้รับความยินยอมจากชุมชนและผู้อาศัยใกล้เคียง เพื่อยืนยันว่าสถานที่ตั้งจะไม่ส่งผลกระทบต่อสังคม และต้องมีมาตรการป้องกันการหลบหนีที่แข็งแรงมั่นคง พร้อมระบบช่วยชีวิต แผนรองรับเหตุฉุกเฉิน และระบบเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพสูงสุด
ในส่วนของข้อบังคับด้านกฎหมาย การครอบครองจะต้องสอดคล้องกับกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง อาทิ ผังเมือง การสาธารณสุข และข้อบัญญัติท้องถิ่น โดยหากตรวจพบว่าสถานที่ครอบครองไม่เป็นไปตามมาตรฐาน เจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งการให้แก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนด หากเพิกเฉยจะนำไปสู่การไม่รับแจ้งการครอบครอง และอาจถูกยึดหรืออายัดสัตว์ตามกฎหมายทันที
ทั้งนี้ ผู้ที่ได้รับใบรับแจ้งการครอบครองแล้วหากฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามระเบียบสวัสดิภาพสัตว์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัยสัตว์หลุดจากที่กักขัง จะต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ทันทีภายใน 24 ชั่วโมง เพื่อระงับเหตุได้อย่างทันท่วงที โดยประกาศฉบับนี้มีผลบังคับใช้ในทันทีเพื่อความปลอดภัยของสังคมโดยรวม.
ขอบคุณเฟซบุ๊ก กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช