ผู้เฒ่าวัย 86 ปี ฉีกบัตรเลือกตั้งเสียหายที่ อ.ปัว จ.น่าน กกต.วินิจฉัยไม่มีเจตนา เหตุเกิดจากความเข้าใจผิด สะท้อนให้เห็นถึงข้อจำกัดด้านการรับรู้ขั้นตอนและรูปแบบบัตรเลือกตั้งของผู้สูงวัย
เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาประมาณ 13.30 น. พ.ต.ท.นพพร สุขกันต์ พนักงานสอบสวน สภ.ปัว จังหวัดน่าน ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำหน่วยเลือกตั้งที่ 9 หมู่ 1 บ้านนาป่าน ตำบลสถาน อำเภอปัว จังหวัดน่าน ว่ามีผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งทำบัตรเลือกตั้งเสียหาย
หลังรับแจ้งได้รายงานให้ พ.ต.อ.บุญส่ง นิกรเถื่อน ผู้กำกับการ สภ.ปัว ทราบ และรุดไปตรวจสอบที่หน่วยเลือกตั้งดังกล่าว จากการสอบถามทราบว่า ผู้ก่อเหตุคือ นายชื่น กะรัตน์ อายุ 86 ปี อยู่ในพื้นที่หมู่ 1 ตำบลสถาน อำเภอปัว จังหวัดน่าน
เบื้องต้นทราบว่า นายชื่นได้เดินทางมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งตามปกติ หลังจากได้รับบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตแล้ว ได้คลี่บัตรออกโดยฉีกตามรอยปะของบัตรเลือกตั้ง เนื่องจากเกิดความเข้าใจผิด ทำให้บัตรเลือกตั้งได้รับความเสียหาย
ภายหลัง นายชื่นได้แจ้งเหตุให้ นายปรุฬห์ ยาปัน อายุ 45 ปี กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งที่ 9 ทราบ และแสดงความไม่ประสงค์จะขอบัตรเลือกตั้งใบใหม่ คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งได้ร่วมกันพิจารณาแล้ว เห็นว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่มีเจตนาทำลายบัตรเลือกตั้ง เป็นเพียงความเข้าใจผิดของผู้สูงอายุ จึงได้ลงบันทึกเหตุการณ์ไว้เป็นหลักฐาน เพื่อรายงานให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดน่าน ทราบและดำเนินการตามระเบียบต่อไป
สำหรับในกรณีผู้สูงอายุวัย 86 ปี ทำบัตรเลือกตั้งเสียหายจากความเข้าใจผิด สะท้อนให้เห็นถึงข้อจำกัดด้านการรับรู้ขั้นตอนและรูปแบบบัตรเลือกตั้งของผู้มีสิทธิ์สูงวัย โดยเฉพาะบัตรเลือกตั้งที่มีรอยพับและรอยปรุ ซึ่งอาจทำให้เกิดความสับสนได้
เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งในหลายพื้นที่ให้ข้อมูลว่า ผู้สูงอายุจำนวนหนึ่งยังต้องการคำอธิบายขั้นตอนการใช้สิทธิ์อย่างใกล้ชิด ตั้งแต่การรับบัตร การกากบาท ไปจนถึงการพับบัตรก่อนหย่อนลงหีบ เพื่อป้องกันความผิดพลาดโดยไม่เจตนา
นักวิชาการด้านการเลือกตั้งมองว่า การจัดการเลือกตั้งในสังคมสูงวัย ควรเพิ่มมาตรการสื่อสารที่เข้าใจง่าย เช่น ป้ายคำอธิบายขนาดใหญ่ ตัวอักษรชัดเจน การสาธิตขั้นตอนก่อนเข้าคูหา รวมถึงการมีเจ้าหน้าที่หรืออาสาสมัครคอยให้คำแนะนำอย่างเหมาะสม โดยไม่กระทบต่อหลักความลับของบัตรเลือกตั้ง
ขณะที่ฝ่ายปฏิบัติการเลือกตั้งระบุว่า เหตุการณ์ลักษณะนี้ไม่ถือเป็นการกระทำผิดกฎหมาย หากไม่พบเจตนาทำลายบัตรเลือกตั้ง แต่เป็นบทเรียนสำคัญที่ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการปรับกระบวนการเลือกตั้งให้สอดคล้องกับโครงสร้างประชากรที่มีผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น เพื่อให้ทุกเสียงสามารถใช้สิทธิ์ได้อย่างถูกต้องและเท่าเทียม.