มูลนิธิสิริวัฒนภักดีและบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ขอเชิญร่วมสร้างมหาธาตุเจดีย์สิริจันโท เพื่อบรรจุอัฐิธาตุของพระอริยสงฆ์ โดยช่องทางการร่วมสมทบทุน ธนาคารออมสิน สาขาโคกกะเทียม เลขที่บัญชี 020454994979 ชื่อบัญชี วัดสิริจันทรนิมิตรวรวิหาร เพื่อสร้างพระเจดีย์ เจ้าคุณอุบาลีฯ (จันทร์ สิริจันโท) ซึ่งเงินบริจาคสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้
ความสำคัญของวัดสิริจันทรนิมิตร
ความสำคัญของวัดสิริจันทรนิมิตร ที่ในอดีตเรียกว่า เขาบ่องาม และเรียกเขาพระงาม ในยุคที่มีการสร้างพระใหญ่และวัดสิริจันทรนิมิตแล้ว สามารถระบุความสำคัญของสถานที่นี้ ได้ 5 ด้าน ดังนี้
1. ความสำคัญในเชิงโบราณคดีและหลักฐานพระพุทธศาสนายุคแรกพบแถบเขาพระงาม
เป็นแหล่งโบราณดีสำคัญ สำหรับการศึกษาทั้งมานุษยวิทยาและความเจริญทางพระพุทธศาสนาในประเทศไทย ที่ยังมีหลักฐานหลงเหลือให้ค้นคว้าได้ ในด้านมานุษยวิทยาพบการตั้งถิ่นฐานของกลุ่มคนทับซ้อนกันในหลายยุค ยุคแรกเมื่อกว่าสามพันปีก่อน ซึ่งมีความสามารถในการนำหินและวัสดุอื่นมาใช้ในการดำรงชีวิต เช่น ขวานหิน สามารถถลุงโลหะเป็นเครื่องมื้อเลี้ยงชีพ ทำภาชนะดินเผา ยุคสำคัญเมื่อราว 1,000-1,500 ปีก่อน เริ่มมีการก่อตั้งชุมชนติดต่อกับภายนอกมากขึ้น มีความเชื่อทางศาสนาเข้ามา พบเหรียญ ตราประทับ ตะเกียงโรมัน เครื่องประดับ อายุราวพุทธศัตวรรษที่ 8-10
ในทางพระพุทธศาสนา เป็นถิ่นฐานของผู้ที่ยอมรับนับถือพระพุทธศานาแห่งแรกๆ ของประเทศไทย พบพุทธสถาน จารึกหลักธรรมคำสอนเป็นภาษาบาลีแพร่หลาย เป็นหลักคำสอน เช่น หลักอริยสัจ หลักปฏิจจมุปบาท ซึ่งคาดว่าเป็นเขตอรัญญิกของชุมชนเมืองครั้งยุควัฒนธรรมทวารวดี (พ.ศ. 1000-1500) เพราะเป็นอาณาบริเวณที่เป็นป่าเขา มีถ้ำ เพิงถ้ำ ป่า เหมาะแก่การใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติเพื่อความเจริญธรรมได้ และอยู่ไม่ใกลกับชุมชน จนมาถึงในยุคพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจนฺโท) และหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ความเป็นอรัญญวาสีที่อยู่ใกล้กับเมืองหลวงในยุคปัจจุบัน คือ กรุงเทพฯ ได้กลับคืนมาอีกครั้ง (ภูธร ภูมะธน,2562:3-4)
2. เป็นวัดเดียวซึ่งเป็นอนุสรณ์แห่งเจ้าคุณพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจนฺโท)
ท่านเจ้าคุณพระอุบลีฯ เป็นพระมหาเถรสำคัญในยุคกึ่งพุทธกาลมีความสามารถทั้งคันถธุระและวิปัสสนาธุระ ในฝ่ายคันถธุระ คือ การศึกษาปริยัติธรรมและการปกครอง ท่านเป็นผู้วางรากฐานการศึกษาทั้งทางธรรมและทางโลกไว้ทั้งภาคอีสานและภาคเหนือ ในฝ่ายวิปัสสนาธุระ ท่านเป็นนักปฏิบัติเป็นแบบอย่าง เป็นพระธรรมกถึกเชี่ยวชาญในการเผยแผ่พระธรรมคำสอนได้อย่างเข้าใจ มีการตีพิมพ์ผลงานของท่านสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน ทั้งในฝ่ายฆราวาสและฝ่ายสงฆ์ โดยเฉพาะในฝ่ายสงฆ์ ปรากฏว่าท่านเป็นพระบูรพาจารย์รูปสำคัญของ หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต เจ้าคุณอุบาลีฯ จึงได้รับการยกย่องให้เป็น พระปรมาจารย์พระธุดงคกรรมฐานของประเทศไทย
ท่านเจ้าคุณอุบาลีฯ ได้มาพบสถานที่แห่งนี้และเริ่มก่อสร้างให้เป็นวัดสำหรับเป็นสำนักในการปฏิบัติธรรมฝ่ายอรัญญวาสี สอดคลอ้งกับเจตนารมณ์ในสมัยอดีตกาล เมื่อปี พ.ศ. 2455 แสดงถึงความเป็นพระผู้ใหญ่ที่ถึงแม้จะมียศตำแหน่งสูง แต่ก็ยังปฏิบัติพระกัมมัฏฐานตามแนวทางพระพุทธองค์ และยังส่งเสริมให้สานุศิษย์ ได้มาปฏิบัติธรรมยังที่แห่งนี้ด้วย เป็นดั่งพื้นที่สำหรับผู้ได้รับการศึกษาปริยัติธรรมแล้ว จะได้มาใช้สถานที่นี้ทดลองปฏิบัติตามแนบทางของพระพุทธองค์
ต่อมา ร.6 ได้เสด็จวัดสิริจันทรนิมิตร ในการผูกพัทธสีมา วันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2466 (วันมาฆบูชา) ต่อมาทรงพระราชทานนาม วัดสิริจันทรนิมิตร เมื่อวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2466 ซึ่งนามวัดนี้อาจแปลได้ว่า เป็นวัดซึ่งพระเถรซึ่งมีสมณฉายานาม สิริจนฺโท เป็นผู้ก่อสร้างขึ้น จากนามวัดนี้เป็นการชี้เฉพาะให้เป็นอนุสรณ์ของท่านเจ้าคุณอุบาลีฯ อย่างแท้จริง
3. เป็นหนึ่งในสถานที่ปฏิบัติธรรมของ หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต
หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต หลังจากบำเพ็ญสมณธรรม ณ ถ้ำสาลิกา จ.นครนายกแล้ว ท่านเจ้าคุณพระอุบาลีฯได้แนะนำให้มาปฏิบัติธรรมยังเขาพระงาม ท่านยังได้ออกปัจจัยซื้อตั๋วรถไฟถวายหลวงปู่มั่นในการเดินทางครั้งนั้นด้วย โดยหลวงปู่มั่นเลือกที่พำนักในบริเวณถ้ำไผ่ขวาง (รำลึกวันวาน โดย หลวงตาทองคำ จารุรวณฺโณ พ.ศ. 2552, หน้าที่ 23) ซึ่งในอดีต คือ อาณาบริเวณเดียวกันกับเขาพระงาม ได้พักบำเพ็ญธรรมตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ. 2455 และยังจำพรรษาในปี พ.ศ.2456
ถ้ำไผ่ขวาง ตั้งอยู่ด้านตะวันตกของเทือกเขาพระงาม ในอดีตเป็นอาณาบริเวณเดียวกันกับ วัดสิริจันทรนิมิตร ที่เริ่มต้นก่อสร้าง โดย พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจนฺโท) เมื่อปี พ.ศ. 2455 ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณทิศใต้ของเทือกเขาพระงาม ดังปรากฏที่จารึกผนังถ้ำไผ่ขวาง พระศีลวรคุณ (ลำเจียก สงฺกิจฺโจ) อดีตเจ้าอาวาสวัดสิริจันทรนิมิตร ได้มาก่อสร้างผนังถ้ำไผ่ขวางเมื่อปี พ.ศ. 2461 โดยชื่อถ้ำไผ่ขวาง เป็นชื่อตามหมู่บ้านไผ่ขวาง ที่ตั้งอยู่ที่ราบเชิงเขาที่ตั้งของถ้ำ
ต่อมาชาวบ้านไผ่ขวางได้ร่วมกันสร้างวัดประจำหมู่บ้าน ชื่อ วัดทุ่งสิงโต สำเร็จเป็นวัดโดยสมบูรณ์เมื่อปี พ.ศ.2470 ทำให้ถ้ำไผ่ขวางได้ถูกเรียกว่า ถ้ำสิงห์โต ตามชื่อวัดที่ตั้งในปัจจุบัน ที่กล่าวกันว่าตั้งตามนิมิตหลวงปู่มั่นที่เห็นลูกสิงห์โต 2 ตัวเล่นหยอกล้อกันบริเวณหน้าถ้ำ (รำลึกวันวาน โดย หลวงตาทองคำ จารุรวณฺโณ พ.ศ. 2552, หน้าที่ 32) ในทางโบราณคดี ปรากฏว่า อาณาบริเวณเทือกเขาพระงามเคยเป็นพุทธสถานและเป็นแหล่งที่มีการตั้งถิ่นฐานมายาวนาน พบหลักฐานตั้งแต่สมัยทวารวดี ถึง อยุธยา (กฐินพระราชทาน วัดสิริจันทรนิมิตร ประจำปี 2563, หน้าที่ 51-60)
การที่หลวงปู่มั่น ได้มาบำเพ็ญเพียรยังถ้ำไผ่ขวาง นอกจากการมาบำเพ็ญเพียรในส่วนของท่านเองแล้ว ท่านยังได้พบและให้การอบรมธรรมะแด่ พระเทพวรคุณ (อ่ำ ภทฺราวุโธ) อดีตเจ้าอาวาสวัดสิริจันทรนิมิตร ซึ่งเป็นน้องชายแท้ๆ ของท่านเจ้าคุณอุบาลีฯ ที่ได้รับมอบหมายให้มาดูแลการสร้างวัดนี้ในช่วงเริ่มต้น
ภายหลังจากที่หลวงปู่มั่น ได้ปฏิบัติที่ถ้ำไผ่ขวางแล้ว ท่านน่าจะได้ความรู้ความเห็นในธรรมลึกซึ้งเข้าใจยิ่งขึ้น ต่อมาได้มีโอกาสสนทนาธรรมกับท่านเจ้าคุณอุบาลีฯ จนได้รับการยอมรับแล้ว หลักจากที่ท่านปฏิบัติธรรมอย่างเด็ดเดี่ยวรูปเดียวมานานหลายสิบปีต่อเนื่อง ท่านได้เริ่มออกมาเกี่ยวข้องกับคณะสงฆ์มากยิ่งขึ้น เพื่อเผยแผ่คำสอนเริ่มต้นกองทัพธรรมพระกรรมฐาน ที่เป็นกงล้อสำคัญในการสืบทอดการสืบสายพระป่าในยุคปัจจุบัน
ถ้ำภัทราวุโฒ และลานด้านข้างถ้ำ ที่มุกขปาฐะในพื้นที่กล่าวว่า เป็นสถานที่สนทนาธรรมระหว่าง ท่านเจ้าคุณพระอุบาลีฯ กับ หลวงปู่มั่น
4. การสนทนาธรรมครั้งประวัติศาสตร์
ภายหลังการปฏิบัติธรรมอย่างเด็ดเดี่ยวขององค์หลวงปู่มั่น เจ้าคุณพระอุบาลีฯ ได้มาพบสนทนาธรรมกัน ณ วัดสิริจันทรนิมิตรแห่งนี้ ทำให้เจ้าคุณอุบาลีฯ ยอมรับและสรรเสริญถึงผลการปฏิบัติธรรมขององค์หลวงปู่มั่น เป็นเหตุให้ในปีถัดมา คือ ปี พ.ศ. 2457 หลวงปู่มั่น ได้จำพรรษาที่วัดปทุมวนาราม กรุงเทพฯ ตามคำอาราธนาของ พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจนฺโท) วัดบรมนิวาส เพื่อเริ่มเผยแผ่ธรรมให้กว้างขวางขึ้น
ท่านเจ้าคุณก็ได้ประกาศความดีของท่านอาจารย์มั่นฯ ให้แก่พระภิกษุสามเณรทั้งหลายฟังว่า
“ท่านอาจารย์มั่นฯ เป็นอาจารย์กัมมัฏฐานที่มีความสามารถมากที่สุดในยุคนี้ ถ้าใครต้องการจะศึกษาธรรมปฏิบัติแล้ว จงไปศึกษากับท่านอาจารย์มั่น ฯ เถิด เธอทั้งหลายจะได้ความรู้จากธรรมปฏิบัติอันลึกซึ้งจากท่านอาจารย์มั่น ฯ” ( ประวัติหลวงปู่มั่นฉบับสมบูรณ์ โดย หลวงพ่อวิริยังค์ ฯ 2541 หน้าที่ 177)
"ท่านมั่นเป็นกัลยาณมิตร ควรสมาคม" (อัตตโนประวัติ พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ ฯ โดย หลวงปู่เทศก์ เทสรํสี 2538 หน้าที่ 178)
“ท่านมั่นนี้เก่งจริง เราเองเป็นขนาดอาจารย์ แต่ไม่เป็นท่า น่าอายท่านมั่นเหลือเกิน ท่านมั่นเก่งจริง”
“มันต้องอย่างนี้ซิลูกศิษย์พระตถาคต ถึงจะเรียกว่าเดินตามครู พวกเราอย่าทำตัวเป็นโมฆะจากธรรมของพระพุทธเจ้าเสียหมด ต้องมีผู้ทรงธรรมท่านไว้บ้าง สมกับธรรมเป็นอกาลิโก ไม่ปล่อยให้กาลสถานที่และความเกียจคร้านเอาไปกินเสียหมด ธรรมจะไม่ปรากฏแก่โลกทั้งที่พระพุทธเจ้าประกาศสอนแก่หมู่ชน ต้องทำอย่างท่านมั่นที่ได้ความรู้ต่าง ๆ มาเล่าสู่กันฟังอย่างนี้จึงเป็นที่น่าชมเชย” (ประวัติพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺตเถร โดย หลวงปู่มหาบัว ญาณสมฺปนฺโณ พ.ศ. 2557 หน้าที่ 62-63)
หลังจากนั้นองค์หลวงปู่มั่น ได้เริ่มทศวรรษแห่งการก่อสร้างกองทัพธรรมพระกรรมฐานต่อเนื่องเป็นเวลา 12 ปี จนในปี พ.ศ. 2471 ท่านได้กลับไปลีกวิเวกทางเหนือ เพื่อปฏิบัติอย่างเด็ดเดี่ยวอีกครั้งเป็นเวลา 12 ปี จึงได้กลับมายังดินแดนอีสาน เริ่มเผยแผ่ธรรมสร้างสานุศิษย์พุทธบุตรอย่างเข้มข้น ต่อเนื่อง 10 ปี จนท่านมรณภาพ
พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจนฺโท) หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต และหลวงปู่เภา พุทฺธสโร สามจอมทัพธรรมพระกัมมัฏฐาน ที่เคยปฏิบัติร่วมกันใน เขาพระงาม อรัญญวาสี แห่งนครลพบุรี
5. สงฆ์สามัคคีทำให้เกิดสุข
หากพระสงฆ์เป็นพระที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ มีข้อวัตรประบัติ คุณธรรม ศีลเสมอกัน ย่อมเกิดความสามัคคีกันได้โดยง่าย ในช่วงเวลาที่วัดสิริจันทรนิมิตร เป็นอารามอรัญญวาสี ในการดูแลของ เจ้าคุณพระอุบาลีฯ และหลวงปู่มั่น ซึ่งเป็นคณะสงฆ์ฝ่ายธรรมยุติกนิกาย ยังมีสำนักในฝ่ายมหานิกายที่สำคัญ คือ สำนักของ หลวงปู่เภา พุทฺธสโร ซึ่งเป็นสำนักปฏิบัติธรรมของคณะสงฆ์ในฝ่ายมหานิกาย ปรากฏหลักฐานว่า ทั้งสองสำนักได้ไปมาหาสู่กันด้วยความสนิทใจ เนื่องจากถือพระธรรมวินัยเป็นใหญ่อย่างเคร่งครัด
ยังปรากฏว่า หลวงปู่ชา สุภทฺโธ พระป่าในฝ่ายมหานิกาย ที่สานุศิษย์ได้เผยแผ่ธรรมออกไปทั่วโลกนั้น ได้เคยเข้าศึกษาในสำนักของหลวงปู่เภา และได้รับคำแนะนำให้มาศึกษาต่อในสำนักของหลวงปู่มั่น ที่วัดป่าภูริทัตตถิราวาส บ้านหนองผือ อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร ซึ่งหลวงปู่มั่นยังสรรเสริญในสังฆคุณของหลวงปู่เภาไว้ว่า
"ดี...ท่านอาจารย์เภาก็เป็นพระแท้องค์หนึ่งในประเทศไทย" (สุภัทโทอนุสรณ์ พ.ศ.2536 หน้าที่19)
รายการอ้างอิง
1) ประวัติพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺตเถร โดย หลวงปู่มหาบัว ญาณสมฺปนฺโณ จัดพิมพ์โดย มูลนิธิสิริวัฒนภักดี พ.ศ. 2557
2) ประวัติหลวงปู่มั่นฉบับสมบูรณ์ โดย หลวงพ่อวิริยังค์ ฯ พ.ศ. 2541
3) อัตตโนประวัติ พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ ลายมือหนังสือธรรมของ พระอาจารย์ฝั้ง อาจาโร วงศ์ธรรมยุติในภาคอีสาน โดย หลวงปู่เทศก์ เทสรํสี
4) รำลึกวันวาน โดย หลวงตาทองคำ จารุรวณฺโณ พ.ศ. 2552
5) สุภัทโทอนุสรณ์ ประวัติ หลวงพ่อชา สุภทฺโท โดย ศิษยานุศิษย์ พ.ศ.2536
6) ไต้ร่มโพธิญาณ ประวัติ หลวงพ่อชา สุภทฺโท โดย ศิษยานุศิษย์ พ.ศ.2535
7) พระอาจารย์มั่น กับจังหวัดลพบุรี โดย ภูธร ภูมะธน และคณะ พ.ศ. 2562
8) กฐินพระราชทาน วัดสิริจันทรนิมิตร จังหวัดลพบุรี พ.ศ.2563 โดย บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)
9) ประวัติพระครูพุทธสราจารย์ (เภา) หลวงพ่อเภา วัดถ้ำตะโก http://www.dharma-gateway.com/.../lp-pao-wat-tumtako-hist...