เจ้าหน้าที่ระดมช่วย "ผู้ป่วยวิกฤต" หนักกว่า 260 กิโลกรัม ส่งรักษาตัวด่วน หลังหัวใจวายเฉียบพลัน ต้องขนย้ายผู้ป่วยทั้งเตียงขึ้นรถลากจูง เดินทางเกือบ 100 กม.
วันที่ 26 ม.ค. 2569 นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา ได้โพสต์ภาพผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เป็นภาพของการระดมช่วยเหลือผู้ป่วยวิกฤตชายรายหนึ่งที่มีน้ำหนักตัวมากกว่า 200 กิโลกรัมเพื่อนำส่งรักษา พร้อมระบุข้อความว่า ภารกิจรับ–ส่งต่อผู้ป่วยวิกฤตที่ต้องบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์การแพทย์อีกครั้งเมื่อ โรงพยาบาลปากช่อง ได้ส่งต่อผู้ป่วยอาการหนัก น้ำหนักตัวกว่า 260 กิโลกรัม ด้วยภาวะ หัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ผู้ป่วยจำเป็นต้องใส่ท่อช่วยหายใจและพึ่งพาเครื่องช่วยหายใจตลอดการเคลื่อนย้าย สู่การรักษาที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา
ภารกิจครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการขนย้ายผู้ป่วย แต่คือภารกิจที่ท้าทายกับการเคลื่อนย้ายชีวิต ทุกวินาทีระหว่างทางคือความท้าทาย ทั้งด้านอาการหนักของผู้ป่วย น้ำหนักตัว 260 กิโลกรัมที่ส่งผลต่อความดัน การควบคุมทางเดินหายใจ และความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนตลอดเส้นทาง ซึ่งไม่ได้ทำกันบ่อยๆ ทีมแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ฉุกเฉิน ได้วางแผนอย่างรัดกุม ตั้งแต่การจัดท่าผู้ป่วย การควบคุมเครื่องช่วยหายใจ การเฝ้าระวังสัญญาณชีพ ไปจนถึงการประสานงานด้านเส้นทางและเวลา ทุกขั้นตอนดำเนินไปด้วยความแม่นยำและเป็นมืออาชีพ
ทั้งนี้ ต้องขอขอบคุณทีมพี่ๆ ตำรวจ ผลลัพธ์ของความร่วมมือครั้งนี้คือ ผู้ป่วยเดินทางถึงโรงพยาบาลปลายทางอย่างปลอดภัย ขณะนี้ผู้ป่วยได้เข้ารับการดูแลต่อเนื่องที่ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ภารกิจนี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่าระบบส่งต่อที่ดี + ทีมที่พร้อม + ใจที่ไม่ยอมแพ้ คือหัวใจของการดูแลคนไข้แบบไร้รอยต่อ ที่ทางสาธารณสุขเราพูดกันมาโดยตลอด ขอบคุณภาพจากรถแห่ปังปอนด์ซาวด์เพิ่มเติมด้วย
...
อย่างไรก็ตาม ภารกิจขนย้ายผู้ป่วยวิกฤตชายที่มีภาวะหัวใจล้มเหลวจาก รพ.ปากช่องนานา อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา มายัง รพ.มหาราชนครราชสีมา อ.เมืองนครราชสีมา ทีมเจ้าหน้าที่ต้องระดมความร่วมมือจากหลายๆ ฝ่าย ดำเนินการอย่างระมัดระวัง เพราะผู้ป่วยมีน้ำหนักตัวกว่า 260 กิโลกรัม ไม่สามารถจะนำผู้ป่วยมากับรถพยาบาลได้ แต่ต้องนำผู้ป่วยขึ้นรถลากจูง นอนมาบนเตียงโดยยังมีท่อช่วยหายใจและอุปกรณ์เครื่องช่วยหายใจติดอยู่ ท่ามกลางการดูแลอย่างใกล้ชิดของทีมแพทย์-พยาบาลที่เดินทางมาด้วย เพราะอาการยังไม่คงที่ จึงต้องประสานขอความอนุเคราะห์จากเจ้าหน้าที่ตำรวจ และทีมกู้ชีพ-กู้ภัยสว่างวิชชาธรรมสถานปากช่อง ให้ช่วยอำนวยความสะดวกจราจร เพื่อเคลื่อนย้ายผู้ป่วยได้อย่างปลอดภัย.