ชุลมุนกลางวัดร่องขุ่น นักท่องเที่ยวไต้หวันปะทะคนไทย ปมจุดห้ามหยุดถ่ายภาพ "สะพานวัฏสงสาร" ก่อนจบสวยที่โรงพัก สองฝ่ายยินยอมชดใช้ค่าเสียหาย-เสียค่าปรับ


วันที่ 22 ม.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอความยาวประมาณ 12 วินาที ผ่านสื่อสังคมออนไลน์และกลุ่มไลน์ เผยให้เห็นเหตุการณ์ชุลมุนบริเวณสะพานวัฏสงสาร หรือสะพานข้ามไปยังอุโบสถขาว ภายในวัดร่องขุ่น ต.ป่าอ้อดอนชัย อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย ซึ่งเป็นผลงานศิลปะชิ้นเอกของ อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ โดยในคลิปปรากฏภาพชายและหญิงกำลังทะเลาะวิวาทชกต่อยกันท่ามกลางนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่ยืนล้อมรอบด้วยความตกใจ

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่าเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 15 ม.ค.ที่ผ่านมา สาเหตุเริ่มต้นจากความเข้าใจผิดระหว่างนักท่องเที่ยวชาวไต้หวันและกลุ่มคนไทยที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด เนื่องจากบริเวณสะพานดังกล่าวเป็นจุดที่ห้ามหยุดถ่ายภาพ เพื่อรักษาความเป็นระเบียบและป้องกันการแออัดของมวลชน แต่เนื่องจากข้อจำกัดทางด้านภาษาและความต้องการถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ทำให้เกิดการโต้เถียงกันจนบานปลายกลายเป็นการใช้กำลัง

นายณรงค์ชัย เทพทนต์ อายุ 54 ปี เจ้าของร้านศาลาหลวงพ่อโต หน้าวัดร่องขุ่น ให้ความเห็นว่าเหตุการณ์นี้ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง เพราะวัดเป็นเขตอภัยทาน ตนเข้าใจว่าอากาศที่ร้อนประกอบกับจุดใต้สะพานเป็นการจำลองนรกที่มีความร้อนแรง หากจิตใจไม่เข้มแข็งพออาจทำให้จิตตกและใจร้อนได้ง่าย เราเป็นเจ้าบ้านควรใจเย็นและยิ้มแย้มเข้าไว้ เพราะวัดร่องขุ่นเป็นสถานที่ระดับโลก หากมีข่าวไม่ดีแพร่ออกไปจะกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยว

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของวัดได้รีบเข้าไประงับเหตุและนำตัวคู่กรณีทั้งสองฝ่ายไปยัง สภ.เมืองเชียงราย เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผยว่า หลังการเจรจาไกล่เกลี่ย ทั้งสองฝ่ายเริ่มใจเย็นลงและยอมรับว่าเป็นเหตุจากความเข้าใจผิด ไม่ได้มีเจตนาทำร้ายร่างกายร้ายแรงแต่อย่างใด ซึ่งบทสรุปของคดีนี้ จบลงด้วยการที่ทั้งสองฝ่ายยินยอมชดใช้ค่าเสียหายและเสียค่าปรับ พร้อมทั้งกล่าวคำขอโทษต่อกันก่อนจะแยกย้ายกันไป ทำให้เหตุการณ์คลี่คลายลงได้ด้วยดี

...

นายณรงค์ชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า บริเวณ “สะพานวัฏสงสาร” เป็นพื้นที่ควบคุมพิเศษที่มีป้ายเตือนหลายภาษาแจ้งนักท่องเที่ยวห้ามหยุดยืนถ่ายภาพ เพื่อความปลอดภัยและป้องกันอุบัติเหตุเนื่องจากมีทางเดินแคบและสูง ทั้งนี้ทางวัดยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นกรณีเฉพาะบุคคล และไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการเปิดให้บริการหรือบรรยากาศการท่องเที่ยวในภาพรวม พร้อมขอความร่วมมือให้นักท่องเที่ยวปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัดเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสถานที่สืบไป.