ตำรวจรอผลพิสูจน์ หลังเกิดเสียงดังคล้ายระเบิดที่โกดังสุไหงโก-ลก ไฟไหม้รถเทรลเลอร์วอด 2 คัน ยังไม่ชี้ชัดว่าถูกลอบวางระเบิดหรือไฟฟ้าลัดวงจร


เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 21 ม.ค. 69 พ.ต.อ.ธัญ ศิริขันธ์ ผกก.สภ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส นายซูปียัน แดเมาะเล็ง นายอำเภอสุไหงโก-ลก พ.ต.ต.หญิงรมิตา จุ้ยชุม นักวิทยาศาสตร์ สบ.2 กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.กองกำกับการตำรวจภูธร จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมเดินทางไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุ หลังเกิดเสียงดังคล้ายระเบิดเกิดขึ้นที่บริเวณโกดังท่าโต๊ะแว ซึ่งอยู่ตรงกันข้ามกับปั๊ม ปตท. ที่ถูกคนร้ายลอบวางระเบิดได้รับความเสียหาย 1 ใน 5 แห่ง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 11 ม.ค.69 ที่ผ่านมา ซึ่งตั้งอยู่ ม.3 ต.ปาเสมัส

จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่อย่างละเอียด ไม่สามารถตรวจสอบพบหลักฐานใดๆ ที่เชื่อมโยงเป็นระเบิดแสวงเครื่อง แต่เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบที่บริเวณถังบรรจุน้ำมันเชื้อเพลิง ที่เป็นต้นเพลิงจากเสียงดังที่เกิดขึ้น พบว่าวัตถุโลหะที่ใช้เป็นถังน้ำมันเชื้อเพลิง มีการระเบิดขึ้นจากภายในถังซึ่งแสดงให้เห็นว่าไม่ได้มีการระเบิดจากภายนอก ที่เป็นจุดที่คนร้ายใช้เป็นที่ซุกซ่อนหรือวางวัตถุระเบิดในจุดนี้ในการก่อเหตุแต่อย่างใด

...

แต่ถึงอย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ได้มีการตรวจเก็บวัตถุพยานที่เป็นคราบน้ำมันสีดำ ไปตรวจสอบว่ามีสารปนเปื้อนเขม่าดินปืนหรือไม่ หากไม่สามารถตรวจสอบพบ ก็น่าจะมาจากสาเหตุการลัดวงจรจากแบตเตอรี่ ที่มีการเปิดไว้เลี้ยงระบบ จี.พี.เอส. ของรถบรรทุกพ่วงหรือเทรลเลอร์ทุกคัน และรวมถึงผู้ขับขี่รถคันดังกล่าว มักจะมีการต่อสายไฟหรือวงจรในการตกแต่งไฟ หรือส่วนควบให้รถมีความสวยงาม จนกระแสไฟที่ลัดวงจรไปทำให้เกิดความร้อนที่บริเวณถังบรรจุน้ำมันเชื้อเพลิง จนเกิดการระเบิดด้วยแรงดันภายในถังจนเสียงดังสนั่นหวั่นไหว

ด้าน พ.ต.อ.ธัญ ผกก.สภ.สุไหงโก-ลก กล่าวว่า จากเหตุการณ์เสียงระเบิดที่ดังขึ้นในช่วงเวลา ประมาณ 02.00 น.ที่บริเวณโกดัง ต.ปาเสมัส จากการตรวจสอบเบื้องต้นจากเจ้าหน้าที่ อี.โอ.ดี.และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ปรากฏว่าไม่มีชิ้นส่วนเศษซากของวัตถุระเบิดแต่อย่างใด แต่ต้องรอผลการตรวจอีกครั้งว่าเหตุที่เกิดขึ้นเป็นการลอบวางระเบิดของผู้ไม่หวังดีหรือไม่อย่างไร.