ฝ่ายปกครองจังหวัดภูเก็ต เข้าตรวจสอบโรงแรมหรูภูเก็ต ปมชายปริศนา ใช้มาสเตอร์คีย์การ์ดเปิดห้องพัก ลั่นหากพบโรงแรมบกพร่องในการดูแลแขก อาจนำไปสู่การไม่ต่อใบอนุญาตโรงแรม ด้านโรงแรมยืนยันพร้อมทบทวนปรับปรุงระบบรักษาความปลอดภัยเพื่อปิดช่องโหว่ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 19 มกราคม 2569 ณ โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ รีสอร์ท ภูเก็ต สุรินทร์ บีช ฝ่ายปกครองจังหวัดภูเก็ต นำโดย นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย นายธะเนต นาวาล่อง จ่าจังหวัดภูเก็ต นายดนัย สุขสกุล ป้องกันจังหวัดภูเก็ต และ นายวิสุทธิ์ โรมินทร์ ปลัดอาวุโสอำเภอถลาง ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีปรากฏคลิปในสื่อออนไลน์ ชายปริศนาใช้คีย์มาสเตอร์ (Key Master) เปิดห้องพักของแขกโดยไม่ได้รับอนุญาต สร้างความกังวลด้านความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว

...




นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้เป็นการ **ปฏิบัติตามที่ได้รับมอบหมาย** จากผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เพื่อติดตามความคืบหน้าของเหตุการณ์ ตรวจสอบความถูกต้องตามกฎหมาย และประเมินมาตรการด้านความปลอดภัยของโรงแรม เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวและประชาชน

จากการตรวจสอบเบื้องต้น โรงแรมแห่งนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการขอต่อใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม โดยใบอนุญาตเดิมสิ้นสุดเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ซึ่งจังหวัดกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาตามขั้นตอนทางกฎหมาย ทั้งนี้ โรงแรมมีชื่อจดทะเบียนว่า “โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ รีสอร์ท ภูเก็ต สุรินทร์ บีช” เป็นโรงแรมประเภทที่ 3 จำนวน 256 ห้อง ตั้งอยู่หมู่ที่ 3 ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต




ปลัดจังหวัดภูเก็ต ระบุว่า ตามกฎหมายโรงแรม ผู้ประกอบการและผู้จัดการโรงแรมมีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง ทั้งการจัดทำและเก็บรักษาทะเบียนผู้พักเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี การรายงานข้อมูลผู้เข้าพักต่อนายทะเบียน รวมถึงหน้าที่ตามมาตรา 38 ที่ต้องดูแลไม่ให้บุคคลใดหลบซ่อนหรือมั่วสุมในเขตโรงแรม ซึ่งกรณีที่เกิดขึ้น ถือเป็นประเด็นที่ฝ่ายปกครองให้ความสำคัญอย่างยิ่ง และหากพิจารณาแล้วพบว่าโรงแรมมีส่วนเกี่ยวข้องหรือบกพร่องในการดูแล อาจนำไปสู่การพิจารณาไม่ต่อใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม

...




ด้าน นายถิรมน ลาภสวัสดิ์ ผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคล และ Group Director of People and Culture ของโรงแรม ชี้แจงว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากการกระทำของบุคคล ซึ่งมีการปลอมแปลงบัตรพนักงานของผู้อื่น และมีการลบข้อมูลบางส่วนของกล้องวงจรปิด ทำให้โรงแรมต้องดำเนินการสอบสวนเชิงลึก โดยขณะนี้ได้รวบรวมพยานหลักฐานและแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาบุกรุกในยามวิกาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และผู้ก่อเหตุได้เข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายของฝ่ายตำรวจ

โรงแรมยืนยันว่าได้ให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายทันที ทั้งการอำนวยความสะดวกในการย้ายห้อง คืนเงินเต็มจำนวน ยกเว้นค่าอาหาร และมีการติดต่ออัปเดตข้อมูลกับผู้เสียหายอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งทบทวนและปรับปรุงระบบรักษาความปลอดภัย เพื่อปิดช่องโหว่ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ฝ่ายปกครองจังหวัดภูเก็ต ย้ำว่า การดำเนินการในกรณีนี้เป็นไปเพื่อความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยวทุกคน โดยไม่เลือกปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นบุคคลมีชื่อเสียงหรือประชาชนทั่วไป พร้อมยืนยันว่าจังหวัดจะเร่งดำเนินการอย่างถึงที่สุด เพื่อรักษามาตรฐานความปลอดภัยและภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตอย่างเคร่งครัด

...