ศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ได้ดำเนินโครงการสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับความเชื่อกับการมู ในช่วงปีใหม่ โดยเก็บจากกลุ่มตัวอย่างจากประชาชนที่อาศัยอยู่ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร จำนวนทั้งสิ้น 1,121 กลุ่มตัวอย่าง เก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 6 – 9 มกราคม 2569 ซึ่งกลุ่มตัวอย่างในการสำรวจครั้งนี้ใช้เกณฑ์ตารางสำเร็จรูปของ Taro Yamane กำหนดว่าประชากรเกิน 100,000 คนต้องการความเชื่อมั่น 95% และความผิดพลาดไม่เกิน 3% ต้องใช้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,111 กลุ่มตัวอย่าง

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. สิงห์ สิงห์ขจร ประธานคณะกรรมการศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ กล่าวว่า ผลการสำรวจในครั้งนี้ต่อความเชื่อกับการมู ในช่วงปีใหม่ ในช่วงปีใหม่ของทุกปีคนไทยก็จะมีกิจกรรมไหว้พระ 9 วัด ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในที่ต่างๆ ในปัจจุบันสายมู มีชื่อเต็มๆว่า มูเตลู มีที่มาจากภาพยนตร์อินโดนีเซียในอดีตเรื่อง Penangkal Ilmu Teluh (1979) ซึ่งนำเสนอเรื่องราวการใช้ไสยศาสตร์แย่งชิงคนรัก แต่ในบริบทสังคมไทยปัจจุบัน คำนี้ถูกนำมานิยามใหม่ เป็นเรื่องของปรากฏการณ์ความเชื่อแบบผสมผสาน ที่ผนวกเอาศาสนา พราหมณ์ และพุทธ เข้าด้วยกัน กลายเป็นการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ การดูโหราศาสตร์ การพกเครื่องรางของขลัง ไปจนถึงการไหว้พระขอพร เพื่อเสริมสิริมงคลในด้านต่างๆ ทั้งการงาน การเงิน ความรัก และการเรียน การมูเป็นความหลากหลายของความเชื่อ สิ่งลี้ลับ สิ่งเหนือธรรมชาติ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงคนรุ่นเก่า แต่กลายเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่คนรุ่นใหม่ที่ต้องการที่พึ่งทางใจท่ามกลางกระแสที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การมู เป็นการช่วยสร้างขวัญและกำลังใจ มีความหวัง สิ่งสำคัญคือการมีวิจารณญาณ โดยตระหนักว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นเพียงตัวช่วยเสริมกำลังใจ ส่วนความสำเร็จที่แท้จริงนั้น ย่อมเกิดจากการคิดดี ทำดี และความเพียรพยายามในการลงมือทำของตัวเราเองเป็นสำคัญ ปีที่ผ่านมาประเทศไทยและสังคมโลกเกิดปัญหาภาวะเศรษฐกิจถดถอย ทำให้คนไทยให้ความสนใจในการมู มากยิ่งขึ้นเพื่อเสริมกำลังใจในช่วงปีใหม่ กิจกรรมแบบการเสริมดวง เสริมโชคชะตา การบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เรื่องลี้ลับ เครื่องราง ของขลัง และเรื่องเหนือธรรมชาติ และมีเป้าหมายในการไปมูเพื่อให้สุขสมหวังในสิ่งที่ปรารถนา ในด้านการงาน การเงิน สุขภาพ ความรัก เมตตามหานิยม การแคล้วคลาดปลอดภัย โดยมีข้อมูลที่น่าสนใจดังต่อไปนี้

...

กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ คิดว่า การมูเตลู ช่วยในเรื่อง อันดับหนึ่งคือ เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ ร้อยละ 44 อันดับสองคือ เชื่อว่าทำให้ชีวิตดีขึ้นจริง ร้อยละ 18.7 อันดับสามคือ สร้างความมั่นใจ พลังใจ ร้อยละ 16.7 อันดับสี่คือ ลดความเครียด/ความกังวล ร้อยละ 14.7 และอันดับห้าคือ เข้าสังคม ร้อยละ 4.7 และเห็นด้วยว่า เศรษฐกิจไม่ดี คนจึงหันมาพึ่งพาสิ่งศักดิ์สิทธิ์มากขึ้น ร้อยละ 65.7

ในการไปทำกิจกรรม สายมู ในช่วงปีใหม่ 2569 อันดับหนึ่งคือ ดูดวง/เช็กดวงชะตา ร้อยละ 47.9 อันดับสองคือ การบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ร้อยละ 41.4 อันดับสามคือ ทำบุญ/ถวายสังฆทาน ร้อยละ 19.8 อันดับสี่คือ วัตถุมงคลดิจิทัล ร้อยละ 17.5 และอันดับห้าคือ แก้ชง ร้อยละ 16.2

เมื่อต้องการไปมู เทพ หรือ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่คิดเป็นอันดับแรกคือ พระพุทธรูป ร้อยละ 26.1 อันดับสองคือ ท้าวเวสสุวรรณ ร้อยละ 18.7 อันดับสามคือ พระพิฆเนศ ร้อยละ 14.1 อันดับสี่คือ ไอ้ไข่ วัดเจดีย์ ร้อยละ 12.3 และอันดับห้าคือ พระแม่ลักษมี ร้อยละ 11.9

เรื่องที่ขอพร ในการมู มากที่สุด อันดับแรกคือ การเงิน การงาน ธุรกิจ ร้อยละ 45.5 อันดับสองคือ สุขภาพ ปลอดภัยไม่มีอุบัติเหตุ ร้อยละ 23.7 อันดับสามคือ ความรัก คู่ครอง ร้อยละ 17.8 อันดับสี่คือ การเรียน การสอบ ร้อยละ 11.9

ในแต่ละเดือนมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับ การมูเตลู อันดับหนึ่งคือ ต่ำกว่า 500 บาท ร้อยละ 39.7 อันดับสองคือ ไม่เสียค่าใช้จ่าย ร้อยละ 34.6 อันดับสามคือ 501 - 1,000 บาท ร้อยละ 17.2 อันดับสี่คือ 1,001 - 5,000 บาท ร้อยละ 7.2 และอันดับห้าคือ มากกว่า 5,000 บาท ร้อยละ 1.3