บ้านหนองหญ้าแก้วร้อนระอุต่อเนื่อง กัมพูชาเริ่มระดมพล เตรียมประชิดพื้นที่บ่ายวันนี้ ขณะที่ชาวบ้านจับโป๊ะพระสงฆ์ขว้างแก๊สน้ำตา ใช่ทหารกัมพูชาหรือไม่

ความคืบหน้าสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่บ้านหนองหญ้าแก้ว ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงสายที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ไทยตรวจพบความเคลื่อนไหวฝั่งของ จ.บันเตียเมียนเจย ประเทศกัมพูชา หลังพบชาวกัมพูชาหลายคนทยอยเดินทางมารวมตัวกันที่หมู่บ้านแห่งนี้ และยังพบว่ามีทหารกัมพูชา อย่างน้อย 8 นาย ตั้งด่านตรวจอยู่ภายในชุมชนอีกด้วย

จากรายงานของเจ้าหน้าที่ฝั่งไทยพบว่า หมู่บ้านที่ชาวกัมพูชามารวมตัวกันนั้น อยู่ฝั่งตรงข้ามกับบ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้ว อ.โคกสูง จ.สระแก้ว โดยคาดว่า ชาวกัมพูชาเตรียมจะเดินทางเข้ามาประชิดชายแดน บริเวณจุดเดิมที่เข้ามารื้อลวดหนามเมื่อวานนี้

...




นอกจากนี้มีรายงานอีกว่า ชาวบ้านในพื้นที่มีการตั้งข้อสังเกตกันว่า ฝ่ายกัมพูชาที่นำประชาชนและมวลชนมาชุมนุมประท้วงการปฏิบัติของฝ่ายไทย โดยมีพระสงฆ์รูปหนึ่งที่ขว้างแก๊สน้ำตากลับไปยังตำรวจควบคุมฝูงชน เมื่อวานนี้ หน้าคล้ายกับทหารกัมพูชา พร้อมกับตั้งคำถามว่า จะเป็นการปลอมตัวปะปนเพื่อใช้ชาวบ้านเป็นโล่มนุษย์หรือไม่


ขณะที่ นายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว พร้อมหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ได้เดินทางเข้าร่วมในการประชุมบริหารจัดการสถานการณ์ให้มีความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ชายแดนกับฝ่ายกัมพูชา โดยมี นายอูม เรีย เตร็ย ผู้ว่าราชการจังหวัดบันเตียเมียนเจย พร้อม พล.ต.เป็จ วรรณา รอง จก.ชด.บก.ทสส./หน.สน.ปกท. ให้การต้อนรับและเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจุดผ่านแดนถาวรปอยเปต (ตรงข้ามจุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว

โดยการประชุมดังกล่าว สืบเนื่องมาจากการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) สมัยพิเศษ ครั้งที่ 1/68 เมื่อ 10 ก.ย 68 ระหว่าง ไทย - กัมพูชา ณ จ.เกาะกง โดยที่ประชุมเห็นชอบให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว และผู้ว่าราชการจังหวัดบันเตียเมียนเจย ประสานงานกันเพื่อบริหารจัดการสถานการณ์ให้มีความสงบเรียบร้อย ซึ่งการประชุมดังกล่าว ฝ่ายไทยได้ยื่นข้อเสนอ โดยมีรายละเอียดดังนี้: ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกันที่จะบริหารจัดการพื้นที่ชายแดนให้เป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย โดยกำหนดให้มวลชนของทั้งสองประเทศถอยห่างออกจากพื้นที่อ้างสิทธิ์ของประเทศตรงข้ามไม่น้อยกว่า 500 เมตร.

ทั้งสองฝ่ายจะไม่มีการปลุกระดมมวลชน พร้อมทั้งควบคุมมวลชนของประเทศตนให้อยู่ห่างจากพื้นที่อ้างสิทธิ์ของประเทศตรงข้ามไม่น้อยกว่า 500 เมตร. ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกันไม่ให้มีการเปลี่ยนแปลงลักษณะภูมิประเทศในพื้นที่อ้างสิทธิ์ของทั้งสองประเทศในทุกกรณี ในกรณีที่มีการดำเนินการไปแล้วให้ปรับคืนสู่สภาพเดิมภายใน 1 วันหลังการประชุม. ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกันที่จะไม่มีการเพิ่มกำลังทหารและอาวุธหนักในพื้นที่ชายแดนทั้งสองจังหวัด.

จังหวัดสระแก้วขอสงวนสิทธิ์ในการออกเอกสารสิทธิในที่ดินทำกินของคนไทย ในเขตอธิปไตยของประเทศไทย ซึ่งอยู่นอกเขตพื้นที่อ้างสิทธิ์ของทั้งสองประเทศ. ประชาชนของทั้งสองประเทศสามารถเข้าทำประโยชน์ในที่ดินในเขตอธิปไตยของตนนอกพื้นที่อ้างสิทธิ์ได้ โดยห้ามประชาชน ทหาร หรือเจ้าหน้าที่รัฐเข้าทำการขัดขวางการทำประโยชน์ดังกล่าว ทั้งนี้ หากเกิดความไม่สงบเรียบร้อยในพื้นที่ของประเทศใด ให้เป็นหน้าที่ของประเทศนั้นต้องดำเนินการแก้ไขให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยโดยเร็ว.

...




หากไทยและกัมพูชาไม่สามารถหาข้อตกลงได้ภายใต้กลไกการหารือของคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee : GBC) สมัยพิเศษ ครั้งต่อไป จังหวัดสระแก้วจะมีหนังสือแจ้งจังหวัดบันเตียเมียนเจย ให้ราษฎรที่อยู่นอกเส้นอ้างสิทธิ์ที่รุกล้ำเข้ามาในอธิปไตยไทยให้ย้ายออกจากพื้นที่พร้อมทรัพย์สินและสังหาริมทรัพย์บ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้ว อำเภอโคกสูง ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่จังหวัดสระแก้วมีหนังสือแจ้ง หากไม่ออกจากพื้นที่ดังกล่าว จังหวัดสระแก้วจะดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายของราชอาณาจักรไทยต่อไป ตามที่ได้แจ้งให้ทราบแล้ว ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกันที่จะจัดตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาระดับพื้นที่ร่วมกันระหว่างสองประเทศ เพื่อมีเป้าหมายในการแก้ไขปัญหาทุกประเด็นด้วยสันติวิธี และหลีกเลี่ยงการปะทะ.

ในส่วนฝ่ายกัมพูชา ได้ยื่นข้อเสนอฝ่ายไทย โดยมีรายละเอียดดังนี้: ให้ทั้งสองฝ่ายปฏิบัติตามผลการประชุมที่กลุ่มกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย, ผลการประชุม RBC และผลการประชุม GBC ทั้งสองฝ่ายปฏิบัติตามข้อตกลง MOU-43 และ TOR 2003 หลีกเลี่ยงการปฏิบัติที่มีผลกระทบต่อประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ โดยทั้งสองฝ่ายรอปฏิบัติตามผลการประชุม JBC ทั้ง 2 จังหวัดดำเนินการตามผลการประชุม GBC อนึ่ง ข้อเสนอของฝ่ายไทยทั้ง 8 ข้อนั้น ฝ่ายกัมพูชายังไม่สามารถให้ความเห็นชอบได้ในขณะนี้ โดยฝ่ายกัมพูชาจะนำข้อเสนอของฝ่ายไทยให้หน่วยเหนือของตนพิจารณา และจะแจ้งให้จังหวัดสระแก้วรับทราบต่อไป ทั้งนี้ ฝ่ายไทยนั้น ถ้าหากว่าทางจังหวัดบันเตียเมียนเจยไม่รับข้อเสนอข้อใดข้อหนึ่ง จังหวัดสระแก้วยังคงสงวนสิทธิ์และจะดำเนินการต่อไปในเขตอธิปไตยและราชอาณาจักรไทย.

...