สถานการณ์ช่วงครึ่งปีหลัง 2568 “ประเทศไทย ดูเหมือนจะไม่สู้ดี” ต้องเผชิญกับศึกการเมืองภายในรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ และแถมยังต้องเจอแรงกดดันจากความตึงเครียดระหว่างไทย–กัมพูชาที่จะส่งผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาลและความมั่นคงของประเทศแต่ถ้าวิเคราะห์ดวงเมืองบ่งชี้ให้เห็นว่า “ความรุนแรงตามแนวชายแดนไทยอยู่ในระดับต่ำ” เพราะด้วยศักยภาพผู้รับผิดชอบทางทหารเข้มแข็งสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ทั้งในแง่เตรียมพร้อมทางยุทธศาสตร์ และการบริหารจัดการภายในกองทัพเอง แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือสงครามประสาทมากกว่าการปะทะด้วยอาวุธ...ขณะที่การเมืองภายในหากดูจาก “ดวงของนายกฯ” กำลังจะเผชิญความปั่นป่วนวุ่นวายแม้จะยังไม่ยุบสภา หรือลาออก แต่ก็อยู่ในลักษณะยื้อกันตามที่ อ.รัชดากร ศิวะไพบูลย์อนันต์ กรรมการด้านวิชาการสมาคมโหรแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ เจ้าของฉายาโหรตาทิพย์ จับยามสามตาคู่กับเปิดไพ่พรหมญาณนั้น ด้วยดวงผู้นำในช่วงนี้ “ไม่แข็งแรง” ทำให้บ้านเมืองมีลักษณะเผชิญอุปสรรคปัญหาหลายด้าน ทั้งความขัดแย้งชิงผลประโยชน์ การคดโกง ถูกหักหลัง หรือการถูกกดดันให้ต้องลาออกจากตำแหน่ง ซึ่งอาจจะลุกลามไปจนถึงการฟ้องร้องเกิดคดีความตามมาในอนาคต เหตุการณ์นี้จะส่งผลถึงเดือน ส.ค.แล้วดวงชะตานายกฯก็เปลี่ยนใหม่แล้วถามว่าจะแก้อย่างไร “นายกฯ” ควรใช้สติความรอบคอบเป็นหลักแก้ไขสถานการณ์เป็นขั้นเป็นตอน เพราะสภาพแวดล้อมทางการเมืองไม่เอื้อต่อการสื่อสารหรือเจรจา ถ้าพิจารณาตามกาลโยคและการเคลื่อนที่ของดาวพุธตัวแทนของการสื่อสารนั้นมีแนวโน้มเกิดปัญหาเข้าใจผิด ถูกคดโกง และการหักหลังผ่านเครื่องมือสื่อสารตลอดจนอาจถูกประจานหรือเปิดเผยข้อมูลลับเปิดโปงออกสู่สาธารณชน กลายเป็นสิ่งที่เพิ่มความเปราะบางให้กับสถานการณ์มากขึ้น โดยเฉพาะคนใกล้ชิดอาจจะเป็นภัยอันตรายสร้างความเสียหายมากที่สุด “ควรต้องระมัดระวัง” ทำให้เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อเหมือนกำลังถูกพิพากษาตัดสินให้ลาออก หรือการยุบสภาเรื่องนี้ในมุมโหราศาสตร์ขึ้นอยู่กับ “บุญ–บาป” จะทำหน้าที่กำหนดบทสรุปสถานการณ์ข้างหน้า แต่เมื่อพยากรณ์ดวงเมืองตามไพ่พรหมญาณพบ “ไพ่พระวิษณุ” ซึ่งสื่อถึงผู้นำคนใหม่ที่มีความรู้ลึกซึ้ง ทัศนคติกว้างไกล “เป็นผู้ชายอายุไม่มาก” แถมมีสติปัญญาความรอบรู้หลายด้านจะเข้ามาเกี่ยวกับการขึ้นนั่งในตำแหน่งผู้นำต่อไป ตามไพ่ยังชี้ไปถึงจุดจบของคนหนึ่งนำไปสู่การเริ่มต้นเปลี่ยนผ่านทางอำนาจบทบาทผู้นำด้วย แต่ไม่ใช่จะเกิดขึ้นในเร็ววันนี้ เป็นเพียงแค่สัญญาณก่อตัวท่ามกลางความขัดแย้งรอบใหม่ที่ถูกแบ่งเป็น 2 ฝ่าย “มีแนวโน้มนำไปสู่ความตึงเครียด” ทั้งความคิดเห็นทางการเมืองแตกแยกจนอาจต้องเผชิญหน้าทะเลาะวิวาทกันรุนแรงแม้ทิศทางการเมืองไม่ชัด “แต่โอกาสจะเกิดการประท้วงต่อต้านรุนแรง” คงต้องขึ้นอยู่กับผู้นำจะเรียกแขกปั่นกระแส เพราะด้วยไพ่ดวงเมืองออกมาเป็นแม่นางกวักสื่อถึงการดึงดูดการกระตุ้นให้มวลชนเคลื่อนไหวถ้าไม่มีเหตุใหม่มาจุดชนวนเพิ่มเติม “สถานการณ์น่าจะพอควบคุมได้” แต่ก็ขอเตือนอย่าประมาทเพราะสิ่งที่เกิดขึ้นล้วนเป็นผลพวงมาจากอดีต “ประชาชน” เริ่มเห็นการแย่งอำนาจ แสวงหาเก้าอี้ และการทรยศจากผู้ใหญ่ที่เคยนับถือ ซึ่งในเรื่องนี้ค่อนข้างเห็นใจนายกฯ และเชื่อว่าท่านก็ไม่ต้องการให้สถานการณ์เป็นแบบนี้เมื่อมาพิจารณาจากดวงเมืองในช่วงครึ่งปีหลัง “เศรษฐกิจยังน่าเป็นห่วง” โดยเฉพาะการลงทุนที่ไม่ได้ผลตอบแทนตามคาด ขณะที่การคอร์รัปชัน มิจฉาชีพ และธุรกิจสีเทา รวมถึงยาเสพติดยังดำเนินอยู่ปราบไม่หมดเพราะด้วยดวงเมืองยังคงอยู่ภายใต้เงา “อิทธิพลของราหูกุมลัคนา” ทำให้หลายสิ่งคลุมเครือในความลุ่มหลงอำนาจ และการแย่งชิงผลประโยชน์รุนแรงขึ้น “ผู้มีสายป่านยาว” จึงจะอยู่รอดผ่านความปั่นป่วนนี้ได้ ยิ่งในช่วงครึ่งปีหลังการเมืองจะเข้าสู่ “ภาวะระส่ำระสาย” มีการแข่งขันแย่งชิงอำนาจ และขัดแย้งผลประโยชน์กันรุนแรงเด่นชัดขึ้นในช่วงหลัง ส.ค.-ก.ย. ก็จะเริ่มเห็นทิศทางว่าประเทศจะเดินหน้าต่อไปในทิศทางใด และมีเกณฑ์เปลี่ยนมือทางการเมืองให้เห็นค่อนข้างชัด แต่อาจจะเกิดขึ้นจริงๆในช่วงปลายปีเป็นต้นไป...อาจารย์แนะนำว่า “นายกฯควรอยู่นิ่ง และหาทีมที่ปรึกษาใหม่” ด้วยการจับมือกับกองกำลังของประเทศจะช่วยสร้างความมั่นคง หากฟังกลุ่มเดิมสถานการณ์อาจลุกลามเกินควบคุม โดยเฉพาะเมื่อต้องเผชิญกับฮุน เซน ที่ใช้ประสบการณ์ซับซ้อนและมีแนวโน้มเปิดโปง ประจานความลับของนักการเมืองในอนาคตอันใกล้นี้ซึ่งตรงตามเกณฑ์กาลโยคในดวงเมืองช่วงนี้ “ดาวอาทิตย์” ตัวแทนคนมีชื่อเสียง นักการเมือง และผู้นำกำลังเข้าสู่ภาวะ “ตกโลกาวินาศ” หมายถึงการสูญเสียความเชื่อถือ ถูกเปิดโปง หรือเสื่อมเสียชื่อเสียงอย่างรุนแรงดังนั้น หากมีสติและพิจารณารอบคอบก็อาจหลีกเลี่ยงกระแสความไม่พอใจได้ แต่หากมีคำพูดหรือการตัดสินใจใดกระทบความรู้สึกประชาชนอีกอาจลุกลามจนควบคุมไม่อยู่ และนำไปสู่กระแสขับไล่อย่างจริงจังเพราะตามไพ่ยังพบ “เทพฝ่ายรุนแรง–ขัดแย้ง” ไม่ว่าจะเป็นเทพการทะเลาะเบาะแว้ง เทพพระเพลิง พระพาย รวมถึงพญายมราช และท้าวเวสสุวรรณ สัญลักษณ์การตัดสิน อุปสรรค และแรงปะทะที่ไม่อาจมองข้ามได้ประเด็นมีอยู่ว่า “ดวงเมืองปีนี้ยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง” ส่งผลให้ไม่มีสัญญาณสงครามรุนแรง แต่ความขัดแย้งนักการเมืองกับฝ่ายทหารยังมีอยู่ คงถึงเวลาต้องหยุดทะเลาะหันมาพูดคุยกันร่วมวางแนวทางรับมือวิกฤติประเทศ เพราะผู้ที่น่ากลัวที่สุดอาจไม่ใช่คนในบ้านแต่คือ “ประเทศเพื่อนบ้าน” ที่อาจส่งผลกระทบในระยะยาว สิ่งนี้จึงควรปกป้องคนในบ้านก่อน “ไม่ควรนำเรื่องภายในไปโจมตีต่อหน้าคนนอก” แล้วการยื่นไมตรีกับใครก็ต้องอยู่บนพื้นฐานของความเคารพ โดยไม่ทอดทิ้งคนในครอบครัวตนเอง ถ้าดูดวงฝั่งกัมพูชาลักษณะราหู ทำได้เพียงใช้วิธีเล่นสงครามประสาท ยุแยงด้วยคำพูด สร้างความกดดันมากกว่าจะเกิดการปะทะทางทหาร“ท้ายปีนี้ความสามัคคีคือกุญแจสำคัญของประเทศ แม้การเมืองจะเต็มไปด้วยแรงกระเพื่อม แต่เราจะไม่เสียดินแดนและจะไม่มีเหตุการณ์ทำให้ทหารต้องเสียเลือดเสียเนื้อแน่นอน สิ่งที่น่าเป็นห่วงกลับเป็นเกมการเมืองภายในกำลังสร้างความแตกแยกในหมู่ประชาชนอาจนำไปสู่การปะทะให้ต้องเสียเลือดเสียเนื้อกันเอง” อ.รัชดากร ว่าฉะนั้นทุกฝ่ายควรหันมาจับมือกัน “แต่ไม่ใช่เรื่องของการอ่อนข้อต่อกัน” หากแต่ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้อง เพื่อผลประโยชน์สูงสุดของบ้านเมืองและประชาชน...คลิกอ่านคอลัมน์ “สกู๊ปหน้า 1” เพิ่มเติม