อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก แจงเหตุประกาศ สธ. ฉบับใหม่ ควบคุมการ "กัญชา" เน้นเฉพาะทางการแพทย์ จ่อเพิ่มโทษให้รุนแรงมาขึ้น เป็นจำคุก 2 ปี ปรับ 2 แสนบาท
นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องสมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ. 2568 ซึ่งนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สธ. ได้ลงนามประกาศเมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 2568 ว่า โดยหลักการเดิมการควบคุมกัญชา เราควบคุมเฉพาะการออกใบอนุญาตให้ผู้ประกอบการศึกษาวิจัย ส่งออก จำหน่าย การจำหน่ายส่วนมากเป็นรายย่อย ซึ่งมีร้านที่มีใบอนุญาตจำนวน 18,000 แห่งทั่วประเทศ การจำหน่ายที่ผ่านมาเราควบคุมแค่ทำรายงานการจำหน่ายมาให้เรา และมีข้อห้ามจำหน่ายในเด็กและสตรีตั้งครรภ์เท่านั้น ไม่มีประเด็นเรื่องการใช้กัญชาเพื่อทางการแพทย์
ดังนั้น สธ. เห็นว่าที่ผ่านมามีปัญหาเยอะมากในเรื่องของจำนวนร้านกัญชา ซึ่งบางแห่งลักลอบจำหน่าย ทั้งผู้ใช้ก็มีเด็กและเยาวชนด้วย จึงเห็นว่าจะต้องควบคุมการใช้กัญชาให้เน้นเฉพาะทางการแพทย์ จึงเป็นเนื้อหาสาระสำคัญของประกาศฉบับนี้ ที่กำหนดทุกร้านจะจำหน่ายให้เฉพาะผู้ที่มีใบสั่งแพทย์เท่านั้น ซึ่งประกาศสามารถดำเนินการได้โดย รมว.สธ. เป็นผู้ลงนาม และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยฯ กล่าวต่อว่า เรื่องกรอบระยะเวลาบังคับใช้ คงมีการหารือกับ รมว.สธ. อีกครั้ง แต่โดยเจตนาอยากให้เร็วที่สุด แต่ก็จะพยายามให้กระทบกับร้านน้อยที่สุด ระหว่างนี้กรมได้เร่งสื่อสารประชาสัมพันธ์ ทำความเข้าใจถึงประกาศดังกล่าวให้กับผู้ประกอบการและผู้เกี่ยวข้องได้ถือเป็นแนวปฏิบัติ
ทั้งนี้ กฎหมายที่ผ่านมาควบคุมเฉพาะส่วนของช่อดอกกัญชามาตลอด เนื่องจากเป็นส่วนที่มีสาร THC (Tetrahydrocannabinol) สูง หากได้รับมากเกินไปอาจก่อผลกระทบต่อตัวกาย ไม่ได้คุมส่วนอื่นของกัญชา
...
นพ.สมฤกษ์ กล่าวด้วยว่า หลังประกาศบังคับใช้ หากร้านไม่ปฏิบัติตาม เบื้องต้นร้านที่มีใบอนุญาตไม่ปฏิบัติตาม หรือไม่มีใบสั่งแพทย์จะต้องถูกพักใช้ใบอนุญาต หมายความว่าทำการขายไม่ได้จนกว่าจะปรับแก้ให้เรียบร้อย ระหว่างที่สั่งพักใบอนุญาตแล้วยังไปจำหน่ายอีก ก็จะผิดกฎหมายจะต้องถูกลงโทษ โดยบทลงโทษ ณ เวลานี้ คือ จำคุก 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท ซึ่งตรงนี้ กรมกำลังปรับแก้ พ.ร.บ.คุ้มครองภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ในการเพิ่มโทษให้รุนแรงมากขึ้น เป็นจำคุก 2 ปี ปรับ 200,000 บาท เป็นอย่างน้อย ซึ่งได้เสนอเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรแล้ว
อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยฯ กล่าวอีกว่า บางร้านที่ขายในขณะนี้ บางแห่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีการเสพ ถือว่าผิดตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ไม่ต้องมีประกาศฉบับนี้ก็ผิดอยู่แล้ว เพราะประกาศที่ผ่านมา ให้ขายแต่ก็ห้ามสูบในร้าน และห้ามขายกับเด็กและหญิงตั้งครรภ์เป็นข้อกำหนดอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นร้านผิดตั้งแต่แรกอยู่แล้ว และเนื่องจากไม่ได้ระบุเป็นทางการแพทย์ ก็นำไปเสพ แต่เวลาไปตรวจจับเราไม่เห็นซึ่งหน้าจึงจับไม่ได้ และการทำรายงานก็ไม่รู้ว่าขายไปถึงใครบ้าง
ประกาศฉบับใหม่จึงกำหนดให้ร้านต้องทำรายงานแจ้งรายละเอียดถึงกรมทุกเดือน ประกาศฉบับใหม่ที่ออกมา เพื่อลดการเสพแบบสันทนาการ ต้องมีเหตุทางการแพทย์เท่านั้น อย่างไรก็ตามตอนนี้กรมเตรียมอัตรากำลังออกตรวจร้านค้าทุกสัปดาห์ แบ่งสายทีมไปทีละ 10 ทีม ต่างจังหวัดเป็นหน้าที่ของนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัดที่ออกตรวจ ที่ผ่านมาตรวจไปมีพักใช้ใบอนุญาตไปแล้วเป็นหลักพัน ในจำนวน 18,000 แห่งทั่วประเทศ เฉพาะใน กทม. จับไปหลักหลายพัน ส่วนที่ลักลอบจำหน่ายโดยไม่มีใบอนุญาต ก็จะเจอบางส่วนถือว่าทำผิดก็ถูกดำเนินคดี การตรวจเข้มข้นมากขึ้น ร้านที่ขายจะต้องปรับตัวและปฏิบัติตามประกาศ ซึ่งเน้นย้ำทุกร้านจะต้องจำหน่ายให้กับผู้มีใบสั่งแพทย์เท่านั้น