สถานการณ์ที่น่าเป็นกังวลใจอย่างมากเกี่ยวกับผู้สูบบุหรี่ในปัจจุบัน คือการที่บุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าเข้าถึงนักสูบหน้าใหม่ที่มีอายุน้อยลงมากขึ้น ขณะที่ข้อมูลเรื่องผลกระทบด้านสุขภาพกลับมีมากขึ้นจนน่าหวั่นใจ สสส. และภาคีเครือข่าย ในฐานะผู้เฝ้าระวังและรณรงค์เรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่อง ไม่อาจนิ่งนอนใจ พร้อมเดินหน้าสร้างการตระหนักรู้ ชวนเด็กไทยกระชากหน้ากากบุหรี่ไฟฟ้าเพื่อสร้างความแข็งแกร่งทางความคิด โดยถือเอาโอกาสในวาระวันงดสูบบุหรี่โลก ประจำปี 2568 สานพลังกับธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดตัวนิทรรศการมีชีวิต FAKE OR FRESH? – MY LIFE EXHIBITION ภายใต้โครงการ “รู้ทันสื่อ รู้ทันภัย ป้องกันเยาวชนไทยจากบุหรี่ไฟฟ้า” ที่จะเผยความร้ายกาจของบุหรี่ไฟฟ้า ผ่านนิทรรศการที่เป็นมากกว่าแค่จัดแสดง แต่ชวนตั้งคำถามกับชีวิต อันจะช่วยเสริมกำลังทางความคิด รวมถึงสร้างกำแพงป้องกันตัวเองจากบุหรี่ไฟฟ้าได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ FAKE OR FRESH? – MY LIFE EXHIBITION ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อ 29 พฤษภาคม 2568 ณ ลานนิทรรศการหมุนเวียน ชั้น 1 ศูนย์การเรียนรู้ธนาคารแห่งประเทศไทย พร้อมเปิดให้เข้าชมฟรี ต่อเนื่องไปจนถึง 22 มิถุนายน 2568 นี้
ผนึกกำลัง กระชากหน้ากากบุหรี่ไฟฟ้า
ปัจจุบันองค์การอนามัยโลกได้มุ่งหน้าต่อกรกับการรุกคืบของบุหรี่ไฟฟ้าอย่างจริงจัง โดยในวันงดสูบบุหรี่โลกประจำปี 2568 นี้ ยังได้กำหนดคำขวัญเอาไว้ด้วยว่า “กระชากหน้ากากธุรกิจบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า : นิโคตินเสพติด จน ตาย” ผ่านความมุ่งหวังที่อยากให้ผู้คนตระหนักรู้ถึงกลยุทธ์แท้จริงที่อุตสาหกรรมยาสูบใช้ทำตลาดเพื่อดึงดูดผู้บริโภคหน้าใหม่ให้เข้าถึงการสูบมากขึ้น ซึ่งการเดินหน้าขององค์การอนามัยโลกเช่นนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งในการส่งสัญญาณว่า การแพร่กระจายของบุหรี่ไฟฟ้ามีมากขึ้น ทุกประเทศทุกหน่วยงานจำเป็นต้องผนึกกำลังกันเพื่อรับมือกับปัญหานี้ผ่านแนวทางต่างๆ อย่างจริงจังมากขึ้น
นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า การจับมือกับธนาคารแห่งประเทศไทยในการจัดนิทรรศการมีชีวิต FAKE OR FRESH? – MY LIFE EXHIBITION ภายใต้โครงการ “รู้ทันสื่อ รู้ทันภัย ป้องกันเยาวชนไทยจากบุหรี่ไฟฟ้า” ครั้งนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของการผนึกกำลังกันในอีกรูปแบบหนึ่งเพื่อต่อต้านบุหรี่ไฟฟ้าด้วยเช่นกัน โดยความมุ่งมั่นคือ การสร้างการตระหนักรู้แก่เด็กและเยาวชนไทยให้มีความเข้าใจต่อโทษภัยของบุหรี่ไฟฟ้ามากขึ้น ซึ่งปลูกฝังความรู้อย่างแยบยล รวมถึงสร้างความแข็งแกร่งทางความคิดตั้งแต่เนิ่นๆ ก็เป็นส่วนหนึ่งของพลังทางความคิดให้เด็กๆ พร้อมต่อกรกับบุหรี่ไฟฟ้าต่อเนื่องไปในอนาคตอีกด้วย
“ปัจจุบันบุหรี่ไฟฟ้าลุกลามไปถึงนักสูบหน้าใหม่ที่เป็นกลุ่มเด็กและเยาวชนมากขึ้น โดยล่าสุดที่มีการสำรวจจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,029 คน ใน 4 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และสงขลา พบว่า กลุ่มเยาวชนอายุ 15-20 ปี สูบบุหรี่ไฟฟ้าสูงถึง 65.5% โดยข้อมูลที่น่าตกใจระบุว่ากลุ่มผู้หญิง และกลุ่ม LGBTQIA+ เป็นกลุ่มที่สูบบุหรี่ไฟฟ้าเป็นส่วนใหญ่ ในขณะที่ผู้ชายส่วนใหญ่ยังคงสูบบุหรี่มวน การสำรวจยังระบุถึงเหตุผลหลักจากการสูบด้วยว่า มาจากความเชื่อว่าสามารถช่วยผ่อนคลายความเครียด ขณะที่ผู้สูบที่ไม่สามารถเลิกได้ มักเป็นผลมาจากอาการเสพติดนิโคติน เราทราบกันดีว่าการสูบบุหรี่ไฟฟ้าระยะยาวเป็นบ่อเกิดของโรคมากมาย ทั้งปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจขาดเลือด หรือแม้แต่โรคหอบหืด ขณะที่ผลระยะสั้นของการสูบบุหรี่ไฟฟ้าในเด็กและเยาวชน ยังก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพเบื้องต้นตามมาอีกมาก ยกตัวอย่างไอ เจ็บคอบ่อยๆ ปวดหัวโดยไม่ได้เป็นไข้ วิงเวียนจนอาจนอนไม่หลับ ซึมเศร้า สมาธิสั้น จนถึงสุขภาพจิตเปลี่ยนแปลง แต่สิ่งที่น่าเป็นกังวลใจคือ การสำรวจกลับพบว่า เพียงแค่ 7 ปี จากปี 2558-2565 การใช้บุหรี่ไฟฟ้าในเยาวชน เพิ่มขึ้นถึง 5.3 เท่า หากสังคมไม่ร่วมกันเฝ้าระวัง และหยุดยั้งตั้งแต่เนิ่นๆ บุหรี่ไฟฟ้าก็จะเป็นต้นตอใหญ่ของปัญหาสังคม และปัญหาสุขภาวะที่ยากเกินรับมือในอนาคตได้อีกมาก”
นพ.พงศ์เทพ ยังได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า การสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้ายังมีส่วนทำให้ต้นทุนค่ารักษาพยาบาลเพิ่มมากขึ้น ข้อมูลจากปี 2567 ที่ผ่านมา พบต้นทุนค่ารักษาพยาบาลจากโรคที่เกิดจากบุหรี่ไฟฟ้า ทั้ง 4 โรค อันได้แก่ ปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจขาดเลือด และโรคหอบหืด จากคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล สูงถึง 306,636,973 บาทเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีการสำรวจผลกระทบของการสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าที่สัมพันธ์กับค่าใช้จ่ายส่วนบุคคล โดยสำรวจร่วมกับ ดร.วศิน ศิวสฤษดิ์ นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ พบข้อมูลว่า การสูบบุหรี่เพียงอย่างเดียวจะมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 892.67 บาทต่อเดือน คิดเป็น 7.16% ของรายได้ หากสูบบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเดียว ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 1,081.81 บาท คิดเป็น 16.43% ของรายได้ และหากสูบทั้งสองอย่าง จะเกิดค่าใช้จ่ายที่ 1,290.74 บาทต่อเดือน คิดเป็น 9% ของรายได้ นั่นแปลว่านอกจากการสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า นอกจากจะส่งผลเสียต่อสุขภาพที่อาจค่อยๆ ส่งผลทีละน้อยจนลุกลามใหญ่โตแล้ว ก็สามารถส่งผลกระทบด้านการเงินในอนาคต และสามารถส่งผลเกี่ยวเนื่องไปถึงปัญหาทางสังคมอื่นๆ ได้อีกมากมายเช่นกัน
FAKE OR FRESH? – MY LIFE EXHIBITION เรารู้อะไรบ้างเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า
นิทรรศการมีชีวิต FAKE OR FRESH? – MY LIFE EXHIBITION ที่ได้จับมือกับธนาคารแห่งประเทศไทย ในครั้งนี้ จึงถือเป็นอีกส่วนหนึ่งในการสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีให้กับเด็กและเยาวชน ที่กำลังจะเติบโตขึ้นไปเป็นกำลังของชาติในอนาคต ทั้งนี้เป็นนิทรรศการเชิงความรู้ที่เข้าใจง่าย พร้อมชวนเด็กๆ ตั้งคำถามกับสิ่งที่เห็น ก่อนเลือกให้ถูกกับชีวิต ผ่าน 2 โซนที่น่าสนใจ ได้แก่ Tunnel Exhibition: Magic Milk และ FACT Zone เปิดโปงความจริง
Tunnel Exhibition : Magic Milk เป็นโซนเปิดประสบการณ์สำรวจบุหรี่ไฟฟ้า ประกอบด้วย 3 ห้อง ห้องแรกมีแอปเปิลสีสดใสเป็นตัวแทน แสดงถึงกลิ่นหอมเย้ายวนใจ ห้องที่สองแสดงเบื้องหลังความสวยงามที่หลอกล่อของแอปเปิล หรืออุตสาหกรรมยาสูบ ที่ใส่สารพิษอันตราย และห้องที่สามเป็นห้องมืดสนิท มาพร้อมกับการตั้งคำถามชวนติดตาม ผ่านการแสดงวิดีโอเพื่อสัมผัสแสง สี เสียงที่จะกระตุ้นความคิดของเด็กๆ ในขณะที่ FACT ZONE คือโซนเพื่อเปิดโปงความจริง ร่วมกระชากหน้ากากบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อให้เห็นความจริงที่มีเพียงหนึ่งเดียวของบุหรี่ไฟฟ้า และอันตรายซ่อนอยู่ภายใต้หน้าตาแสนน่ารัก หรือ Toy Pod ทั้งนี้ยังชวนให้รู้ทันเทรนด์ และแคมเปญการสื่อสาร ที่หลอกล่อ ซึ่งแลกกับราคาสุขภาพที่ต้องจ่าย พร้อมกับให้ข้อมูลเรื่องเงินออมที่เพิ่มขึ้น หากไม่ตกเป็นทาสของบุหรี่ไฟฟ้า โดยทั้งหมดเป็นนิทรรศการสนุกและเข้าถึงง่าย เหมาะสำหรับเด็กและผู้ปกครองอย่างมาก
คุณอัจฉราภา ฮมแสน และคุณอัศวเดช ไชยปัญหา คุณแม่และคุณพ่อของเด็กชายกฤติน ไชยปัญหา จากจังหวัดระยอง ที่เดินทางมาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ เล่าว่าประทับใจต่อนิทรรศการ FAKE OR FRESH? – MY LIFE EXHIBITION อย่างมาก เนื่องจากเข้าใจง่ายและมีประโยชน์ต่อเด็กๆ โดยข้อมูลน่าสนใจหลายอย่างยังช่วยให้ผู้ปกครองเองรู้จักรูปแบบของบุหรี่ไฟฟ้าที่เปลี่ยนไปอย่างมากในปัจจุบันอีกด้วย คุณแม่ให้ข้อมูลเพิ่มเติมด้วยว่า ที่ผ่านมาตนเองให้ความสำคัญกับการเฝ้าระวังเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าในเด็กค่อนข้างมาก วิธีหนึ่งที่เลือกใช้คือการพูดคุยกับลูกถึงเรื่องเหล่านี้ ซึ่งน่าดีใจด้วยว่าปัจจุบันโรงเรียนเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ให้ความสำคัญต่อการสร้างความรู้ความเข้าใจ ทำให้เด็กๆ เห็นโทษของบุหรี่ไฟฟ้าด้วยตนเอง และไม่อยากอยู่ใกล้โดยอัตโนมัติ ส่วนสิ่งที่ผู้ปกครองทั้งหลายพึงทำ คือการร่วมกันเฝ้าระวัง และเป็นหูเป็นตาร่วมกับโรงเรียน เพื่อให้เด็กๆ ทุกคนห่างไกลกับบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าให้มากที่สุด ขณะเดียวกันผู้ปกครองเองก็ต้องจำเป็นต้องรู้จักและรู้เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมการตลาดของวงการยาสูบให้มากขึ้นด้วยเช่นกัน
FAKE OR FRESH? – MY LIFE EXHIBITION ภายใต้โครงการ “รู้ทันสื่อ รู้ทันภัย ป้องกันเยาวชนไทยจากบุหรี่ไฟฟ้า” โดยการผนึกกำลังกันของ สสส. และธนาคารแห่งประเทศไทย ในครั้งนี้ จึงพร้อมมอบความรู้และความแข็งแกร่งทางความคิดให้กับทั้งเด็กๆ และผู้ปกครอง เพื่อต่อกรกับบุหรี่ไฟฟ้าให้ได้มากที่สุด และสร้างสังคมที่น่าอยู่มากขึ้น โดยในวันเปิดนิทรรศการได้จัดให้มีกิจกรรมร่วมเป็นการเล่านิทาน โดย ครูชีวัน วิสาสะ นักเขียน นักเล่านิทาน นักวาดภาพประกอบ นำเสนอเรื่อง “นิทานปลอดพอด” ซึ่งสร้างสรรค์จากเรื่อง “อีเล้งเค้งโค้ง พับปลอดพอด” ที่เป็นการมอบความรู้ความเข้าใจให้เด็กๆ ผ่านนิทานเข้าถึงง่าย พร้อมกันนั้นยังมีเวทีเสวนาให้ความรู้ มอบประสบการณ์ใหม่เพื่อการเรียนรู้ พัฒนาแนวคิด และต้านภัยบุหรี่ไฟฟ้า ในหัวข้อ “เลี้ยงลูกยุคใหม่ หัวใจต้องรู้ทันภัยบุหรี่ไฟฟ้า” โดย ผศ. นพ.วรวุฒิ เชยประเสริฐ หรือหมอวิน จากเพจเลี้ยงลูกตามใจหมอ ซึ่งแนะนำว่าผู้ปกครองยุคใหม่ต้องรู้เท่าทันบุหรี่ไฟฟ้า ขณะเดียวกันหากเกิดปัญหาขึ้นก็ต้องพร้อมรับมือด้วยสติ และอยู่เคียงข้างลูกอย่างเข้าใจ ทั้งนี้ยังสามารถเข้าชมนิทรรศการ FAKE OR FRESH? – MY LIFE EXHIBITION ได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ณ ลานนิทรรศการหมุนเวียน ชั้น 1 ศูนย์การเรียนรู้ธนาคารแห่งประเทศไทย จนถึงวันที่ 22 มิถุนายน 2568 นี้