วันที่ 18 มี.ค. 2568 ที่โรงแรมเบสท์ เวสเทิร์น จตุจักร มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดเสวนา “ร่วมปกป้องเด็กเล็กจากควันบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า” เพื่อเสริมสร้างความตระหนักและเรียกร้องให้สังคมและผู้ปกครองร่วมกันปกป้องเด็ก ๆ จากภัยของควันบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า และอย่ายอมให้ลูกหลานกลายเป็นเหยื่อเสพติดนิโคตินจากบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ที่จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยมีบุคลากรจากศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) พร้อมด้วยผู้ปกครอง และเด็กเล็ก เข้าร่วมเพื่อร่วมแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ในการลดการสัมผัสกับควันบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าในเด็กเล็ก

ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวว่า มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ (มสบ.) ได้ดำเนินโครงการสร้างค่านิยมที่ไม่สูบบุหรี่ในบ้านเพื่อปกป้องเด็กเล็ก (Gen Alpha) คือกลุ่มเด็กแรกเกิด-7 ปี จากการได้รับควันบุหรี่ในบ้าน จึงได้จัดกิจกรรมสร้างสรรค์ผ่านสื่อรณรงค์กล่องออมสินสำหรับเด็ก ในหัวข้อ “ค่าบุหรี่ของพ่อ หนูขอเป็นค่าขนม” ร่วมกับภาคีเครือข่ายครูศูนย์พัฒนาเด็กเล็กก่อนวัยเรียน สังกัด กทม. เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมปกป้องเด็กเล็กจากควันบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า จากข้อมูลการสำรวจการสูบบุหรี่ของประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2564 พบว่า ค่าใช้จ่ายที่เสียไปกับบุหรี่ไฟฟ้า เฉลี่ยต่อเดือนสูงถึง 718 บาท เมื่อเปรียบเทียบกับรายได้ของคนที่จนที่สุดที่มีรายได้ต่อเดือนแค่ 1,043 บาทเท่านั้น ดังนั้น จึงต้องเร่งให้ความรู้แก่ผู้ปกครองและครูให้รู้เท่าทันโทษ พิษภัยของควันบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าที่มีต่อเด็กเล็ก และตระหนักถึงความสำคัญของการทำให้บ้านปลอดจากควันบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า ตลอดจนปลูกฝังให้เด็กเล็กเกิดเจตคติที่ไม่ดีต่อการสูบบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า

ด้าน พญ.พิมพ์ชนก จันทร์สวัสดิ์ กุมารแพทย์โรคระบบทางเดินหายใจ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ศูนย์รังสิต) กล่าวว่า อันตรายและผลกระทบของควันบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้ามือสองต่อเด็ก น่าตกใจมากกว่าผู้ใหญ่ เพราะเด็กทารกและเด็กเล็กมีปอดและระบบภูมิคุ้มกันยังไม่พัฒนาเต็มที่ ไม่สามารถต่อสู้กับสารพิษได้ดีเท่าผู้ใหญ่ เด็กมีอัตราการหายใจเร็วกว่า ทำให้สูดดมสารพิษเข้าไปในปริมาณมากกว่า หากเด็กได้รับควันมือสองจากบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าจำนวนมาก ในระยะสั้นจะทำให้โรคหืด ภูมิแพ้กำเริบ เกิดโรคปอดอักเสบที่สัมพันธ์กับบุหรี่ไฟฟ้า ในระยะยาวจะทำให้มีการเปลี่ยนแปลงของสารพันธุกรรม มีสมรรถภาพปอดเสื่อมถอย ปริมาตรปอดลดลงและก่อให้เกิดมะเร็งปอด ในขณะที่ผลของบุหรี่ไฟฟ้ามีผลต่อระบบประสาทต่อเด็กและเยาวชนในทุกช่วงอายุ ส่งผลเสียต่อสมาธิ ความจำ การคิดวิเคราะห์ การควบคุมอารมณ์ การพัฒนาระบบประสาทและสมอง รวมถึงทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคซึมเศร้าด้วย ผู้ที่เริ่มสูบบุหรี่ไฟฟ้าตั้งแต่อายุยังน้อยมีแนวโน้มที่จะใช้สารเสพติดชนิดอื่นด้วย

“ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าว่าเสพแล้วไม่ติด แต่ความจริงคือ บุหรี่ไฟฟ้ามีสารนิโคติน ดังนั้นการสูบบุหรี่ไฟฟ้าจึงทำให้ผู้สูบติดได้ไม่ต่างจากบุหรี่ธรรมดา รูปแบบและขั้นตอนในการสูบบุหรี่ไฟฟ้ามีความใกล้เคียงกับการสูบบุหรี่มวน ทำให้ผู้สูบยังคงติดในพฤติกรรมการสูบเหมือนบุหรี่มวน โฆษณาของบุหรี่ไฟฟ้ามีการเน้นถึงข้อดีบางอย่างที่เหนือกว่าบุหรี่ เช่น การมีรสชาติที่หลากหลายกว่า ดีต่อสุขภาพมากกว่า มีรูปลักษณ์ที่ดูทันสมัยและหลากหลายกว่า ไม่มีกลิ่นเหม็น ดึงดูดและทำให้ผู้สูบมีแนวโน้มที่จะติดกับการสูบได้มากขึ้น ซึ่งสิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นการโกหกหลอกลวงผู้บริโภคทั้งสิ้น” พญ.พิมพ์ชนก กล่าว

ขณะที่ นางสาวอลิสษา ยูนุช นักสังคมสงเคราะห์ชำนาญการ สำนักงานป้องกันและบำบัดการติดยาเสพติด สำนักอนามัย กทม. กล่าวว่า กทม. มีแนวทางการขยายผลและหนุนเสริมการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับเด็กเล็กในการปกป้องจากอันตรายของบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า โดยแต่งตั้งคณะกรรมการป้องกันแก้ไขปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ ดำเนินการ 1.กำหนดมาตรการแนวทางปฏิบัติ เฝ้าระวังควบคุมป้องกันสร้างทัศนคติการไม่ยุ่งเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าและแก้ไขปัญหาที่เกิดจากบุหรี่ไฟฟ้า 2.รณรงค์สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าที่ถูกต้องให้กับเด็ก เยาวชน และประชาชน 3.ส่งเสริมและสนับสนุนการบำบัดรักษาผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้า 4.สนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำความผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า 5.แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อปฏิบัติงานตามที่มอบหมาย รวมถึงปฏิบัติการอื่นใดตามที่ผู้ว่าฯ กทม. มอบหมาย และในปี 2568 นี้ จะเร่งสร้างและขยายความรู้เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเด็ก เยาวชนและประชาชน ให้เข้าใจถึงพิษภัยของบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อกระชากหน้ากากที่หลอกลวงให้เด็กและผู้ปกครองเข้าใจถึงข้อเท็จจริงที่อันตรายต่อไป

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ นางสาวอังคณา มานุจัม มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ 02-278-1828