ตรวจยึด "สวนทุเรียน" หลังได้รับการร้องเรียนรุกป่าสงวนฯ ในพื้นที่ตกพรม อ.ขลุง จ.จันทบุรี 402 ไร่ ส่วนอีกกว่า 500 ไร่ รอตรวจสอบ คาดมีความเกี่ยวข้องกับทุนใหญ่ เหตุต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก
วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568 พล.ต.ต.วัชรินทร์ พูสิทธิ์ ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ (ผบก.ปทส.) นายมงกรด อุ่นเรือน ผอ.ส่วนป้องกัน สจป.9(ชลบุรี) พ.ต.อ.วิญญู แจ่มใส ผกก.กก2 บก.ปทส. นำกำลังตำรวจ ปทส. พร้อมชุดพยัคฆ์ไพร ประสานตำรวจ สภ.ตกพรหม อ.ขลุง จ.จันทบุรี เข้าตรวจสอบแปลงเพาะปลูกทุเรียนขนาดใหญ่ ในพื้นที่ ม.1 ต.บ่อเวฬุ อ.ขลุง จ.จันทบุรี
หลังส่งทีมสืบสวนลงพื้นที่หาข้อมูลเนื่องจากได้รับการร้องเรียนว่า มีการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนฯ เพื่อปลูกทุเรียน สลับกล้วย นอกจากนี้ยังพบสิ่งปลูกสร้างจำนวนหลายหลัง เป็นลักษณะห้องควบคุม การสูบน้ำ มีวาล์วจ่ายน้ำขนาดใหญ่ มีการติดตั้งระบบสปริงเกอร์ เพื่อให้น้ำครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดมีการสร้างถนนคอนกรีตเข้าในพื้นที่ มีการติดตั้งเสาไฟ เป็นแนวยาว กว่า 70 ต้น ส่งกระแสเข้าไปในพื้นที่ด้วย
...
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ ไม่พบคนดูแลสวนทุเรียน และไม่มีใครมาแสดงตัวเป็นเจ้าของ พบเพียงถังพ่นยาวางอยู่ คาดว่าคนงานน่าจะรู้ตัวและหลบหนีไปก่อนหน้าที่เจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจสอบ ภายในสวนพบมีการจัดพื้นที่เพาะปลูก แบ่งเป็นทุเรียน และสวนกล้วย ตรงกลางพื้นที่เป็นพื้นที่ลาดต่ำ มีการขุดบ่อน้ำขนาดใหญ่เพื่อใช้ในพื้นที่
พล.ต.ต.วัชรินทร์ พูสิทธิ์ เปิดเผยว่า พื้นที่ตรงนี้ ได้รับรายงานจากกรมป่าไม้ว่า เป็นพื้นที่ที่มีการปลูกทุเรียน เคยได้รับอนุญาตจากกรมป่าไม้ให้ทำประโยชน์เกษตรกรรม หมดสัมปทานปี 2546 จากนั้นมีพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตพื้นที่นี้เป็นเขตปฏิรูปที่ดินแต่ถูกกันออกไป เพราะยังคงเป็นพื้นที่ป่าไม้ ที่มีสภาพสมบูรณ์ การปลูกทุเรียนตรงนี้ จึงถือเป็นการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติฯ
สำหรับการลงพื้นที่ตรวจสอบวันนี้จะมีการตรวจสอบเฉพาะพื้นที่ที่ถูกกันออก โดยเชิญเจ้าหน้าที่ป่าไม้ และ ส.ป.ก.มาดูพื้นที่จริง เพื่อตรวจวัดว่ามีพื้นที่การเพาะปลูกบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติมากเพียงใด เพื่อดำเนินคดีตามจำนวนเนื้อที่ที่บุกรุก โดยจะไปลงบันทึกประจำวันที่ สภ.ตกพรม มี บก.ปทส.เป็นผู้แจ้งความร้องทุกข์ คาดว่า จะสืบสวนสอบสวนเพื่อหาตัวผู้กระทำผิดและผู้เกี่ยวข้องได้ไม่ยาก
ส่วนจะเกี่ยวข้องกับทุนใหญ่ มีความเป็นไปได้ เพราะลักษณะพื้นที่เป็นที่สูง เป็นหุบ มีการขุดบ่อน้ำ ต้องใช้งบประมาณในการวางระบบน้ำจำนวนมาก ต้องใช้ทุนสูงหลายร้อยล้านบาท จากการสืบสวนยังเป็นทุนไทยอยู่ แต่จะเกี่ยวกับทุนจีนหรือไม่ เจ้าหน้าที่ขอเวลาสอบสวน และอาจส่งต่อให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI รับเป็นคดีพิเศษ
เบื้องต้น คาดว่าพื้นที่แปลงใหญ่สุด มีพื้นที่ไม่น้อยกว่า 402 ไร่ ซึ่งเป็นแปลงแรกที่มีการตรวจสอบ อยู่ในเขตป่าสงวนฯ ชัดเจน ส่วนแปลงอื่นจะเร่งขยายผลตรวจสอบในลำดับต่อไป.