ทุกวันนี้ การที่คนต่างชาติเข้ามาทำงาน และอาศัยในไทยจำนวนมาก ไม่รู้จะเรียกว่า “สมใจ” รัฐบาล ที่ต้องการดึงบุคลากรคุณภาพสูง และนักลงทุนระดับโลกเข้ามาไทย ได้หรือไม่!!

หลังจากหลายรัฐบาลที่ผ่านมา มักมีนโยบายดึงดูดบุคลากรต่างชาติคุณภาพสูง และนักลงทุน เข้ามาทำงาน ลงทุน และพำนักในไทยระยะยาว เพื่อหวังให้คนเหล่านี้ใช้จ่าย ทำให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้เศรษฐกิจไทยเติบโต

หรือแม้แต่รัฐบาลนี้ก็เช่นกัน การประชุม ครม. วันที่ 13 ม.ค.68 ได้เห็นชอบปรับปรุงหลักเกณฑ์วีซ่าชนิดพิเศษ เพื่อดึงดูดต่างชาติศักยภาพสูง 4 กลุ่ม คือ ผู้มีทักษะเชี่ยวชาญพิเศษผู้เชี่ยวชาญที่ทำงานจากไทยให้กับนายจ้างต่างประเทศ ผู้มีความมั่งคั่งสูง ผู้เกษียณอายุ รวมถึงผู้ติดตาม

โดยพำนักในไทยได้ 10 ปี ไม่จำกัดจำนวนครั้งเข้า–ออก ได้รับอนุญาตให้ทำงาน เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเพียง 17% รายงานตัวกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองปีละครั้งจากทุก 90 วัน

แต่ยังไม่เห็นสถิติว่า กลุ่มเหล่านี้เข้ามาทำงานในไทยจำนวนเท่าใด อยู่ยาวแค่ไหน หรือความตั้งใจของรัฐบาลสัมฤทธิผลหรือไม่??

ในทางกลับกันที่เป็นข่าวครึกโครม กลับเป็นกลุ่มคนที่แอบแฝงมาในคราบนักท่องเที่ยว บางสัญชาติเข้าไทยโดยไม่ต้องขอวีซ่าและอยู่ยาว บางสัญชาติแม้ขอวีซ่า และวีซ่าหมดอายุ ก็ยังอยู่ต่อโดยผิดกฎหมาย แต่บางคน เมื่อวีซ่าหมดก็ต่ออายุไปเรื่อยๆ และอยู่ยาว

กลุ่มคนเหล่านี้ หากไม่ทำอะไรผิดกฎหมายไทย ก็ไม่เป็นไร ถือว่าเข้ามากิน มาใช้ เอาเงินมาให้คนไทย แต่สำหรับกลุ่มที่เข้ามาทำมาหากินแบบผิดกฎหมาย ทำธุรกิจสีเทา แย่งอาชีพคนไทย หรือทำธุรกิจต้องห้ามสำหรับคนต่างด้าว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ต้องเร่งปราบฯ ก่อนจะฝังรากลึก และแผ่อิทธิพลกลายเป็น “มาเฟีย” อย่างที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัดท่องเที่ยวของไทย

...

และล่าสุด ที่อำเภอปาย แม่ฮ่องสอน ก็กำลังจะกลายเป็น “ปายเลสไตน์” เพราะการเข้ามายึดพื้นที่ของชาวยิว จากอิสราเอล ถึงขั้นระดมทุนผ่านเว็บไซต์ jewishthailand.com เพื่อให้ชาวยิวทั่วโลกช่วยกันบริจาคเงินสร้างโบสถ์ ที่เรียกว่า Chabad of Pai ที่แสดงให้เห็นว่า ชาวยิวกำลังจะลงหลักปักฐานที่ปาย

จากที่ปรากฏเป็นข่าว ชาวปายกำลังต่อต้านชาวยิวที่นี่ เพราะมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมหลายอย่าง และยังแย่งอาชีพคนไทย มาเป็นเจ้าของร้านอาหาร รีสอร์ต ให้เช่ารถ ซึ่งล้วนเป็นธุรกิจที่คนต่างชาติต้องขออนุญาต หากจะทำในไทย และไม่รู้ว่า มี “นอมินี” คนไทยสมรู้ร่วมคิดให้ทำธุรกิจโดยเลี่ยงกฎหมายหรือไม่

หน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ไม่น่าปล่อยปละละเลยมาจนขนาดนี้ และไม่ใช่เฉพาะ สำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ต้องตรวจสอบตามข้อสั่งการของผู้บัญชาการ ยังรวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดด้วย

ต้องเร่งดำเนินการด่วน ก่อนที่ “ปาย” จะกลายเป็น “ปายเลสไตน์” เหมือน “ปาเลสไตน์” ที่ยิวเข้ามาครอบครองแล้ว.

ฟันนี่เอส

คลิกอ่านคอลัมน์ “กระจก 8 หน้า” เพิ่มเติม