"ดร.สาธิต ปิตุเตชะ" อดีต รมช.สธ. เตรียมส่งทนายช่วย "พยาบาล" หลังถูกญาติคนไข้ตบในห้องไอซียู เพื่อให้ถึงกระบวนการยุติธรรมขั้นสูงสุด-ไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำอีก
วันที่ 18 ก.พ. 68 จากกรณีที่นางพยาบาล ของโรงพยาบาลระยอง ถูกญาติผู้ป่วยทำร้ายร่างกายด้วยการตบหน้าอย่างแรง เนื่องจากไม่พอใจที่ถูกเตือนเรื่องการนำเด็กเข้าเยี่ยมญาติในห้องคนไข้วิกฤติ ตึกอายุรกรรมหญิง จนได้รับบาดเจ็บทั้งร่างกายและจิตใจ ซึ่งหลังเกิดเหตุ ทางโรงพยาบาลได้ให้ผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.เสฏฐวุฒิ สุทธิวัฒนมงคล รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองระยอง แล้ว และ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ อยู่ระหว่างรอผลการตรวจร่างกาย และเตรียมเรียกทั้งสองฝ่ายมาสอบสวนโดยละเอียดเพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ดังที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุด ดร.สาธิต ปิตุเตชะ อดีต รมช.สธ. เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า ในห้องไอซียู เป็นห้องที่รักษาผู้ป่วยวิกฤต ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่มีความรุนแรง ซึ่งเบื้องต้น ตนในฐานะที่เป็นอดีต รมช.สธ. แยกเป็น 1. ตนจะจัดทนายความไปช่วยเหลือให้คำปรึกษาพยาบาลคนที่ถูกทำร้ายร่างกายดังกล่าว เพื่อให้ผลที่เกิดขึ้นไปสู่กระบวนการยุติธรรมไปสู่ขั้นสูงสุด และเป็นตัวอย่าง และเกิดผลในแง่ของการปฏิบัติต่อไป ให้เกิดการเกรงกลัว และไม่ให้เกิดการกระทำซ้ำลักษณะดังกล่าวขึ้นมาอีก จึงจำเป็นต้องให้ข้อมูลที่ครบถ้วน เพื่อให้ศาลตัดสินไปตามกระบวนการยุติธรรม ตนก็จะส่งทนายความไปพบผู้เสียหายโดยเร็วที่สุด ถ้าผู้เสียหายต้องการ
2. การพิจารณาประเด็นดังกล่าว แยกเป็น 2 เรื่อง คือการให้บริการของพยาบาลกับญาติคนไข้ที่มาเยี่ยม กับกรณีการใช้ความรุนแรง เรื่องแรกคือ ถ้าการให้บริการของพยาบาลไม่เป็นที่ถูกใจ ไม่มีประสิทธิภาพ วิธีดำเนินการจะต้องไปร้องเรียนกับผู้บริหาร รพ. และอีกเรื่อง จะต้องขจัดความรุนแรงที่เกิดขึ้นออกไปจากสถานพยาบาลกับเจ้าหน้าที่ฯ ซึ่งก็เคยมีเคสกรณีที่คนมีเรื่อง แล้วเข้ามารักษาห้องฉุกเฉิน มาทะเลาะวิวาททำร้ายร่างกายกัน เจ้าหน้าที่ที่ทำงานได้รับผลกระทบ ซึ่งเคสที่เกิดขึ้นดังกล่าว เป็นกรณีตรงไปยังเจ้าหน้าที่ ซึ่งที่ผ่านมามีแผนป้องกันในแต่ละส่วน กรณีที่เกิดขึ้นต้องทำให้เกิดความเป็นธรรมให้ถึงที่สุด หากผู้เสียหายต้องการ เพื่อให้ผู้ก่อเหตุให้เหตุได้ถูกลงโทษตามกระบวนการยุติธรรม และต้องเป็นโทษที่หนักขึ้น เนื่องจากทำร้ายร่างกายขณะที่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติราชการ
ขณะที่ทางฝั่งผู้ก่อเหตุ มีรายงานว่า ผู้ใช้เฟสบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์ข้อความถึงเรื่องที่เกิดขึ้นว่า แม่ของตนเอง ได้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่จากลูกของตนเอง จึงพารักษาที่โรงพยาบาล พอถึงเวลาเยี่ยมจึงพาลูกเข้าไปเยี่ยมยาย เพื่อให้คุณยายเห็นหลานจะได้มีกำลังใจเพราะเป็นหลานรัก โดยพยาบาลคนแรกพูดจาดีมาก และ ยอมให้เข้าเยี่ยม แต่ต้องรอให้เช็ดตัวเสร็จก่อน จึงออกไปรอ จนพาลูกเข้าไปอีกรอบ โดยให้สามีรออยู่ด้านนอก พอเข้าไป เจอกับพยาบาลที่ถูกทำร้าย ได้เดินออกมาแล้วก็ถอดหน้ากากอนามัย ชักสีหน้าไม่พอใจ ก่อนจะพูดตะคอกว่า "สูญเสียแม่อีกคนยังไม่พอ อยากจะสูญเสียลูกอีกคนยอมรับได้ใช่ไหมพาเด็กออกไปเดี๋ยวนี้" จึงพาเด็กออกไป แล้วร้องไห้ เพราะคำพูดของพยาบาลคนดังกล่าว ทำให้คิดว่า แม่ของตนไม่รอดแล้ว สามีจึงเกิดอารมณ์โมโห เดินเข้าไปถามว่าใครด่าเมียผม ก่อนจะบันดาลโทสะตบไป ซึ่งสามียอมรับว่าลงมือทำจริง และยอมรับผิด เตรียมรอพบตำรวจ
อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังรอใบรับรองจากแพทย์ เพื่อเตรียมแจ้งข้อหาแก่ผู้กระทำผิดดังกล่าว ซึ่งสามารถดำเนินคดีได้ทั้งทางแพ่งและอาญา.