"เขื่อนเจ้าพระยา" คงการระบายน้ำอยู่ที่ 1,500 ลบ.ม./วินาที เป็นวันที่ 4 รอรับมวลน้ำจากพายุ "ยางิ" แจ้งเตือน 11 จังหวัด ท้ายเขื่อนติดตามสถานการณ์น้ำใกล้ชิด
วันที่ 6 ก.ย. 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาว่า ยังคงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยกรมชลประทาน ทยอยปรับเพิ่มการระบายน้ำลงสู่ทางด้านท้ายเขื่อน เพื่อรองรับน้ำเหนือที่จะไหลลงมาสมทบ พร้อมตรึงการระบายที่ 1,498 ลบ.ม./วินาที เป็นวันที่ 4 เพื่อทำการพร่องน้ำเตรียมรับมือมวลน้ำเหนือ ที่จะลงมาสมทบอย่างต่อเนื่องตามแผนกรมชลประทาน
ประกอบกับช่วงสุดสัปดาห์นี้ คาดว่าจะมีฝนตกหนัก และส่งผลให้ปริมาณน้ำจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ประกอบกับ ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยในที่ประชุมประเมินสถานการณ์น้ำประจำสัปดาห์ ให้เฝ้าระวังพายุไต้ฝุ่น “ยางิ” ซึ่งกำลังเคลื่อนตัวมาจากประเทศฟิลิปปินส์ แม้กรณีพายุไม่ได้เคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทย แต่อาจมีอิทธิพลที่จะส่งผลให้ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับในวันนี้มีร่องมรสุมพาดผ่านตอนกลางของประเทศ จึงคาดว่าในช่วง 7 วันข้างหน้านี้ จะมีฝนตกหนักเพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่ในภาคเหนือ โดยเฉพาะบริเวณที่ประสบอุทกภัย แต่จากปริมาณฝนซึ่งคาดว่าจะตกหนักในระยะนี้ อาจจะทำให้ในช่วงวันที่ 9 – 10 ก.ย. 67 ต้องระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นอยู่ในอัตราประมาณ 2,000 ลบ.ม. ต่อวินาที ต้องรอดูอีกครั้งว่าจะมีมวลน้ำมากแค่ไหน ซึ่งทางกรมชลประทานได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในพื้นที่เฝ้าระวังและรับมือกับสถานการณ์น้ำตลอด 24 ชั่วโมง
...
สำหรับปัจจุบันสถานการณ์น้ำ ที่สถานีวัดน้ำ C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ที่ 1,496 ลบ.ม./วินาที ที่เขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท มีปริมาณน้ำทางด้านเหนือเขื่อนอยู่ที่ 16.69 เมตร/รทก. มีปริมาณน้ำทางด้านท้ายเขื่อนอยู่ที่ 12.82 เมตร/รทก. ซึ่งระดับน้ำห่างจากตลิ่งอยู่ที่ 3.52 เมตร และเขื่อนเจ้าพระยามีอัตราการระบายน้ำอยู่ที่ 1,498 ลบ.ม./วินาที ระดับน้ำท้ายเขื่อนสูงขึ้นเริ่มเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำ แจ้งเตือน 11 จังหวัด ท้ายเขื่อนเจ้าพระยาติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เพื่อรับมือสถานการณ์น้ำที่มีแนวโน้มจะสูงขึ้นในช่วงฤดูฝน.