มกอช. เดินหน้าขับเคลื่อนมาตรฐาน "ข้าวยั่งยืน" ยกระดับระบบการผลิตข้าวไทยตลอดห่วงโซ่คุณค่าเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ พร้อมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

เมื่อวันที่ 17 ม.ค.67 นายพิศาล พงศาพิชณ์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยว่า "ข้าว" เป็นสินค้าเกษตรที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ ประเทศไทยเป็นหนึ่งในผู้ผลิตหลักของโลก กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีนโยบายการเกษตรที่ยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (UN) และยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ดังนั้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ยกระดับมาตรฐานการผลิตข้าว ให้เกิดความยั่งยืน สร้างโอกาสทางการตลาดและเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของข้าวไทย

คณะกรรมการมาตรฐานสินค้าเกษตร จึงเห็นสมควรกำหนดมาตรฐานสินค้าเกษตร เรื่องข้าวยั่งยืน
โดยมีสาระสำคัญที่สอดคล้องตาม The SRP Standard for Sustainable Rice Cultivation ซึ่งริเริ่มโดยโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ ร่วมกับองค์กรภาครัฐและเอกชนจากทุกภูมิภาคของโลก รวมทั้งองค์กรอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ซึ่งมีข้อกำหนดครอบคลุมประเด็นความปลอดภัยด้านอาหาร เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม รวมถึงมาตรฐานแรงงานระหว่างประเทศขององค์กรแรงงานระหว่างประเทศ (ILO)

...

ทั้งนี้ มกอช. ได้นำมาตรฐานเรื่องข้าวยั่งยืนมาจัดทำในรูปแบบ Infographic โดยเชื่อมความสัมพันธ์กับ BCG Model ซึ่งเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวม ที่จะพัฒนาเศรษฐกิจ 3 มิติไปพร้อมกัน ได้แก่ เศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy) ระบบเศรษฐกิจชีวภาพ มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรชีวภาพเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยเน้นการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) คำนึงถึงการนำวัสดุต่างๆกลับมาใช้ประโยชน์ให้มากที่สุด และทั้ง 2 เศรษฐกิจนี้ อยู่ภายใต้เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ระหว่างเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว

โดยการขับเคลื่อนมาตรฐานข้าวยั่งยืน มีข้อกำหนดหลัก 10 ข้อ ดังนี้

1.การจัดการฟาร์ม มีการวางแผนจัดทำปฏิทินเพาะปลูก และจดบันทึกข้อมูลสำคัญเพื่อให้สามารถใช้ทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่า ดำเนินการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ


2.การเตรียมการก่อนปลูก ได้แก่ จัดการพื้นที่ปลูกข้าวให้ไม่มีความเสี่ยงจากสารปนเปื้อน ไม่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม มีการส่งเสริมและอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ มีการเตรียมและใช้เมล็ดพันธุ์ที่ดี เพื่อให้มีความเหมาะสมกับพื้นที่ปลูก มีความต้านทานโรคและให้ผลผลิตที่ดี


3.การใช้น้ำ มีการจัดการน้ำอย่างถูกวิธี ปลูกข้าวพันธุ์ที่เหมาะสมกับแหล่งน้ำในช่วงเวลาที่เหมาะสมกับสภาพอากาศท้องถิ่น และเลือกวิธีปลูกที่เหมาะสมจะช่วยลดต้นทุนในการสูบน้ำ ลดการใช้น้ำ การสูญเสียผลผลิต ซึ่งการทำนาแบบเปียกสลับแห้ง สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้


4.การจัดการธาตุอาหาร ควรมีการตรวจวิเคราะห์ธาตุอาหารในดินก่อนเริ่มการเพาะปลูก เพื่อให้สามารถคำนวณการใช้ปุ๋ยได้อย่างเหมาะสม เลือกใช้ปุ๋ยอินทรีย์ที่ย่อยสลายสมบูรณ์แล้ว หากต้องใช้ปุ๋ยเคมีให้เลือกชนิดที่ขึ้นทะเบียนตามกฎหมาย ซึ่งจะช่วยลดต้นทุน และได้ผลผลิตข้าวที่มีความปลอดภัยและมีคุณภาพดี


5.การจัดการศัตรูพืชโดยวิธีผสมผสาน (IPM) ควรมีการสำรวจและประเมินความเสียหายของแปลงนาสม่ำเสมอ และเลือกใช้วิธีป้องกันศัตรูพืชด้วยวิธีกล ก่อนใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช เพื่อสร้างความปลอดภัย ต่อเกษตรกร ชุมชน สิ่งแวดล้อม และผู้บริโภค
6.การเก็บเกี่ยวและการปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยว เก็บเกี่ยวในช่วงเวลาที่เหมาะสม หลังเก็บเกี่ยวโดยวิธีที่เหมาะสมและถูกสุขลักษณะ การจัดเก็บข้าวต้องป้องการปนเปื้อน ควบคุมความชื้นให้ไม่เกิด 14% และแยกเก็บเป็นสัดส่วนไม่เผาตอซังและฟางข้าว ใช้วิธีไถกลบหรือทิ้งไว้ให้ย่อยสลายในแปลงนาอย่างสมบูรณ์ก่อนปล่อยน้ำเข้านา ซึ่งจะทำให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ ลดต้นทุนการใช้ปุ๋ย ลดมลพิษจากการเผา และการลดทำลายความอุดมสมบูรณ์ ของดินและระบบนิเวศ

...


7.สุขภาพและความปลอด ผู้ฉีดพ่นสารเคมีต้องได้รับการฝึกอบรมที่เกี่ยวข้องกับการใช้สารเคมี ขณะเตรียมหรือฉีดพ่นสารเคมี ต้องมีการใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล เช่น ถุงมือ หน้ากาก แว่นตาป้องกันสารเคมี ชุดคลุมป้องกัน หรือเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว รองเท้าบูต มีการสื่อสารให้ชุมชนทราบถึงช่วงเวลาห้ามเข้าแปลงนา หลังมีการฉีดพ่นสารเคมี (อย่างน้อย 48 ชั่วโมง)


8.สิทธิแรงงานในฟาร์ม ใช้แรงงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายและหลักสิทธิมนุษยชน สนับสนุนให้เด็ก ได้รับการศึกษาภาคบังคับ ไม่สนับสนุนการค้ามนุษย์


9.การแปรสภาพข้าวเปลือกเป็นสินค้าข้าวยั่งยืน โดยรับซื้อข้าวเปลือกที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ว่า มาจากแปลงนาที่ได้รับการรับรองมาตรฐานข้าวยั่งยืน การขัดสี การปรับปรุงสภาพและการบรรจุต้องปฏิบัติตามหลัก GMP/มกษ. 4403 หรือมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อจะทำให้สินค้าข้าวยั่งยืนมีความปลอดภัยสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ รักษาคุณภาพและความเป็นข้าวยั่งยืนได้ตลอดห่วงโซ่การผลิต


10.การติดฉลากและการกล่าวอ้าง สินค้าข้าว ที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานข้าวยั่งยืน (มกษ. 4408-2565) สามารถแสดงฉลากหรือกล่าวอ้างเป็นสินค้าข้าวยั่งยืนได้โดยมีการแสดงฉลาก ระบุชื่อ หรือรหัสของหน่วยรับรองไว้ใต้เครื่องหมาย Q ได้ ซึ่งจะเป็นการเพิ่มมูลค่าและสร้างความน่าเชื่อถือให้กับสินค้าข้าว

...

"ซึ่งเกษตรกร/กลุ่มเกษตรกรต้นแบบ จะได้มีความรู้ ความเข้าใจ สามารถยกระดับการผลิตที่สอดคล้องตามมาตรฐานสินค้าเกษตร เรื่อง ข้าวยั่งยืน (มกษ. 4408-2565) รวมทั้งสามารถนำไปขยายสู่พื้นที่อื่นๆ ส่งผลให้เกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดี มีความเข้มแข็งและมั่นคง ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ช่วยยกระดับระบบการผลิตข้าวของไทยตลอดห่วงโซ่คุณค่า และเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ" เลขาธิการ มกอช. กล่าว