ในปี พ.ศ. 2566 โครงการเศรษฐศาสตรบัณฑิต หลักสูตรนานาชาติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (โครงการ BE) ได้ครบรอบ 30 ปีแห่งการสถาปนา ทางโครงการจึงกำหนดให้มีการจัดงานเฉลิมฉลองในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2566 จัดขึ้นที่โรงแรมชาเทรียม ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ ภายใต้หัวข้อ “BE Beyond เราสร้างมากกว่านักเศรษฐศาสตร์”
“BE Beyond” แสดงถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาและสร้างสรรค์เพื่อการศึกษาเศรษฐศาสตร์ในอนาคตให้ยิ่งใหญ่กว่าเดิม คำว่า “Beyond” สะท้อนถึงการก้าวไปข้างหน้า และการเป็นผู้นำที่นำเสนอนวัตกรรมและไอเดียใหม่ๆ ที่แตกต่าง
จากจุดเริ่มต้นของโครงการที่มีความตั้งใจที่จะผลิตบุคลากรคุณภาพ เพื่อนำไปสู่เส้นทางการพัฒนาประเทศ ในยุคที่เศรษฐกิจได้รับผลกระทบในระดับโลก BE จึงได้ถูกจัดตั้งโครงการขึ้นมาในปี 2536 และในปัจจุบันมีศิษย์เก่าที่ประสบความสำเร็จในการประกอบอาชีพที่หลากหลายอยู่ในองค์กรต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรด้านการเงิน การธนาคารทั้งในภาครัฐและเอกชน ด้านทางธุรกิจ ด้านการทำวิจัย และอื่นๆ อีกมากมาย
ตลอดระยะเวลาการเดินทาง 30 ปี ทางโครงการมีการปรับปรุงหลักสูตรเพื่อให้เข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนไปอยู่ตลอดเวลา โดยการเชิญบุคลากรผู้สอนที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ มาให้ความรู้กับนักศึกษา และการฝึกฝนให้ได้ใช้เครื่องมือที่ทันสมัยและตอบโจทย์กับการเรียนการสอน ทั้งยังใส่ใจในการจัดกิจกรรมที่จะช่วยส่งเสริมและสนับสนุนให้นักศึกษาได้พัฒนาศักยภาพรอบด้านตลอดหลักสูตร เพื่อให้บัณฑิตเป็นผู้นำในการปรับตัวเปลี่ยนแปลงเข้ากับยุคสมัย และเป็นมากกว่านักเศรษฐศาสตร์ที่มีพร้อมทั้งองค์ความรู้เหนือล้ำด้านวิชาการ แต่ยังมีความคิดสร้างสรรค์ เป็นพลเมืองดี มีวิสัยทัศน์ที่เล็งเห็นถึงผลประโยชน์ต่อสังคม ที่จะสามารถสร้างคุณูปการให้กับเศรษฐกิจและสังคมไทย
และภายใต้งานคืนสู่เหย้าอันอบอุ่นของคณะเศรษฐศาสตร์ ยังแฝงไปด้วยความรู้และประสบการณ์จากการเชิญศิษย์เก่า ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย กรรมการผู้จัดการ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ และหัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์เศรษฐกิจและการลงทุน กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร ร่วมเสวนาภายใต้หัวข้อ “คุณค่าของเศรษฐศาสตร์ในโลกอนาคต” ที่ช่วยให้เล็งเห็นถึงการปรับตัวและประยุกต์ใช้วิชาเศรษฐศาสตร์เพื่อให้เข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป การจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดเพื่อตอบสนองความต้องการที่ไม่จำกัด การวิเคราะห์ทางเลือกและทรัพยากรที่มีอยู่นำทางการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นให้กับโลกและสังคม เพราะ “Economics is a study of choice”
“เส้นทางที่ Beyond กว่าความสำเร็จ” นอกจากได้เห็นมุมมองที่กว้างขึ้นเกี่ยวกับคุณค่าของเศรษฐศาสตร์ในโลกอนาคตแล้ว BE ยังชี้ชัดให้เห็นว่าเศรษฐศาสตร์เป็นเพียงเครื่องมือที่จะช่วยให้เราสามารถวิเคราะห์สิ่งต่างๆ และประยุกต์ใช้กับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในแต่ละยุคสมัย โดยการเชิญแขกรับเชิญศิษย์เก่า BE ทั้ง 5 ท่าน ร่วมพูดคุยแบ่งปันประสบการณ์ ในการประยุกต์ใช้วิชาเศรษฐศาสตร์ในแต่ละสายอาชีพที่แตกต่างกัน เพื่อให้เห็นภาพของการเป็น “มากกว่านักเศรษฐศาสตร์” มากขึ้น
โดยแขกรับเชิญศิษย์เก่า BE ทั้ง 5 ท่าน ประกอบไปด้วย
- คุณวิน พรหมแพทย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานลูกค้าไฮเน็ตเวิร์ธ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
- คุณจุฑาศรี คูวินิชกุล (CEO, Metta Group, Founder of YOUTRIP & Co-founder of Grab Thailand)
- ดร.โสมรัศมิ์ จันทรัตน์ (ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทย)
- คุณวรรณสิงห์ ประเสริฐกุล (ผู้ผลิตสารคดีและนักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม)
- คุณเอด้า จิรไพศาลกุล (กรรมการผู้จัดการ Taejai.com)
“BE กับการสอนวิชาเศรษฐศาสตร์ ที่ไม่ได้จำกัดคนให้เป็นเพียงนักเศรษฐศาสตร์” ผศ.ดร.ธร ปีติดล กรรมการจัดงาน BE 30th Anniversary Celebration
ศิษย์เก่าทั้ง 5 ท่านก็เป็นส่วนหนึ่งที่พิสูจน์ว่า แม้ยุคสมัยจะเปลี่ยนไปถึง 3 ทศวรรษ ยังมีสิ่งสำคัญที่ทาง BE ยึดถือ ส่งต่อ และปลูกฝังให้นักศึกษาตลอด 30 ปี
โดยทางโครงการมุ่งเน้นในการให้นักศึกษามีความเพียบพร้อมในด้านวิชาการที่ใช้ความรู้เศรษฐศาสตร์เป็นพื้นฐาน มีการฝึกฝนให้นักศึกษามีความสามารถรอบด้านในการทำงานร่วมกับผู้อื่น เพื่อการประสบความสำเร็จในการทำงาน ด้วยการใช้หลักคิดวิเคราะห์ มีมุมมองที่กว้างขวาง เล็งเห็นถึงความเป็นไปของสังคม ใส่ใจผู้อื่น และรักความเป็นธรรม
หากนิยามของคำว่า นักเศรษฐศาสตร์ คือคนที่สามารถประยุกต์ใช้วิชาเศรษฐศาสตร์เพื่อเข้าใจเรื่องการวิเคราะห์ การเลือก ข้อจำกัด การหาทางเลือกที่ดีที่สุด โดยใช้ค่าเสียโอกาสน้อยที่สุด หรือมีทักษะในการมองตัวเลือก การประเมินการตัดสินใจของคน รวมไปถึงความสามารถในการมองและวิเคราะห์เปลี่ยนแปลงทางสังคมและเศรษฐกิจได้อย่างเป็นระบบ เข้าใจกลไก เหตุปัจจัยของสิ่งต่างๆ ซึ่งเป็นการสร้าง critical thinker BE ก็เป็นโครงการที่สร้างมากกว่านักเศรษฐศาสตร์ เพราะไม่เพียงสอนความรู้ให้เป็นเลิศ แต่ยังปลูกฝังให้นักศึกษาได้เรียนรู้สังคมไทย การทำงานร่วมกัน และการช่วยเหลือกันในสังคมอีกด้วย