พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ อัญเชิญ "ดินพระราชทาน" พร้อมพวงมาลาของพระบรมวงศานุวงศ์ วางหน้าหลุมศพ "นายอาศิส พิทักษ์คุมพล" จุฬาราชมนตรี เพื่อร่วมไว้อาลัย
วันที่ 23 ต.ค. 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่มัสยิดกลางจังหวัดสงขลา ทันทีที่มัยยิต หรือร่างของ นายอาศิส พิทักษ์คุมพล อดีตจุฬาราชมนตรีคนที่ 18 เดินทางถึงมัสยิดกลางจังหวัดสงขลา ทุกภาคส่วนต่างรอรับด้วยความอาลัย เจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันเคลื่อนมัยยิต หามขึ้นมายังโถงกลางภายในมัสยิด จากนั้นคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสงขลา และพี่น้องมุสลิมได้พร้อมใจกันละหมาดญะนาซะห์ นำโดย นายซากีย์ พิทักษ์คุมพล สมาชิกวุฒิสภา (ผู้เป็นบุตรชาย) เพื่อขอพรให้ผู้เสียชีวิต ก่อนจะนำมัยยิตเคลื่อนต่อไปยังกุโบร์ มัสยิดกลางจังหวัดสงขลา ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทำการขุดหลุมเตรียมไว้
ทั้งนี้ การนำมัยยิตของ นายอาศิส พิทักษ์คุมพล มาฝังไว้ที่กุโบร์แห่งนี้ ต้องบอกว่าเป็นร่างแรกและร่างเดียวที่ได้รับอนุญาต เนื่องจากเป็นบุคคลสำคัญ ผู้ทำคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติ เพราะจุฬาราชมนตรี คือ ผู้นำกิจการศาสนาอิสลามในประเทศไทย ทำหน้าที่ถวายคำปรึกษาด้านศาสนาอิสลามแก่พระมหากษัตริย์ และเป็นที่ปรึกษารัฐบาล
...
อีกทั้งท่านยังเป็นผู้รับพระราชดำริจากในหลวงรัชกาลที่ 9 ผลักดันการก่อสร้างมัสยิดกลางจังหวัดสงขลาจนแล้วเสร็จ จนสามารถใช้เป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจ ศูนย์รวมใจของพี่น้องมุสลิม รวมถึงยังเป็นที่ตั้งศูนย์บริหารกิจการศาสนาอิสลามภาคใต้ และแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่มีชื่อเสียงของจังหวัดสงขลา
ต่อมา เวลา 11.00 น. พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี เดินทางเป็นผู้แทนพระองค์อัญเชิญดินพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพวงมาลาของพระบรมวงศานุวงศ์ วางหน้าหลุมศพเพื่อร่วมไว้อาลัย และเป็นเกียรติแก่ผู้เสียชีวิต
ทางด้าน นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้แทนนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และคณะผู้บริหารร่วมพิธีดังกล่าวด้วย
ขณะที่ พี่น้องมุสลิมชาวสงขลา บอกว่า รู้สึกอาลัยกับความสูญเสียในครั้งนี้ เพราะนายอาศิส พิทักษ์คุมพล คือ ความภูมิใจของชาวสงขลา ท่านเป็นผู้มีความรู้ความสามารถในด้านศาสนาอิสลาม อีกทั้งยังเชี่ยวชาญในภาษาอาหรับ ยาวี บรูไน และอินโดนีเซีย จนเป็นที่ยอมรับของสังคมทั่วไป.