วิเคราะห์การช่วยเหลือตัวประกันชาวไทย ทางออกของสงคราม "อิสราเอล-ฮามาส" เมื่อโรงพยาบาลในฉนวนกาซาถูกโจมตี จนกลายเป็นสุสาน

วันที่ 18 ต.ค. 2566 ใน "NewsRoom" รายการทอล์กคุยข่าวใหญ่ ทางไทยรัฐออนไลน์ ดำเนินรายการโดย คิงส์ พีระวัฒน์ อัฐนาค และ กาย พงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ วันนี้เป็นการพูดคุยกับ พล.ท.ดร.พงศกร รอดชมภู อดีตรองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ จากกรณีที่โรงพยาบาลในฉนวนกาซาถูกโจมตีในภัยสงความ และมีแรงระเบิดเกิดขึ้น

พล.ท.ดร.พงศกร รอดชมภู อดีตรองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ได้กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า อันนี้มาจากอนุสัญญาเจนีวา ที่ว่าด้วยเรื่องโรงพยาบาล และศาสนสถาน จะต้องไม่ถูกโจมตี ซึ่งเรื่องนี้ต้องมีการตรวจสอบ หากทางอิสราเอลทำ ต่อไปนี้การก่อการร้ายจะกลับมาเฟื่องฟูอีกครั้งหนึ่ง ก็จะเกิดปัญหาตามมา ซึ่งต้องไปตรวจสอบ

หากฮามาสทำก็เสมอตัวที่บอกว่าจรวดมีปัญหา มันไม่มีอะไร แต่ก็หวังว่ามันจะมีข้อพิสูจน์ออกมา แต่ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ทางซุนนีคือเขามาแนวทางสันติ พอเกิดเรื่องนี้ขึ้น เขาก็หยุดเลย เหมือนเป็นการเล่นเกมกัน ซึ่งอิสราเอลต้องระวังเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน เพราะถ้าเกินไปกว่านี้ อิสราเอล จะหมดความชอบธรรม และไม่ได้รับการสนับสนุนระหว่างชุมชน และระดับประเทศ

...

เมื่อพูดถึงเรื่องการตัดเสบียง พล.ท.ดร.พงศกร กล่าวว่า เป็นการชิงความได้เปรียบ แต่ต้องมีการดูแลเรื่องสิทธิมนุษยชน ซึ่งตนเชื่อว่าอิสราเอลคงตัดได้อีกไม่นาน เพราะมันเป็นการละเมิดสิทธิ์ หากจะบุกก็บุกไปเลย และค่อยมาดูแลเรื่องสิทธิมนุษยชน

สำหรับในเรื่องของการโจมตีโรงพยาบาลนั้น จะพิสูจน์ต้องเอาข้อมูล และเอาข่าวสารมาโชว์ ซึ่งมันจะเป็นเครื่องมือในการต่อรองเจรจายุติสงสงครามได้ สำหรับใครจะเป็นคนตัดสินนั้น ต้องวัดด้วยวิทยาศาสตร์ ต้องดูคลิป และกล้องวงจรปิด เพราะในพื้นที่กาซาก็อาจจะมีกลุ่มอื่นรวมอยู่ด้วย ที่เชี่ยวชาญวิธีการรบแบบกองโจร ซึ่งเรียกว่ากลุ่มพิทักษ์อิสลาม ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายก็ต้องเอากล้องวงจรปิดมาดู 

เมื่อถามว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ขึ้นมาไหมนั้น พล.ท.ดร.พงศกร เผยว่า แต่ก่อนฮามาส อิสราเอลก็จะยิงจรวดตลอดเวลา ซึ่งทางฮามาสเขาก็จะเอาเด็กผู้หญิงมาวางไว้ในจุดที่จะมีการปล่อยระเบิด ซึ่งมันก็มีแบบนี้มานานแล้ว แต่ถ้าถามว่าเหตุการณ์นี้จะลุกลามไหมนั้น ก็ต้องใช้เวลาคุยกัน แต่ปัญหาคือเรายังไม่รู้ว่าใครทำ หากเรื่องนี้ถูกตีออกไป แล้วทางอิสราเอลแพ้เรื่องข้อมูลข่าวสาร มันก็จะกลายเป็นเรื่องบานปลาย กลายเป็นเรื่องใหญ่ 

สำหรับกรณีที่ไบเดนไปเยือน กรุงเทลอาวีฟ ตนเชื่อว่าเขาคงพูดอยู่ 2 เรื่อง คือ เขาจะอยู่ข้างยิวนะ และต้องพูดแรงๆ ย้ำไปว่า ทหารอิสราเอลอย่าละเมิดเรื่องสิทธิมนุษยชน เพื่อให้ความสงบกับคนอิสราเอล เพราะมันควรจะมีสันติสุข แต่เมื่อถามว่าจะมีการเปลี่ยนผู้นำ เพื่อนำไปสู่จุดจบของสงครามหรือไม่ ตนเชื่อว่าคนอิสราเอลคงจะไม่เอาคนเดิมแล้ว แต่ตอนนี้เป็นช่วงที่คนออกมาเยอะ อย่าเพิ่งตกใจ พอสงครามมันจบ เราก็จะมองออกได้เองว่ามันจะไปทางไหน แต่ในเรื่องนี้ต้องมองให้ได้ก่อนว่า ระเบิดที่เกิดขึ้นใครเป็นคนทำ 

สำหรับการเปิดด่านพรมแดนในประเทศอียิปต์ คนที่ต่อต้านคืออียิปต์ ที่ไม่ต้องการให้ปาเลสไตน์เข้าไป แต่ตนเองก็ไม่เห็นด้วย เพราะเป็นเรื่องของมนุษยชน สำหรับท่าทีของสหประชาชาติ ก็ต้องสร้างความพยายามให้มากหน่อย ส่วนการตัดสินจะเป็นเรื่องของ 2 ฝ่าย

แต่ตนเชื่อว่ายังไงอิสราเอลก็บุก และจะมีการรบหนัก คือใต้อุโมงค์ที่ยาว 500 กิโลเมตร เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาพอสมควร ซึ่งทางอิสราเอลก็รู้มีอุโมงค์ตรงไหนบ้าง แต่ปัญหาคือมันเยอะมาก มีทางออกเต็มไปหมด จึงเป็นส่วนหนึ่งที่ประกาศให้ประชาชนออกจากพื้นที่ และตนเชื่อว่าเขาจะรีบเข้าตีฮามาสทุกด้าน โดยใช้กล้องตรวจจับอุณหภูมิ ให้รู้ว่าใครเคลื่อนไหวอย่างไร ซึ่งเขาก็พูดชัดเจนว่าฮามาสทุกคนต้องตาย 

...

เมื่อถามในแง่จิตวิทยาทางการทหาร ที่ทางสหรัฐฯ ได้มีการส่งกำลังเสริมเข้ามา พล.ท.ดร.พงศกร กล่าวว่า ส่วนหนึ่งอิสราเอล และป้องปรามอิหร่าน โดยดูว่ามีการรบตามแบบไหม ซึ่งเราก็รู้กันทั่วโลกว่าอิหร่านมีการสนับสนุนฮามาส หากจะให้ประเมินสถานการณ์ของตัวประกัน ตนกังวล เพราะมันควรที่จะคุยก่อนมีการรบภาคพื้นดิน และเชื่อตัวประกันยังปลอดภัย ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นอเมริกันกับคนไทย ก็หวังว่าจะจัดการได้ แต่หากอิสราเอลเขาบุกตรงนั้นที่มีตัวประกัน ก็อีกเรื่องแล้ว เพราะเขาจะลงไปรบกันที่อุโมงค์ แล้วจะรื้อระบบทุกอย่าง 

เมื่อถามถึงกรณีที่ฮามาสบุกโจมตี ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าสู้ไม่ได้ พล.ท.ดร.พงศกร เผยว่า ตนมองว่ามาจากเรื่องซาอุฯ กำลังจับมือกับอิสราเอล ซึ่งสะเทือนกับภูมิศาสตร์และภูมิภาค นักก่อการร้ายก็คงไม่ยอม จึงอาจจะเป็นแนวทางที่วางแผนลึกซึ้ง และอีกอันหนึ่งคือเหมือนฮามาสถูกใช้เป็นเบี้ย เพื่อลุยให้มีความรุนแรง ให้พอมีเรื่อง  แต่มันกระะทำเกินกว่าเหตุไป 

สำหรับการช่วยตัวประกันให้ปลอดภัย ซึ่งมันก็ 2 วิธีการ คือ ใช้สหรัฐฯ ให้ไปช่วยเจรจา ซึ่งตนก็ยังกังวลที่เราไม่ได้ไปร่วมยืนคุยกับเขา เพราะในการรบตัวประกันมีความเสี่ยงสูง หากมีโอกาสที่ดีฮามาสจะจนมุม อาจจะมีการนำตัวประกันออกมาต่อรอง แต่ประเด็นคือเราก็ไม่รู้ว่าทางอิสราเอลจะบุกอย่างไร แต่ยังไงก็ตามทางอิสราเอลเขารับประกันแล้ว ว่าจะส่งหน่วยรบปฏิบัติการพิเศษไปชิงตัวประกันออกมา ซึ่งเขาเห็นทุกคน และน่าจะเดาได้ว่าตรงไหนคือจุดของตัวประกัน

โดยหากดูจากคลิป และข่าวที่ผ่านมา จะเห็นว่าคนไทยเป็นเป้าหมาย เพราะ 1 คนไทยเป็นแรงงานตรงนั้นเยอะ ซึ่งอาจจะไปแย่งงานเขาไหม และ 2 เขามองว่าคนไทยคือนักรบรับจ้างให้กับอิสราเอล ซึ่งการที่เขาฝึกภาษาไทย ก็เหมือนว่าเขาเจาะจงคนไทย ซึ่งมันเป็นอันตรายมาก ต้องเอาคนไทยออกมาสู่ที่ปลอดภัยโดยเร็ว ซึ่งตนอยากให้รัฐบาลตั้งรัฐบาลส่วนหน้า และตั้งเป็นศูนย์จัดการวิกฤติ และต้องใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ของนายกฯทั้งหมด จะใช้แค่กระทรวงต่างประเทศคงไม่พอ 

...

สำหรับเรื่องของตัวประกัน ตนว่าทางรัฐบาลควรจะดีกว่านี้ ผู้นำของไทยควรจะไปอยู่ในพื้นที่ตรงนั้น แต่เราใช้นโยบายเกรงใจผู้ก่อการร้าย มากกว่าเกรงใจคนไทย สำหรับการที่จะบินอ้อมนั้น ควรให้คนของรัฐบาลไปคุยทำเหมือนไบเดนที่ส่งเรือสำราญไปรับคน เพราะออกจากทะเลก็ปลอดภัยแล้ว ซึ่งวันเดียวไปที่ไซปรัสก็ถึง ขอให้พ้นออกจากอิสราเอลก็ปลอดภัยแล้ว

สำหรับท่าทีของตะวันตก ที่มีการฉายธงอิสราเอล อันนี้เป็นเรื่องน่าเสียใจของผู้ลี้ภัยชาวตะวันออกกลาง เพราะการที่ฮามาสไปสังหารต่างชาติเยอะ เขาก็ขึ้นเลย เพราะเหมือนเขาสนับสนุนมาตั้งนาน แต่กลับถูกทรยศฆ่าคนในชาติเขา ทั้งที่เปิดประเทศและต้อนรับ ซึ่งแน่นอนว่าเขาก็คงจะไม่ชอบ 

สำหรับสงครามรอบนี้ หลักการการใช้กำลังทางทหาร เขาต้องเข้าเร็วออกเร็ว อยู่นานไม่ได้ ตนคิดว่าไม่เกิน 2 เดือน ตั้งแต่วันที่ 7 เพราะเป็นการใช้กำลังรบ แต่ที่จะบานปลายนี้คือสิ่งที่วัดไม่ได้ ว่ามันมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนมากขนาดไหน แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เด็กและเยาวชนของปาเลสไตน์เขาก็จะซึมซับความรุนแรงเข้าไป

เมื่อถามว่ามีโอกาสไหมที่คนในพื้นที่ฉนวนกาซา จะกลับไปใช้ชีวิตปกติหลังสงคราม พล.ท.ดร.พงศกร กล่าวว่า ตนเชื่อว่าสำหรับฮามาสคงเป็นเรื่องยาก เพราะเขาอยากได้ประเทศของเขาเอง เพราะเราเชื่อว่าอิสราเอลคงไม่ยอม ซึ่งทางสหประชาติต้องเข้ามาพูดคุย และสุดท้ายแล้วอียิปต์คงต้องยอมเฉือนประเทศให้เขาไป ซึ่งในอนาคต อิสราเอลกับอียิปต์ก็คงจะไม่มีปัญหา เพราะเขามาในแนวทางสันติ แต่คงเป็นไปได้ยากที่อียิปต์จะยอม อาจจะย้ายไปที่ซีเรียที่มีพื้นที่เยอะเหลืออยู่ แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องมีการพูดคุยเจรจากันหลังจากจบสงครามอย่างจริงจัง

...

อย่างไรก็ตาม ติดตาม "NewsRoom" สดทุกวันจันทร์-ศุกร์ 18.30-19.30 น. ทางยูทูบไทยรัฐออนไลน์ และเฟซบุ๊กไทยรัฐออนไลน์.