ทราบหรือไม่ ว่าปัจจุบันสังคมไทยได้มาถึงยุคผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ หรือ Aged Society แล้ว จากการสำรวจพบผู้สูงอายุจำนวนกว่า 13 ล้านคน หรืออาจกล่าวได้ว่าในจำนวนประชากร 100 คน มีผู้สูงอายุอยู่ถึง 20 คน คำถามคือผู้สูงอายุในวันนี้มีคุณภาพชีวิตอย่างไร รวมถึงเมืองในมิติต่างๆ พร้อมสำหรับการใช้ชีวิตที่ราบรื่นของประชากรกลุ่มต่างๆ แล้วเพียงใด ในฐานะที่ร่วมกับภาคีเครือข่าย ให้การส่งเสริมผู้สูงอายุในมิติสุขภาวะ สสส. ได้เปิดเวทีสาธารณะ “เมืองดีต่อใจ วัยเกษียณ” หาทางออกสู่การสร้างเมืองสุขภาวะ ครบ 4 มิติ ปูทางสำหรับอนาคตที่มีแนวโน้มผู้สูงอายุจะอยู่คนเดียวเพิ่มขึ้น ทั้งยังมีปัญหาต่างๆ มากขึ้น ทั้งด้านรายได้ และปัญหาสุขภาพโรค NCDs โดยถือโอกาสในวาระ “วันผู้สูงอายุสากล ปี 66” ขบคิดเรื่องนี้ร่วมกัน เพื่อขับเคลื่อนเมืองใน 4 มิติ ให้พร้อมสำหรับวันนี้และอนาคต
โจทย์ของสังคมไทยใน 4 มิติ
ข้อมูลจากการสำรวจในปี 2565 เกี่ยวกับสถานการณ์ผู้สูงอายุไทย พบว่าปัจจุบันมีจำนวนถึง 12.69 ล้านคนแล้ว โดยมีตัวเลขที่มีนัยสำคัญจากการพบผู้สูงอายุที่อยู่คนเดียว และที่อยู่ลำพังกับคู่สมรส นั่นคือ ผู้สูงอายุในช่วง 60-69 ปี อยู่คนเดียว 12.0% และอยู่ลำพังกับคู่สมรส 21.1% ซึ่งสองกลุ่มนี้จัดเป็นกลุ่มเสี่ยง มีความเปราะบางต่อปัญหาต่างๆ และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นอีก ทั้งนี้ ประเมินว่าจะพบปัญหาต่างๆ เกิดตามมา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาด้านสุขภาพโรคไม่ติดต่อ (NCDs) จนถึงปัญหารายได้น้อยที่จะต้องอาศัยเบี้ยยังชีพ ขณะเดียวกันยังรวมถึงปัญหาที่เกิดจากข้อจำกัดในการใช้ชีวิตด้านต่างๆ ทั้งอุปสรรคจากการเดินทางจากรูปแบบของเมืองที่ไม่เอื้อต่อการใช้ชีวิต ขาดความปลอดภัย และสะดวกเหมาะสมกับวัย ไปจนถึงเมืองที่ขาดพื้นที่ หรือโอกาสทำกิจกรรม ที่อาจส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุได้ด้วยเช่นกัน
คุณภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ในฐานะที่ร่วมกับภาคีเครือข่ายขับเคลื่อนระบบ และการเตรียมพร้อมรับมือสังคมสูงวัยมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะความสำคัญด้านสุขภาวะ กล่าวว่า ถึงวันแล้วที่ทุกฝ่ายต้องมองเห็นความสำคัญ และความจำเป็นในเรื่องนี้ร่วมกันอย่างชัดเจน เพื่อผนึกกำลังกันจากความถนัดของแต่ละฝ่ายแล้วขับเคลื่อนร่วมกัน ไม่ใช่เพียงเพื่อวันนี้ แต่หมายถึงอนาคตที่จำนวนผู้สูงอายุจะเพิ่มขึ้น และแนวโน้มของปัญหาด้านต่างๆ ก็จะเพิ่มขึ้นตามมาอีกมาก โดยเฉพาะหากไม่ได้รับการจัดการผ่านการวางแผนที่ดีพอ ซึ่งแนวทางของ สสส. และภาคีเครือข่าย คือการเล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาระบบรองรับสังคมสูงวัยเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตใน 4 มิติ ตั้งแต่ มิติสุขภาพ มิติสังคม มิติสภาพแวดล้อม และมิติเศรษฐกิจ เนื่องจากทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่เป็นส่วนผสมของคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุที่จะเกิดขึ้นตามมานั่นเอง
ทั้งนี้ มิติสุขภาพ จะดำเนินการสนับสนุนขับเคลื่อนระบบสุขภาพไร้รอยต่อ คัดกรอง และดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อม ทันตกรรมผู้สูงอายุ เป็นต้น ในขณะที่ มิติสังคม จะเข้าไปส่งเสริมทักษะเทคโนโลยี เรียนรู้ออนไลน์ในโรงเรียนผู้สูงอายุ จนถึงสร้างทัศนคติเชิงบวกระหว่างคนต่างวัย ซึ่งเป็นอีกส่วนสำคัญที่มีผลต่อคุณภาพชีวิต กับอีกมิติหนึ่งที่มีความสำคัญไม่แพ้กัน นั่นคือ มิติสภาพแวดล้อม ที่สามารถส่งผลต่อการดำเนินชีวิตด้านต่างๆ ของผู้สูงอายุได้ด้วย ซึ่งเวที “เมืองดีต่อใจ วัยเกษียณ” ในครั้งนี้ หวังอยากเห็นการขับเคลื่อนเรื่องการให้ความรู้การออกแบบเพื่อทุกคน (Universal Design : UD) กับประชาชนให้มากขึ้น เพื่อส่งเสริมให้มีการออกแบบพื้นที่และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่เหมาะสมต่อการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุในเมืองต่างๆ มากขึ้น ทั้งนี้ เพื่อเป็นส่วนสนับสนุนให้ผู้สูงอายุจำนวนมากที่มีศักยภาพ สามารถออกมาทำงาน และใช้ชีวิตอย่างมีความสุข มีสุขภาพกาย สุขภาพใจที่ดีได้ด้วย
นอกจากนี้ยังมีเรื่องของ มิติเศรษฐกิจ ที่เป็นภาคใหญ่ที่ต้องอาศัยความร่วมมือของภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ แนวทางที่เวที “เมืองดีต่อใจ วัยเกษียณ” เล็งเห็นคือ การร่วมกันเข้าช่วยสร้างโอกาส เพิ่มทักษะ เพื่อความมั่นคงทางรายได้ จากการเปิดพื้นที่ให้ผู้สูงอายุมีงาน หาอาชีพใหม่สร้างรายได้เพิ่มขึ้นในวัยที่เปลี่ยนแปลง รวมถึงผลักดันเรื่องนโยบายบำนาญถ้วนหน้า เนื่องจากมิติเศรษฐกิจต้องอาศัยการขับเคลื่อนร่วมกันจากหลายฝ่าย และดำเนินการต่อเนื่องระยะยาว
“เมืองดีต่อใจ วัยเกษียณ” ต้องเริ่มวันนี้
แม้จะก้าวเข้ามาสู่วัยใหม่ แต่ผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อย ก็ยังมีความพร้อมและศักยภาพเพียงพอที่จะสร้างงานและสร้างรายได้ให้กับตนเองและครอบครัว ขาดแต่เพียงโอกาสที่ดีพอจากภาคส่วนต่างๆ ในขณะเดียวกันภาครัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องก็ต้องพร้อมให้การสนับสนุนในหลายด้าน เพื่อให้การใช้ชีวิตของผู้สูงอายุเป็นไปอย่างราบรื่น และมีความภาคภูมิใจต่อตนเองในวัยที่เปลี่ยนแปลงมากยิ่งขึ้น
อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ “แรมรุ้ง วรวัธ” กล่าวในโอกาสที่ร่วมขบคิดบนเวที “เมืองดีต่อใจ วัยเกษียณ” ครั้งนี้ว่า กรมกิจการผู้สูงอายุ ภายใต้การนำของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ “วราวุธ ศิลปอาชา” เห็นพ้องร่วมกันว่าจะใช้คำว่า “ผู้มากประสบการณ์” เป็นคำนิยามใหม่สำหรับผู้สูงวัย หรือผู้สูงอายุ ส่วนหนึ่งเพราะต้องการสร้างความรู้สึกภาคภูมิใจให้เกิดขึ้นกับตัวผู้สูงอายุเอง ว่ายังเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถจากการสั่งสมประสบการณ์จากการทำงาน และการใช้ชีวิตมายาวนาน รวมถึงส่วนหนึ่งก็เพื่อให้เป็นพลังสำหรับผู้สูงอายุที่ยังมีศักยภาพ พร้อมสร้างคุณค่าให้กับตนเองและสังคมในแง่มุมต่างๆ อีกด้วย
ทั้งนี้ ในภาคนโยบาย กรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ยังคงให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตทุกช่วงวัยอย่างต่อเนื่อง โดยมีนโยบายเร่งด่วน 4 ประเด็นที่สัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในวันนี้ และพร้อมการปูทางสู่อนาคตที่จะมีจำนวนผู้สูงวัยในกลุ่มต่างๆ เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย ได้แก่
1. พัฒนาจัดสวัสดิการผู้สูงอายุ สร้างกลไกครอบครัวอุปถัมภ์ ด้วยการช่วยเหลือในชุมชน เพื่อสนับสนุนให้ชุมชนเกิดการดูแลกันและกันมากขึ้นภายในชุมชน
2. สร้างศูนย์พักฟื้นและเสริมพลังชีวิต พัฒนาศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ (ศพอส.) เป็นทางเลือกให้ผู้สูงอายุที่ต้องการฟื้นฟูและดูแลสุขภาพ ได้เข้ามาใช้บริการ
3. สร้างศูนย์บริบาลผู้สูงอายุชุมชน / ตำบล ให้ผู้สูงอายุในชุมชนที่อยู่ลำพังมีผู้ดูแล ลดปัญหาด้านสุขภาวะที่จะเกิดขึ้น
4. สนับสนุนเงินทุนเพื่อการประกอบอาชีพแก่ผู้สูงอายุ รายละ 30,000 บาท ผ่อนชำระ 3 ปี โดยไม่เสียดอกเบี้ย เพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงอายุได้ใช้ศักยภาพที่ตัวเองมีให้เป็นประโยชน์ และสร้างคุณค่าต่อตนเองได้อย่างเป็นรูปธรรม สมกับคำว่า “ผู้มากประสบการณ์”
อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ เน้นย้ำว่ารัฐบาลยังคงให้ความสำคัญกับความเท่าเทียมของคนทุกกลุ่ม พร้อมมุ่งมั่นให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเดิมด้วย “สวัสดิการโดยรัฐ” เพื่อให้สังคมไทยเป็นเมืองที่ดีสำหรับคนในทุกช่วงวัย ขณะเดียวกันการวางรากฐานที่ดีในวันนี้ก็เป็นส่วนสำคัญที่จะส่งผลตรงอนาคต เพื่อสร้างเมืองที่ดีต่อใจวัยเกษียณอีกด้วยเช่นกัน
การร่วมกันขบคิดและหาทางออกในมิติต่างๆ ทั้ง 4 มิติในครั้งนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของการวางหมุดหมายร่วมกันเพื่อสร้างเมืองที่ดีต่อใจ เหมาะสมกับวัย และมอบคุณภาพชีวิตที่ดีให้ได้มากขึ้นสำหรับผู้สูงอายุ โดยโอกาสนี้ยังมีผู้ทรงคุณวุฒิร่วมเสวนา อาทิ ดร.นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สสส. ร่วมพูดคุยในประเด็นสุขภาพ, ผศ.ดร.ธร ปีติดล ผอ. ศูนย์วิจัยความเหลื่อมล้ำและนโยบายสังคม (CRISP) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประเด็นเศรษฐกิจ, ชาคิต พรหมยศ Co-Founder ยังแฮปปี้ จำกัด ประเด็นเทคโนโลยี พร้อมกันนั้นยังมี นายสมเกียรติ จันทรสีมา ผู้อำนวยการสำนักเครือข่ายและการมีส่วนร่วมสาธารณะ ส.ส.ท. หรือ สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ร่วมพูดคุยในเรื่อง การสื่อสารสาธารณะ สู่การสร้างเมืองที่เป็นมิตร โดยทั้งหมดแม้จะเป็นเพียงก้าวเล็กๆ แต่ก็นับได้ว่าเป็นการขยับตัวร่วมกันของทุกภาคีเครือข่ายที่จะมีผลต่อก้าวที่ยิ่งใหญ่ขึ้นที่จะตามมาในอนาคตด้วย