NewsRoom : "ไอติม" เปิดใจกับหน้าที่ในการทำงานที่พรรคก้าวไกล พร้อมตอบปมปัญหาที่เกิดขึ้นในพรรค ยืนยันก้าวไกลดำเนินการทุกอย่างภายใต้กฎหมาย และรัฐธรรมนูญ

วันที่ 13 ต.ค. 2566 ใน "NewsRoom" รายการทอล์กคุยข่าวใหญ่ ทางไทยรัฐออนไลน์ ดำเนินรายการโดย คิงส์ พีระวัฒน์ อัฐนาค และกาย พงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ วันนี้ได้พูดคุยไอติม พริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกจากพรรคก้าวไกล ที่จะมาร่วมพูดคุยแบบ และเคลียร์ชัดกับจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นในพรรคก้าวไกล และทิศทางการบริหารในอนาคต

เกี่ยวกับเรื่องของปัญหาคุกคามทางเพศของ สส. ก้าวไกล ไอติม พริษฐ์ เผยว่า ในตอนนี้มีการลงโทษ 2 ส่วน คือ คุณสิริน ถูกลงโทษฐานทำร้ายร่างกาย ก็มีการตัดสิทธิ์ต่างๆ ในพรรคไป และมีการวางเงื่อนไขว่า หากมีการกรระทำที่ผิดวินัยร้ายแรงอีก ก็จะขับออกจากพรรค ส่วนอดีตผู้สมัครที่ชัยภูมิอันนี้ ไม่ได้เป็นสมาชิกก้าวไกลแล้ว ส่วนในเคส สส.ปราจีนฯ ก็กำลังอยู่ในกระบวนการพิจารณา และตัดสิน ก็ตั้งเป้าว่าจะได้ข้อสรุปภายในเดือนตุลาคม และคืนความเป็นธรรมให้กับคนที่เสียหาย

สำหรับการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น เรื่องนี้เป็นปัญหาที่ใหญ่ในสังคม และในฐานะที่เราเป็นพรรคการเมืองด้วย เราก็พยายามทำเต็มที่ในการให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียหาย และไม่ไปส่งเสริมวัฒนธรรม ที่มีการปกปิด หากคนในองค์กร กระทำผิด 3 อย่าง ที่เราสัญญา คือ การเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของคณะกรรมการวินัย เพื่อให้มีคนนอกเข้ามา เพื่อลดปัญหา และข้อครหาให้มีคนนอกเข้ามาตรวจสอบ

ข้อสอง คือ กระบวนการขั้นตอน ที่ทำยังไงก็ได้ ให้รวดเร็วที่สุด และรัดกุม สามเพิ่มความเข้มข้นในการอบรมบุคลากร อีกมุมหนึ่งคือเพิ่มความถี่ และรูปแบบของการอบรม และอาจจะมีหลักสูตร ที่ให้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาให้ความรู้ รวมถึงนำไปใช้เป็นหลักเกณฑ์ ในการคัดคนเข้าพรรคด้วย

...

เมื่อถามถึงว่าทำไมถึงมีแต่เรื่องแบบนี้ในพรรค ไอติม กล่าวว่า ในระดับประเทศปัญหานี้เป็นเรื่องใหญ่ ตนเชื่อว่าหลายคน มีความคาดหวังกับก้าวไกลเป็นพิเศษ เพราะเราเป็นพรรคการเมือง ที่มีความรับผิดชอบในการแก้ปัญหาระดับประเทศ และเราก็เป็นพรรคนึง ที่ให้ความสำคัญกับความเท่าเทียมเสมอภาพ เพราะฉะนั้นประชาชนจึงคาดหวัง ให้เรามีความเข้มงวดและจริงจังมากขึ้น ให้ควบคู่ไปกับการพัฒนาประเทศ

สำหรับการคัดคนเข้าพรรค การคัดกรองก็เป็นส่วนสำคัญ ไม่น้อยไปกว่าคำสามารถในการทำงาน แต่ตนคิดว่าแค่การคัดกรองอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ การดำเนินการให้กระบวนการยุติธรรม เพื่อคืนความยุติธรรมให้กับผู้เสียหาย ก็ต้องเป็นเรื่องที่ให้ความสำคัญเช่นเดียวกับควบคู่กันไป เพื่อไม่ให้มีปัญหาแบบนี้เกิดขึ้นอีก

ส่วนเรื่องที่หลายคนบอกว่า พรรคออกมาเคลื่อนไหวเรื่องนี้ช้า ก็น้อมรับการวิจารณ์ ที่อาจจะมีความล่าช้า เนื่องจากกรณีนี้ มีการดำเนินการเริ่มเมื่อเดินสิงหาคม ซึ่งมันต้องใช้ระยะเวลาในเรื่องข้อสรุป เพราะมันไม่ใช่แค่ผิด หรือไม่ผิด มันต้องมาดูว่า จะต้องระบุโทษมากน้อยแต่ไหน ให้มันเหมาะสม จึงอาจจะต้องเพิ่มเวลา ซึ่งสิ่งที่สำคัญคือ อย่างสร้างวัฒนธรรมที่ปกปิดในองค์กร หากมีคนกระทำผิด

สำหรับขั้นตอนการรับคนเข้าพรรคนั้น ที่ผ่านมาก็มีหลายขั้นตอน อย่างบัญชีรายชื่อก็มียื่นในสมัคร มีลิสต์คำถามเรามา 5 คำถาม ให้เลือก 3 ใน 5 เพื่อเขียนคำตอบเป็นเรียงความ แล้วเขาก็คัดไปสัมภาษณ์เกี่ยวกับประวัติทัศนคติในการทำงาน กับคณะกรรมการสรรหา พอผ่านอีกรอบ ก็เป็นการนำเสนอนโยบาย ด้วยระยะเวลาที่จำกัดมาก ซึ่งเป็นสัมภาษณ์กลุ่ม 

ถามถึงการที่พรรคถูกคาดหวังจากสังคม ไอติม กล่าวว่า ก็เป็นเรื่องที่ถูกแล้ว ที่คาดหวังเพราะหน้าที่ของเราไม่ใช่ไปเปรียบเทียบกับพรรคอื่น แต่เพื่อสร้างมาตรฐานที่ดีในสังคมที่ดี สำหรับคนที่ผิดหวัง เราน้อมรับทุกคำวิพากษ์วิจารณ์ เพราอะไรที่เราทำได้ไม่ดี เสียงสะท้อนก็จะทำให้เราได้รู้เพื่อพัฒนา และปรับปรุง

สำหรับประเด็นของผู้สนับสนุนที่มีความคิดเห็นแตกต่าง ไอติม เผยว่า ก็เป็นเรื่องปกติของพรรคการเมือง ที่บริหารความเห็นทางการเมืองที่แตกต่าง ทั้งคนในพรรค และคนที่สนันสนุน แต่สิ่งที่สำคัญ คือเราต้องยึดหลักการ และมีความคงเส้นคงวา ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ ที่บริการการจัดการที่แตกต่าง และเป็นเรื่องปกติที่เราต้องรับฟังคำวิพากษ์วิจารณ์ สำหรับตนเองในหน้าที่ของโฆษก ที่เพิ่งทำหน้าที่ไม่นาน ก็ยึดหลักการที่ว่า หากจะไปสื่อสารกับสังคม อะไรที่คาใจก็จะถามให้มันชัดเจนก่อน

...

เมื่อถามว่า มีอะไรที่ต้องตัดสินใจมาก้าวไกล ไอติม บอกว่า มีกระบวนการใช้เวลาพอสมควร เพื่อให้รู้ว่าเราไปต่อด้วยกันได้หรือไม่ เรียกว่าเป็นกระบวนการศึกษากันและกัน จุดแรกก็มาเรื่องของการชวนของ อ.ปิยะบุตร แล้วก็ไปทำงานมากขึ้น ในส่วนของนโยบาย ก็เริ่มมั่นใจแล้วว่าเราสามารถเพิ่มคุณค่าให้กับพรรคได้บ้าง จึงมาจบที่ผู้จัดการสื่อสารเชิงนโยบาย ก็ทำหน้าที่ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำที่ทำงานกับทุกฝ่าย และตอนนี้ก็ทำงานกับ อ.ปิยะบุตร เป็นปกติ ซึ่งเราก็รับฟังความเห็น และคำแนะนำของอ.ปิยบุตร เพราะสิ่งสำคัญ คือการรับฟังเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งเราก็นำหลายอย่างมาใช้ประโยชน์และปรับปรุง

สำหรับ ม.112 ตนคิดว่าเป็นปัญหาที่หลายคนเห็นอยู่ หากมีการแก้ไข แล้วมีคำถามว่ากังวลหรือไม่กับการสถานะของพรรคก้าวไกลในอนาคต ตนมองว่ามันเป็นหน้าที่ของพรรคการเมือง หากเราเห็นว่าอะไรเป็นปัญหาก็เสนออย่างตรงไปตรงมา เพื่อหาทางออก

ซึ่งในส่วนนี้ ก็อาจจะมีความเห็นต่าง แต่เราก็ยันยันว่าเป็นแนวทางของเรา ที่อยู่ภายใต้กรอบ รธน. ที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ถึงแม้เห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย ก็มาถกเถียงกันเพื่อหาทางออกที่เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย ซึ่งในกฎหมาย ก็ไม่ควรมีเหตุอะไรที่จะทำให้พรรคการเมืองของเรามีปัญหา สำหรับเรื่องนิรโทษกรรม ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ เราก็ดำเนินตามนโยบายของเรา

สำหรับประเด็นเรื่องการนิรโทษกรรรม เนื้อหาสาระเราเว้นการนิรโทษไว้ 3 ประการ คือ 1. เจ้าหน้าที่รัฐที่มีการใช้กำลังเกินขอบเขต 2.คดีที่เป็นกระกระทำสุ่มเสี่ยงต่อชีวิต และ 3.ความผิดกฎหมายอาญามาตรา 113 สำหรับข้อเสนอนี้ หลายพรรคก็ประกาศชัดเจนในช่วงเลือกตั้ง ว่าจะต้องมีการนิรโทษกรรม ต้องบอกว่าวาระนี้ไม่ใช่พรรคก้าวไกลเสนออย่างเดียว ซึ่งแม้จะมีเนื้อหาสาระไม่เหมือนกัน ก็อยากจะให้พรรคอื่นๆ เสนอรายละเอียดของตนเองออกมา เพื่อเป็นการพิจารณาประกบกัน เพื่อจะดูว่าอะไรเป็นทิศทางเดียวกัน หากเห็นต่างก็ยื่นเสนอให้สภาพิจารณา

...

สำหรับแผนการรับมือ เรื่องของยุบพรรค เรามั่นใจว่าทุกอย่างที่ทำอยู่ภายใต้ รธน. และกฎหมาย แม้เราเข้าใจถึงความเป็นจริงว่า อาจจะมีความเป็นได้ที่อาจจะเกิดขึ้น ก็วางแผนทุกสถานการณ์ แต่ก็ไม่อยากจะให้มีการพูดถึงเพื่อให้เห็นเป็นเรื่องปกติ แต่เอาเข้าใจพอยุบตัวองค์กรได้ คุณก็ไม่สามารถหยุดความคิดและอุดมการณ์ของคนเหล่านั้นได้ ก็จะมีขึ้นมาใหม่

อย่างไรก็ตาม ติดตาม "NewsRoom" สดทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.30-19.30 น. ทางยูทูบไทยรัฐออนไลน์ และเฟซบุ๊กไทยรัฐออนไลน์.