อธิบดีอัยการ สคช. เผย อัยการ สคชจ.ลงพื้นที่ช่วยเหลือครอบครัวแรงงานไทยในอิสราเอลแล้ว หลายจังหวัดหลัง อสส.มีหนังสือเวียน ชี้พบปัญหาหลายจุด แต่ช่วยทุกมิติที่ทำได้
เมื่อวันที่ 13 ต.ค.66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 12 ต.ค.ที่ผ่านมา นายไพรัช พรสมบูรณ์ศิริ รองอัยการสูงสุด ปฏิบัติราชการแทนอัยการสูงสุด ได้มีบันทึกข้อความด่วนที่สุดถึงสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองสิทธิประชาชนระหว่างประเทศ สคช. แจ้งเวียนแนวปฏิบัติกรณีการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนในสถานการณ์ความไม่สงบในประเทศอิสราเอล ความว่า ด้วยปรากฏข้อเท็จจริงตามสื่อสำนักต่างๆ ถึงสถานการณ์ความไม่สงบในประเทศอิสราเอล ซึ่งส่งผลให้มีคนไทยได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต และมีแรงงานไทยที่ทำงานอยู่ในประเทศอิสราเอลจำนวนกว่า 5,000 คน แจ้งความประสงค์กับสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเทลอาวีฟ ขอกลับประเทศไทย ด้วย พ.ร.บ.องค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ.2553 มาตรา 23 (1) กำหนดให้สำนักงานอัยการสูงสุดมีอำนาจหน้าที่ด้านการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน การคุ้มครองป้องกันสิทธิและเสรีภาพของประชาชน และการให้ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชน และตามประกาศคณะกรรมการอัยการ เรื่องการแบ่งหน่วยงานและการกำหนดอำนาจและหน้าที่ของหน่วยงานภายในของสำนักงานอัยการสูงสุด พ.ศ.2563 ข้อ 8 (35) กำหนดให้ในส่วนกลางเป็นอำนาจหน้าที่ของสำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน (สคช.) และข้อ 8 (61) สำหรับในต่างจังหวัด กำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมาย และการบังคับคดีจังหวัดและสาขา (สคชจ.และ สคชจ.สาขา) เป็นผู้รับผิดชอบให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับแรงงานไทยและครอบครัว ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบดังกล่าว
...
สำนักงานอัยการสูงสุดขอเรียนว่า เพื่อให้การดำเนินการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว เป็นไปในทางแนวทางเดียวกัน จึงให้ สคชจ. และ สคชจ.สาขา ดำเนินการดังต่อไปนี้
1.ให้ สคชจ.และ สคชจ.สาขาดำเนินการประสานงานไปยังสำนักงานจัดหางานจังหวัด เพื่อขอตรวจสอบรายชื่อ ที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์ของแรงงานไทย ที่เดินทางไปทำงานในประเทศอิสราเอล
2.เมื่อ สคชจ.และ สคชจ.สาขา ได้รับรายชื่อจากสำนักงานจัดหางานจังหวัดแล้วให้ดำเนินการติดต่อ เพื่อให้คำแนะนำและแจ้งสิทธิทางกฎหมายเฉพาะรายแก่ญาติ หรือครอบครัวของแรงงานไทยนั้น อาทิ การแก้ไขปัญหาหนี้สินหรือการจัดการมรดก (ในกรณีที่เห็นสมควร ให้เข้าเยี่ยม และให้ขวัญกำลังใจโดยจัดของที่ระลึกของสำนักงานคุ้มครองสิทธิ และช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน มอบให้แก่ครอบครัวของแรงงานไทยดังกล่าวด้วย)
3.ในกรณีที่ต้องออกเยี่ยมญาติหรือครอบครัวของแรงงานไทย ที่ได้รับผลกระทบ หาก สคชจ.และ สคชจ. สาขา มีของที่ระลึก จำนวนไม่เพียงพอแก่การส่งมอบให้แก่ครอบครัวของแรงงานไทยดังกล่าว ให้ขอรับการสนับสนุนของที่ระลึกมายัง สคช. ในส่วนกลาง ต่อไป
4.กรณีที่ครอบครัวของแรงงานไทยที่ไปทำงานในประเทศอิสราเอล ยังไม่อาจทราบความเป็นอยู่ หรือไม่สามารถติดต่อแรงงานไทยรายใดได้ ให้ สคชจ.หรือ สคชจ.สาขา ให้ความช่วยเหลือโดยประสานงานไปยังกองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ หรือให้ความช่วยเหลือครอบครัวของแรงงานไทยดังกล่าว ในการจัดพิมพ์คำร้องขอรับความช่วยเหลือ โดยเข้าไปในระบบรับเรื่องร้องทุกข์ ในเว็บไซต์ของกองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ ผ่านทางเว็บไซต์ https://ehelp.consulargo.th
5.กรณีที่ไม่อาจติดต่อกรมการกงสุลได้ หรือในกรณีที่ได้ติดต่อกรมการกงสุลแล้วแต่ข้อเท็จจริงมีความยุ่งยากซับซ้อน ให้ประสานงานมายังสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองสิทธิประชาชนระหว่างประเทศ เพื่อร่วมให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนรายนั้นๆ ต่อไป
6.ให้ สคชจ. และ สคชจ.สาขา รายงานรายชื่อของแรงงานไทยในจังหวัดนั้นๆ ที่เดินทางไปทำงานในประเทศอิสราเอล และผลการติดต่อทางโทรศัพท์หรือเข้าเยี่ยมให้ขวัญกำลังใจครอบครัวของแรงงานไทยดังกล่าว มายัง สคช.ในส่วนกลางต่อไปเป็นระยะ จึงเรียนมาเพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง อธิบดีอัยการคุ้มครองสิทธิ และช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน เปิดเผยต่อว่า สำหรับการช่วยเหลือครอบครัวผู้ประสบภัยจากอิสราเอล ว่า อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนหลายจังหวัด ได้ลงพื้นที่ติดต่อครอบครัวแรงงานไทยในอิสราเอล ประสานงานการให้ความช่วยเหลือ มีปัญหาที่พบแล้วเช่น 1.กู้ยืมเงินทั้งนอกระบบและในระบบเพื่อไปทำงานอิสราเอล บางรายใช้หนี้หมดแล้วแต่ปัญหาของรายที่ยังใช้หนี้ไม่หมดยังคงเป็นหนี้อยู่ แต่ตอนนี้ต้องหยุดงานแล้ว เจ้าหนี้ที่เมืองไทยทวงหนี้แล้วจะทำอย่างไร 2.ทุกเดือนทำงานแล้วได้ค่าแรงจากอิสราเอลส่งมาให้ทางบ้าน ผ่อนไร่ ผ่อนนา ผ่อนบ้าน ผ่อนร้านค้าที่กู้มาสร้างค้าขาย ตอนนี้จะทำอย่างไรไม่มีรายได้ จะเอาเงินที่ไหนผ่อนต่อ จะโดนยึดไร่ ยึดนา ยึดบ้าน ยึดร้าน บังคับใช้หนี้หรือไม่ เพราะไม่มีเงินผ่อนแล้ว
3.เป็นเสาหลักเลี้ยงดูครอบครัวส่งเงินมาจากอิสราเอลทุกเดือน ตอนนี้ไม่มีรายได้ ครอบครัวที่เมืองไทย จะทำอย่างไรดี 4.เสียชีวิตที่อิสราเอล แต่มีบัญชีเงินฝาก มีที่ดินทรัพย์สินอยู่ที่เมืองไทยจะทำอย่างไร ทางบ้านจะเอามาต่อชีวิตได้ มรณบัตรก็ยังออกที่เมืองไทยไม่ได้ และ 5.ติดต่อไม่ได้หายตัวไปในอิสราเอล ปัญหาทางกฎหมายในประเทศไทยตามมา จะแก้ปัญหากันอย่างไร
...
"ในส่วนแรงงานไทยที่ไปถูกกฎหมายมักมีประกันชีวิต ซึ่งอัยการจะช่วยติดตามสิทธิประโยชน์จากกรมธรรม์ประกันภัยให้ด้วย และมีกองทุนแรงงานที่ทำงานต่างประเทศ อัยการก็จะช่วยประสานงานให้ได้รับเงินชดเชยเยียวยาต่อไปด้วย" อธิบดีอัยการ สคช. กล่าว
อธิบดีอัยการ สคช. กล่าวต่อว่า ตอนนี้ปัญหาชีวิตทุกชนิดของครอบครัวแรงงานไทยในอิสราเอล อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน ยินดีเข้าช่วยแก้ปัญหา ยินดีเป็นคนกลางประสานงานหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องมาร่วมกันแก้ปัญหา เป็นหนี้อัยการยินดีช่วยเจรจาไกล่เกลี่ยประนอมข้อพิพาทขอขยายเวลาชำระหนี้ได้ เสียชีวิตหรือสูญหายในต่างประเทศ อัยการช่วยติดต่อประสานงานระหว่างประเทศเพื่อนำเอกสารหลักฐานมาดำเนินการต่อในประเทศไทย ขาดเสาหลักของครอบครัวอัยการจะช่วยต่อศาลแรงงานจังหวัดให้คนที่อยู่เมืองไทยได้หางานทำชดเชยรายได้จากอิสราเอล ขัดสนจนไร้ที่อยู่ที่กิน อัยการจะช่วยประสาน หน่วยงานพัฒนาความมั่นคงและสังคมให้เข้าช่วยเหลือ ครอบครัวแรงงานไทยในอิสราเอล จะได้มีชีวิตที่เดินต่อไปได้ไม่ติดขัดติดต่อสายด่วนอัยการ 1157 หรืออัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิ์ทั่วประเทศใกล้บ้านมีทุกจังหวัด อัยการเป็นมืออาชีพในการช่วยเหลือประชาชนช่วยคิดช่วยแก้ปัญหาได้ทุกกรณี
"ล่าสุดมีรายงานเข้ามาว่า เมื่อวานนี้ (12 ต.ค.) ทีมงาน สคช. จ.อุดรธานี ได้ร่วมกับฝ่ายปกครอง หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ออกเยี่ยมให้คำปรึกษากฎหมาย สิทธิต่างๆ แก่ญาติผู้เสียชีวิต ที่ทำงานที่ประเทศอิสราเอล รวม 7 ครอบครัว 7 รายในพื้นที่ 4 อำเภอ และยังมี สคชจ.น่านด้วย" อธิบดีอัยการ สคช. กล่าว