"สภาทนายความ" แถลงแนวทางการช่วยเหลือด้านกฎหมาย และจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือแรงงานไทยในอิสราเอล ที่เดินทางกลับประเทศ รวมถึงญาติ เพื่อติดตามเงินช่วยเหลือเยียวยาจากทางภาครัฐตามสิทธิประโยชน์ที่ควรได้รับ และสิทธิประโยชน์ที่ควรได้รับตามกฎหมายอิสราเอล
เมื่อช่วงบ่าย วันที่ 12 ต.ค. 66 สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือแรงงานไทยในอิสราเอล ที่เดินทางกลับมาประเทศไทย รวมถึงญาติของแรงงานไทยโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ให้ได้รับสิทธิประโยชน์กรณีบาดเจ็บ-เสียชีวิต รวมถึงสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายของอิสราเอล
โดย ดร.วิเชียร ชุบไธสง นายกสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมด้วยนายสุนทร พยัคฆ์ เลขาธิการ นายวีรศักดิ์ โชติวานิช อุปนายกฝ่ายเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรรมการประชาสัมพันธ์ และ นายสุชาติ ชมกุล อุปนายกฝ่ายกิจการพิเศษ ร่วมกันแถลงข่าวการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือแรงงานไทยในอิสราเอล ที่เดินทางกลับมาประเทศไทย รวมถึงสิทธิของผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบในประเทศอิสราเอล
ดร.วิเชียร กล่าวว่า ทางสภาทนายความฯ จะช่วยเหลือติดตามเงินช่วยเหลือเยียวยาจากทางภาครัฐตามสิทธิประโยชน์ที่ควรได้รับ และสิทธิประโยชน์ที่ควรได้รับตามกฎหมายของประเทศอิสราเอลในทุกมิติ ซึ่งทางสภาทนายความมีอุปนายกด้านกฎหมายต่างประเทศ ที่จะคอยช่วยเหลือประสานงานกับสถานทูตไทยในอิสราเอล
จากข้อมูลทราบว่า คนไทยที่เดินทางไปทำงานที่อิสราเอลเกือบทั้งหมดไปอย่างถูกกฎหมาย เพราะฉะนั้นจึงจะได้รับสิทธิประโยชน์ความช่วยเหลือจากกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนทำงานในต่างประเทศ ได้แก่
- เดินทางกลับประเทศเนื่องจากภาวะสงคราม ได้รับเงินสงเคราะห์ 15,000 บาท
- กรณีทุพพลภาพ ได้รับเงินสงเคราะห์ 30,000 บาท
- กรณีเสียชีวิต ได้รับเงินสงเคราะห์ 40,000 บาท
- ค่าใช้จ่ายการจัดงานศพในต่างประเทศตามค่าใช้จ่ายจริงไม่เกิน 40,000 บาท
...
ส่วนสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายของประเทศอิสราเอล กรณีได้รับบาดเจ็บหรือพิการซึ่งมีการแยกเป็นกรณี
- กรณีบาดเจ็บไม่เกิน 10% ไม่ได้รับค่าตอบแทน
- บาดเจ็บ 10-19% จะได้รับเงินก้อนเดียวประมาณ 1,440,000 บาท
- บาดเจ็บเกิน 20% จะได้รับเงินเดือนทุกเดือนจนกว่าจะเสียชีวิตโดยประเมินจากความสูญเสีย
สำหรับกรณีการเสียชีวิตนั้น ภรรยาและบุตรจะได้รับเงินเดือนทุกเดือนจนกว่าภรรยาจะแต่งงานใหม่และบุตรอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ ภรรยาจะได้รับเป็นเงินประมาณ 36,000 บาทต่อเดือน บุตรจะได้รับเงิน 5,760 บาทถึง 11,520 บาทต่อเดือน
นอกเหนือจากนี้ ทางสภาทนายความได้เห็นความสำคัญในปัญหาเรื่องหนี้สิน เนื่องจากแรงงานไทยส่วนใหญ่ที่เดินทางไปทำงานในอิสราเอล อาจจะต้องกู้เงินจากธนาคารหรือจากแหล่งเงินกู้นอกระบบ ซึ่งจะเข้าไปช่วยเจรจากับทางเจ้าหนี้และช่วยเหลือทางคดีหากถูกฟ้องร้อง
เนื่องจากแรงงานไทยในอิสราเอลมีจำนวนมาก ทางสภาทนายความจะประสานกรรมการบริหารสภาทนายความภาค 3 และภาค 4 และหน่วยย่อย ประธานสภาทนายความจังหวัดแต่ละจังหวัด ติดตามแหล่งที่อยู่ของแรงงานไทยในอิสราเอลที่ได้รับผลกระทบ ทำการสำรวจ และเข้าไปช่วยเหลือติดตามการได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ โดยทันที
นอกจากนี้ หากกรณีที่ผู้ได้รับผลกระทบหรือญาติต้องการสอบถาม หรืออยากทราบเรื่องข้อมูลการช่วยเหลือ สามารถโทรสอบถามได้ที่สายด่วน 1167