"เปิดปากกับภาคภูมิ" นักวิชาการวิเคราะห์ภารกิจ การช่วยเหลือ "คนไทย" ในสมรภูมิรบ สงคราม "อิสราเอล-ฮามาส" ชี้ต้องรื้อระบบการจัดส่งคนไปทำงาน เพื่อให้แรงงานไทยปลอดภัยที่สุด

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 12 ตุลาคม 2566 ในรายการ "เปิดปากกับภาคภูมิ" ทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32 ดำเนินรายการโดย นายภาคภูมิ พันธุ์สถิตย์ ได้พูดคุยในภารกิจการช่วยเหลือคนไทย ในสมรภูมิรบสงคราม "อิสราเอล-ฮามาส" กับแขกรับเชิญ รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร นักวิชาการด้านการต่างประเทศและความมั่นคง และ ผศ. ดร.อาทิตย์ ทองอินทร์ อาจารย์ประจำสาขารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

เกี่ยวกับเรื่องนี้ รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร เผยว่า สถานการณ์ตอนนี้ คือคลื่นใต้น้ำที่จะปะทะในระลอกที่ 3 ซึ่งเป็นช่วงที่อิสราเอล จะตัดสินใจเข้าไปค้นหา และทำลายกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งคนกังวลกันมากว่าคนไทยจะโดนลูกหลง ก็อย่าเพิ่งหมดหวัง เพราะยังมีเวลาและโอกาส แต่ดูแล้วก็จะยากเพราะอิสราเอล มีนโยบายตาต่อตาฟันต่อฟัน

...

ตอนนี้เขาปลดเงื่อนไขให้กับทหารหมดแล้ว เพื่อเข้าสู่สงคราม อีกทั้งคนในพื้นที่ฉนวนกาซาก็หนีไปอยู่ตามที่ต่างๆ แล้ว ซึ่งประเทศไทยก็กลายเป็นคู่กรณีโดยตรง เพราะยอดผู้เสียชีวิตพุ่ง และอาจจะสูงที่สุดในแรงงานที่เสียชีวิต ซึ่งทั้งหมดนี้ เวลามันน้อยลง ต่างชาติก็จะเข้ามาแทรกแซงและกดดัน เพราะฉะนั้นการทำงานยังต้องปรับ และต้องเร่ง เพราะโลกก็กังวลเรื่องของพลังงาน อย่างก๊าซธรรมชาติที่อิสราเอลเป็นผู้ผลิตอันดับต้นๆ มีการหยุดชะงักทำให้น้ำมันราคาเพิ่มสูงขึ้น เรื่องแบบนี้กระทบกันหมด

ขณะที่ ผศ.ดร.อาทิตย์ ทองอินทร์ กล่าวว่า ตนเห็นด้วย เพราะการขยายตัวของความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ มีการดึงคนแสดงเข้ามาเรื่อยๆ อีกส่วนที่มีการขยับ ก็คือบรรดาคนติดอาวุธ ที่มีตัวแสดงเข้ามากดดัน ก็ต้องดูสถานการณ์จะไปในทางใด

แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องทำ คือ ช่วยเหลือผู้คนทางมนุษยธรรมให้ได้มากที่สุด คือสิ่งที่หลายคนคิดเหมือนกัน สิ่งแรกที่ต้องทำ คือ มองหาช่องทางในการข้ามแดนอย่างถูกต้องที่เปิดไว้ คือ ในฝั่งอียิปต์ และทางฝั่งทะเลที่โดนปิดล้อม เราอาจจะต้องทำช่องทางทางบก ให้เป็นศูนย์พักพิงชั่วคราว กับทางเรือขอเปิดพื้นที่และน่านน้ำ เพื่อเข้าไปเอาพลเรือน คัดกรองออกจากพลรบ เพื่อให้พื้นที่สงครามมีแต่นักรบ และก็จะนำไปสู่การกดดันคนที่อยู่ในสนามรบ แต่ตอนนี้ ก็ต้องเร่งกันว่าจะทำให้เกิดเอกภาพ เพื่อไม่ให้มันมีการรุกรานบานปลายอย่างไร

ด้าน รศ.ดร.ปณิธาน เผยต่อว่า หากไปสู่ระลอกที่ 3 ของสงคราม ตอนเข้าไปช่วงแรกๆ คงหนักขึ้นมาก เพราะรัฐบาลอิสราเอลใช้ความรุนแรงพอสมควร ตนเห็นด้วยว่าความพยายามคู่ขนานมันไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเขาไม่ยอมให้ใครเข้าไปแทรกในช่วงนี้ แต่เจ้าหน้าที่ของเราก็คุ้นเคยกับการอพยพช่วยเหลือคนมาแล้ว 

ผศ.ดร.อาทิตย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า มี 2 ภารกิจที่ต้องทำพร้อมกันทั้งคู่ โดยแบ่งหน้าที่ว่า หน่วยงานไหนจะรับผิดชอบเรื่องการอพยพ ก็ให้ประสานกับทางอิสราเอล กับอีกช่องทางหนึ่ง คือการช่วยเหลือตัวประกัน หากเรามองว่าลำพังเพียงฝ่ายเดียวไม่พอ ก็ต้องการขยับด้วยกลไกของสหประชาชาติ เป็นการรวมตัวเพื่อสันติภาพ โหวตแบบ ESS เพื่อใช้เป็นกลไกในการกดดัน โดยไม่เข้าข้างฝ่ายใด ให้ทั้ง 2 ชาติ ปฏิบัติตามกฎหมายสงคราม โดยการถ่ายเทตัวประกัน และพลเรือนออกมา

รศ.ดร.ปณิธาน เผยต่อว่า กลุ่มฮามาสมีหลายกลุ่มการเมือง กลุ่มกองกำลังก็มีหลายกลุ่ม แต่สิ่งที่รัฐบาลทำมา โดยหลักการก็ถูกต้องแล้ว ซึ่งแนวทางของเราที่สามารถทำได้ คือ ตั้ง รมต. ฉุกเฉิน เพื่อช่วยเหลือคนที่ออกมา ก็จะได้ควบคุมความมั่นคงทั้งหมด

...

ซึ่งหลายๆ สมรภูมิที่ผ่านมา มันต้องมีกลุ่มเข้าไปกดดัน แล้วเจาะตรงไปยังคนไทย กับชาวปาเลสไตน์ และฮามาส เพื่อช่วยเหลือคนไทยให้ปลอดภัย ถ้ามีการตั้ง ครม. ชุดเล็ก ก็จะสามารถทำได้ เพื่อจัดระบบการทำงาน เพราะการจะเข้าถึงตัวประกันมันไม่ใช่เรื่องง่าย ประเด็นสำคัญตอนนี้ คือต้องไปสู่เป้าหมายให้เร็วขึ้น ณ เวลานี้ต้องช่วยคนไทยออกมา

สำหรับประเด็นการช่วยเหลือคนไทย มันไม่ค่อยมีอะไรลับแล้ว มันเป็นโลกสมัยใหม่ แม้จะบอกว่าบางเรื่องพูดไม่ได้ แต่ตนคิดว่า รัฐบาลควรเปิดเผยให้คนไทยมีส่วนร่วม เปิดเผยให้คนไทย และครอบครัวได้ตัดสินชะตากรรมของเขา ทางที่ดีคือต้องเปิดเผยข้อมูลให้คนไทยรับรู้ 

แล้วตอนนี้ทางฮามาสก็เริ่มส่งสัญญาณมาแล้ว ว่าเขาคงจะไม่จัดการกับตัวประกันง่ายๆ อย่างของไทย ก็ขอบอกว่าอย่าเพิ่งหมดหวัง เพราะรัฐบาลนี้จะต้องได้รับการสนับสนุนจากทุกฝ่าย จริงๆ ให้ทุกฝ่ายที่มีประสบการณ์ในอดีตเข้ามาให้การช่วยเหลือ ซึ่งในส่วนนี้มันจะต้องมีโครงสร้าง และจะต้องมีคนรับผิดชอบ

...

อย่างไรก็ตาม สามารถติดตามรายการ "เปิดปากกับภาคภูมิ" พร้อมกันได้ทุกวันจันทร์ถึงวันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 15.30 น. เป็นต้นไป ได้ทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32.