พ่อแม่เห็นภาพผู้เสียชีวิต จากเหตุการณ์ความไม่สงบที่อิสราเอล เชื่อเป็นลูกชาย อดีตทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ฯ ด้านแรงงานจังหวัด ขอตรวจสอบอีกครั้ง

จากกรณีเหตุการณ์ความไม่สงบในประเทศอิสราเอล ซึ่งล่าสุด นางกาญจนา ภัทรโชค อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ออกมาชี้แจงเกี่ยวกับสถานการณ์ของแรงงานไทย ว่า สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ได้รับแจ้งมีผู้บาดเจ็บ 8 คน ได้รับการดูแลในโรงพยาบาลแล้ว ถูกจับเป็นตัวประกัน 11 คน ส่วนผู้เสียชีวิต สถานทูตได้รับแจ้งจากนายจ้างว่า อยู่ที่ 12 ราย แต่อิสราเอลยังไม่ได้ยืนยันเป็นทางการ ซึ่งจะติดตามต่อเนื่อง

ส่วนเรื่องรายชื่อ นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ย้ำว่า ไม่อยากเปิดออกสื่อก่อนที่ญาติพี่น้องจะได้รับทราบ เพราะเกรงว่าจะตระหนกตกใจ

ทั้งนี้ ในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่ให้กำลังใจครอบครัวของหนึ่งในแรงงานไทย ที่ทางครอบครัวเชื่อว่า ลูกชาย เป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สู้รบในครั้งนี้ เนื่องจากเห็นภาพของผู้เสียชีวิต แล้วจำได้ว่าเป็นลูกชายตนเอง ซึ่งเดินทางไปทำงานที่รัฐอิสราเอล เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2565 ที่ผ่านมา 

...

โดยแม่ของแรงงานไทยรายนี้ ให้ข้อมูลว่า ลูกชายเคยเป็นทหาร กองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ฯ หลังจากปลดประจำการ ไปทำงานขับรถรับจ้างที่กรุงเทพฯ ก่อนที่จะไปมีครอบครัวที่ จ.นครพนม จากนั้นก็ตัดสินใจไปทำงานในสวนกล้วย ที่ประเทศอิสราเอล ซึ่งเป็นการเดินทางไปถูกต้องตามกฎหมาย ผ่านกรมแรงงานเมื่อวันที่ 8 พ.ย. 65 ทราบว่ากู้เงินค่าเดินทางไปประมาณ 120,000 บาท สัญญา 5 ปี ได้เงินเดือน เดือนละ 80,000 บาท ส่งมาให้ครอบครัวที่ จ.นครพนม เดือนละ 58,000 บาท จึงเป็นเรี่ยวแรงหลักในการหาเงินเลี้ยงครอบครัว และชำระงวดรถ

แม่เล่าต่อว่า ลูกชายมักจะโทรศัพท์มาหาบ่อยครั้ง และเล่าให้ฟังว่า สถานการณ์ที่อิสราเอลไม่ค่อยปกติ ซึ่งตนก็ได้บอกลูกชายว่า ให้เดินทางกลับบ้านดีกว่า เพราะเกรงจะได้รับอันตราย แต่ลูกบอกว่า ช่วงนี้ไม่ค่อยสบาย หากหายดีแล้ว จะปรึกษากับนายจ้างอีกทีว่า จะขอเดินทางกลับไทย

แต่แล้วเมื่อวานนี้ เวลาประมาณ 04.00 น. ลูกสาวตนอีกคน ได้โทรศัพท์มาหาตนบอกว่าให้ทำใจดีๆ เพราะมีเหตุร้ายเกิดขึ้นที่ประเทศอิสราเอล ทั้งนี้ทราบข่าวทางโซเชียล และเห็นภาพผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ซึ่งผู้เสียชีวิตหนึ่งในนั้น ลักษณะเหมือนลูกชายตน ซึ่งจำเสื้อและกางเกงที่สวมใส่ได้ ตอนนั้นช็อก คิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไร อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาแนวทางในการนำศพลูกชายกลับมาที่บ้านเกิดด้วย

ด้าน นายศุภชัย แวงคำ นักวิชาการแรงงานชำนาญการ สนง.จัดหางาน จ.กาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า สำหรับความชัดเจนเรื่องแรงงานไทยว่า เสียชีวิตหรือไม่นั้น อยู่ระหว่างการตรวจสอบกับกงสุลไทย ประจำประเทศอิสราเอลอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม สำหรับแรงงานไทยชาวกาฬสินธุ์ ที่ไปทำงานที่ประเทศอิสราเอลนั้น ไปถูกต้องตามกฎหมายทั้งหมด 230 คน อยู่โซนใต้ของประเทศที่มีเหตุการณ์ไม่สงบจำนวน 121 คน ส่วนใหญ่ทำงานด้านการเกษตร อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการติดตามและให้ความช่วยเหลือแรงงานไทยในประเทศอิสราเอลนั้น ทั้งในส่วนการช่วยเหลือขอเดินทางกลับ หรืออื่นๆ จะได้ดำเนินการอย่างเร่งรัดและรวดเร็ว ในส่วนผู้ที่เสียชีวิต ก็ได้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

ซึ่งแรงงานไทยที่เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บ และเดินทางไปถูกต้องตามกฎหมาย จะมีกองทุนเพื่อให้การช่วยเหลือแรงงานไทยรองรับอยู่.

(ติดตามข่าว เหตุรุนแรงในอิสราเอล ได้ทั้งหมดที่นี่)