พนักงานสอบสวนคุมตัวสองผัวเมียเจ้าของโกดังพลุมรณะระเบิดไปฝากขังศาล พร้อมยื่นคัดค้านประกันตัวส่งเข้าเรือนจำ ผบช.ภ.9 เผยเตรียมออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องเพิ่ม จี้สอบตำรวจรับส่วยดอกไม้ไฟ มั่นใจ 1 สัปดาห์รู้ผล ย้ำหากผิดไม่ปล่อยผ่านแน่ ด้านนายอำเภอสุไหงโก-ลก แจงไม่รู้จักเจ้าของโกดัง และไม่เกี่ยวข้องกับการเรียกเก็บส่วย แต่ในฐานะผู้รับผิดชอบพร้อมเข้าให้ปากคำแสดงความบริสุทธิ์ใจ ขณะที่ “บิ๊กป้อม” ยกคณะไปซับน้ำตาพี่น้องตลาดมูโนะ
กลายเป็นคดีที่สังคมเฝ้าจับตามอง กรณีโกดังเก็บพลุและดอกไม้เพลิงระเบิดกลางตลาดมูโนะ หมู่ 1 ต.มูโนะ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส จนมีผู้เสียชีวิต 12 ศพ บาดเจ็บอีก 389 คน ร้านค้าและบ้านเรือนพังพินาศ 682 หลัง หลังตำรวจดำเนินคดีกับนายสมปอง ณะกุล หรือเสี่ยไหว และ น.ส.ปิยะนุช พึ่งวิรวัฒน์ หรือเจ๊หลิน สองสามีภรรยาเจ้าของโกดังพลุมรณะ และเตรียมเรียกสอบนายอำเภอ อุตสาหกรรมจังหวัด และนายก อบต.ในพื้นที่ว่าปล่อยปละละเลยให้มีการลักลอบนำพลุจำนวนมากเก็บไว้ในชุมชนหรือไม่ รวมถึงสอบขยายผลขบวนการเรียกรับส่วยดอกไม้ไฟ
ความคืบหน้าการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาเหตุโกดังพลุมรณะ เมื่อช่วงเช้าวันที่ 7 ส.ค. พ.ต.อ.สุธน สุขวิเศษ รอง ผบก.ภ.จ.นราธิวาส หัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีดังกล่าวสอบปากคำนายสมปอง ณะกุล และ น.ส.ปิยะนุช พึ่งวิรวัฒน์ สองสามีภรรยาเจ้าของโกดังเก็บพลุระเบิดที่ถูกคุมตัวอยู่ที่ กก.สส.ภ.จ.นราธิวาส จากนั้นนำผู้ต้องหาทั้งสองไปยื่นฝากขังศาลจังหวัดนราธิวาสและยื่นคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากการสอบสวนยังไม่แล้วเสร็จ รวมทั้งต้องรอผลพิสูจน์หลักฐานต่างๆที่เก็บได้ในที่เกิดเหตุ โดยเฉพาะผลตรวจสำคัญทางนิติวิทยาศาสตร์ ศาลพิจารณาแล้วส่งตัวผู้ต้องหาเข้าเรือนจำจังหวัดนราธิวาส
ด้าน พล.ต.ท.นันทเดช ย้อยนวล ผบช.ภ.9 เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ติดตามคดีดังกล่าวว่า เจ้าหน้าที่สอบสวนสองสามีภรรยาเจ้าของโกดังพลุระเบิดอย่างเข้มข้น แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยในรายละเอียดได้มากนัก เพราะอาจจะส่งผลกับหลักฐานทางคดี เบื้องต้นผู้ต้องหารับสารภาพในบางส่วน ปฏิเสธบางส่วน คดีนี้ไม่น่าจะใช้เวลานาน เพราะมีการระดมพนักงานสอบสวนทุกส่วนเข้ามาดูแล ส่วนเรื่องการขออนุญาต การขนส่ง การเก็บรักษาพลุและดอกไม้ไฟถ้าไม่อยู่ในระบบที่กฎหมายกำหนดก็จะมีความผิด
...
“เบื้องต้นอาจจะมีการออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ส่วนสองสามีภรรยาเจ้าของโกดังหลังจากสอบสวนข้อกล่าวหาจากเดิมที่มีอยู่ 4 ข้อหาอาจจะมีเพิ่มเติมอีก การรับโทษก็จะแยกเป็นคดีๆ ขณะนี้ทั้งคู่มีความตึงเครียดวิตกกังวล เจ้าหน้าที่ติดกล้องวงจรปิดเพิ่มเพื่อเฝ้าระวังการคิดสั้น หรือทำร้ายตัวเอง วันนี้หลังจากสอบสวนเสร็จตำรวจคุมตัวไปฝากขังศาลพร้อมยื่นคัดค้านการประกันตัว” ผบช.ภ.9 กล่าว
พล.ต.ท.นันทเดชกล่าวอีกว่า สำหรับการสืบสวนสอบสวนในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กระทำการเกินหน้าที่หรือมีการเรียกรับสินบน ขณะนี้มีความคืบหน้าไปมากแล้ว การสอบสวนแยกความผิดออกเป็น 2 ส่วน ทั้งการปกครองและวินัย ให้เวลาสอบสวน 1 สัปดาห์หรืออาจจะขยายผลต่อเพื่อให้ผลการสอบสวนครอบคลุมในทุกด้าน แต่ยืนยันว่าหากเจ้าหน้าที่มีส่วนเกี่ยวข้องไม่มีการปล่อยผ่านอย่างแน่นอน
ส่วนกรณี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. สั่งพนักงานสอบสวนเตรียมเรียกผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการขออนุญาตโกดังเก็บพลุมาสอบสวนฐานปล่อยปละละเลย ประกอบด้วย อุตสาหกรรมจังหวัดนราธิวาส นายอำเภอสุไหงโก-ลก และนายก อบต.มูโนะนั้น ล่าสุดนายอนิรุทธ บัวอ่อน นายอำเภอสุไหงโก-ลก ออกมาชี้แจงว่า ขณะนี้ยังไม่มีผู้ใดติดต่อมาให้รับทราบ แต่หากเรียกสอบก็ยินดีให้ความร่วมมือ ยืนยันว่าตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องการเก็บส่วย ไม่มีความสนิทสนมกับ 2 สามีภรรยาเจ้าของโกดัง แต่เมื่ออยู่ในฐานะเป็นผู้รับผิดชอบและถูกมองว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องก็พร้อมจะเดินทางไปแสดงความบริสุทธิ์ใจ
ด้านนายรุสลาม อาแว นายก อบต.มูโนะ หน่วยงานท้องถิ่นที่รับผิดชอบโดยตรง กล่าวว่า เรื่องที่มีข่าวว่าจะถูกตำรวจเรียกตัวขึ้นไปสอบสวนยังไม่รับทราบ แต่ที่ผ่านมาตนเคยถูกเรียกตัวไปสอบสวนในระดับจังหวัดและอำเภอมาแล้ว 2 ครั้ง เรื่องการขออนุญาตก่อสร้างโกดังดังกล่าวมีการขออนุญาตขนาด 450 ตารางเมตร ถือว่าเป็นโกดังธรรมดาทั่วไปที่สองสามีภรรยาเอาไว้เก็บอุปกรณ์การเกษตรที่จำหน่ายที่ร้าน แต่อาจจะมีการแอบลักลอบนำดอกไม้เพลิงชนิดต่างๆมาเก็บไว้
ขณะที่นายโดม ถนอมบูรณ์ อุตสาหกรรมจังหวัดนราธิวาส กล่าวเพียงสั้นๆถึงเรื่องดังกล่าวว่า ยังไม่ทราบเรื่องหรือเห็นเอกสารในเรื่องที่จะถูกเรียกไปสอบปากคำ ไม่สามารถให้รายละเอียดได้
วันเดียวกัน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และคณะ เดินทางไปติดตามการช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากโกดังเก็บดอกไม้เพลิงระเบิดที่ตลาดมูโนะ จากนั้นไปตรวจดูความคืบหน้าการซ่อมแซมบ้านเรือนประชาชนและโรงเรียนบ้านมูโนะที่ได้รับความเสียหาย รวมถึงไปเยี่ยมให้กำลังใจผู้บาดเจ็บที่นอนรักษาตัวที่ รพ.สุไหงโก-ลก พร้อมกับกล่าวขอบคุณน้ำใจคนไทยทั่วประเทศที่หลั่งไหลร่วมกันบริจาคเงินกว่า 23 ล้านบาท และความช่วยเหลืออื่นๆมาอย่างไม่ขาดสาย
พล.อ.ประวิตรกล่าวด้วยว่า ฝากย้ำไปยังกระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานทุกส่วนที่เกี่ยวข้องขอให้ถอดบทเรียนจากเหตุพลุระเบิดในครั้งนี้จะต้องไม่มีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นอีกในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ถือเป็นความเสียหายที่ไม่อาจยอมรับได้และต้องมีผู้รับผิดชอบ ขอให้สอบลงลึกเชื่อมโยงทุกหน่วยงานและเจ้าหน้าที่รัฐที่ละเลยหน้าที่ หรือแสวงประโยชน์อันมิชอบอย่างจริงจัง เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่าง