กว่า 20 ปีที่ผ่านมา “งดเหล้าเข้าพรรษา” ไม่ได้เป็นเพียงวลีฮิตคุ้นหูช่วง 3 เดือนในเทศกาลเข้าพรรษาสำหรับชาวพุทธเท่านั้น แต่ยังได้กลายมาเป็นธรรมเนียมปฏิบัติให้หลายคนได้พักร่างกายจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในขณะที่หลายคนก็ถือโอกาสนี้สร้างจุดเปลี่ยนเพื่อลด ละ และเลิกดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้สำเร็จ ไม่ว่าจะนับถือศาสนาใด การสร้างการตระหนักรู้และแรงกระเพื่อมในสังคมเป็นสิ่งที่ สสส. และภาคีเครือข่าย ในฐานะผู้ริเริ่มโครงการยังดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง พร้อมกันนั้นยังถือโอกาสในย่างก้าวของปีที่ 21 นี้ เปิดประตูสู่ “ฤดูกาลสุขปลอดเหล้า” หวังนำ “ความสุข 8 มิติ” สร้างแนวทางสังคมสุขปลอดเหล้าที่เกิดขึ้นได้ทั้งปี ทุกที่ ทุกฤดูกาล
20 ปี โครงการ “งดเหล้าเข้าพรรษา”
ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. เปิดเผยว่า ความสำเร็จของโครงการ “งดเหล้าเข้าพรรษา” ส่วนหนึ่งคือการสามารถสร้างวลีฮิตวลีขึ้นมาจนนำไปสู่การตระหนักรู้ และปฏิบัติตามในที่สุด แม้จะเป็นเรื่องท้าทายอย่างมากในช่วงแรกของการเริ่มต้นโครงการ แต่ด้วยความตั้งใจจริงของภาคีเครือข่าย กับเป้าหมายที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการลดผลกระทบต่างๆ ที่เกิดจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การเดินทางครั้งนั้นก็ชัดเจนขึ้นจนถึงวันนี้ อีกทั้งยังสามารถขยายผล และต่อยอดไปสู่โครงการต่างๆ ในช่วงต่อๆ มา ที่เกิดผลลัพธ์ในเชิงรูปธรรมได้ด้วย ยกตัวอย่าง โครงการโพธิสัตว์น้อยชวนพ่อแม่เลิกเหล้า งานบุญปลอดเหล้า งานศพปลอดเหล้า เป็นต้น
“จากปี 2546 ที่เริ่มต้นทำโครงการงดเหล้าเข้าพรรษา โดยการร่วมมือกันของทั้ง สสส. สคล. หรือสำนักงานเครือข่ายงดเหล้า และภาคีเครือข่าย เรื่อยมาจนถึงวันนี้ก็เข้าสู่ปีที่ 21 ความสำเร็จที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งหมายถึงการสามารถสร้างการตระหนักรู้ให้กับสังคมมากขึ้นในเรื่องผลกระทบที่เกิดจากการดื่มเครื่องแอลกอฮอล์ ถ้ายังจำกันได้จะเห็นว่า ในช่วงแรกๆ โครงการงดเหล้าเข้าพรรษาจะพูดถึงผลกระทบทางด้านสังคมจากการดื่ม เรื่อยมาจนถึงเรื่องเศรษฐกิจ กระทั่งช่วงหลังๆ ที่เราเริ่มพูดถึงผลกระทบต่อบุคคลด้านสุขภาพมากขึ้น อย่างการงดเหล้าเพื่อพักตับ เป็นต้น ในแง่ความสำเร็จที่เป็นรูปธรรม ก็จะเห็นได้จากตัวเลขของผลสำรวจจากการรณรงค์ ที่มีข้อมูลจากศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.) ในปี 2565 พบว่า มีผู้ที่งดดื่มตลอดพรรษาระยะเวลา 3 เดือน ถึงร้อยละ 17.8 งดบางเวลาและลดปริมาณ ร้อยละ 19 คนที่งดและลดการดื่ม ร้อยละ 36.8 รวมแล้วมีผู้ที่งดดื่มในช่วงเข้าพรรษา 9,383,490 คน โดยจำนวนเหล่านี้สามารถนำมาประเมินได้ว่าช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนได้ 1,543.56 บาทต่อคน และประมาณการว่าช่วยประเทศประหยัดค่าใช้จ่ายในช่วงเข้าพรรษาจากการงดและลดการดื่มได้ถึง 5,025 ล้านบาท”
สำหรับการย่างก้าวในปีที่ 21 นี้ การหน้าของ สสส. สคล. รวมถึงภาคีเครือข่ายต่างๆ ที่ทำงานประสานกันมาอย่างต่อเนื่อง จะเป็นการเดินทำหน้าสร้างการตระหนักรู้เพื่อทำให้การงดเหล้าเป็นมากกว่าการงดเหล้าเข้าพรรษา แต่เกิดขึ้นได้กับทุกเทศกาลงานบุญ ตลอดทั้งปี รวมถึงสร้างค่านิยมใหม่ให้เกิดขึ้นในสังคม ไม่ว่าจะนับถือศาสนาใดๆ หรือแม้แต่ไม่ได้นับถือศาสนาใดเลยก็ตา โดยเฉพาะในวันที่มีนักดื่มหน้าใหม่เกิดมากขึ้น ตามค่านิยมของสังคมอีกด้านหนึ่งเกี่ยวกับการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
“สังคมสุขปลอดเหล้า” ค่อยๆ ก่อร่างขึ้น
ในวาระครบรอบ 20 ปี โครงการงดเหล้าเข้าพรรษา ยังจัดให้มีการเสวนา 20 ปี “งดเหล้าเข้าพรรษาและเครือข่ายงดเหล้า สู่การขับเคลื่อนสังคมสุขปลอดเหล้า” เพื่อตอกย้ำถึงการเดินหน้าการรณรงค์ให้การงดเหล้าเข้าถึงคนทุกกลุ่มทุกวัยได้มากขึ้น ผ่านแนวคิดเรื่องการสร้างความสุขให้ชีวิตได้โดยไม่ต้องพึ่งพาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สู่การเป็น “สังคมสุขปลอดเหล้า เราเลือกได้” หรือ “Healthy Sobriety” ที่ ภก. สงกรานต์ โชคภาคี ผู้อำนวยการ สคล. กล่าวว่าเป็นส่วนหนึ่งของการไม่นิ่งนอนใจในการสร้างตระหนักรู้ให้แก่สังคมด้านนี้ โดยเฉพาะในวันที่มีจำนวนนักดื่มหน้าใหม่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน รวมถึงมีตัวเลขจากการสำรวจพบด้วยว่า ในจำนวนนักดื่มหน้าใหม่นั้นมีนักดื่มเพศหญิงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
“สังคมสุขปลอดเหล้า เราเลือกได้” หรือ “Healthy Sobriety” จึงนับเป็นอีกแนวทางหนึ่งเพื่อการเดินหน้าต่อไปอย่างแน่วแน่ของภาคีเครือข่าย โดยคุณพิมพ์มณี เมฆพายัพ หัวหน้าโครงการรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา ให้ข้อมูลว่ามีกรอบการทำงาน 8 มิติ ของ “สังคมสุขปลอดเหล้า เราเลือกได้” ที่ชัดเจนในวันนี้ด้วย อันได้แก่ มาตรการนโยบายเอื้อสังคมสุขปลอดเหล้า สร้างต้นแบบสุขปลอดเหล้า สร้างค่านิยมสังคมสุขปลอดเหล้า สร้างการรู้เท่าทันผลกระทบจากแอลกอฮอล์ ชุมชนช่วยเลิก และชมรมเพื่อนร่วมทาง ป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ พื้นที่และกิจกรรมสร้างสรรค์สุขปลอดเหล้า และทีมงานสร้างสุขปลอดเหล้าที่เข้มแข็ง
ในปีนี้ได้เปิดให้มีช่วงแชร์ประสบการณ์ Ignite Sobriety สังคมสุขปลอดเหล้า เราเลือกได้ จาก 8 บุคคลเข้าร่วมถ่ายทอดประสบการณ์สุขปลอดเหล้า การค้นพบความสุขในแง่มุมใหม่ของตนเอง จากการได้เริ่มต้นลด ละ และเลิกดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งหลายคนในจำนวนนั้นเคยเป็นนักดื่มที่ดื่มหนักจนได้รับผลกระทบด้านต่างๆ ในชีวิต แต่จุดเปลี่ยนสำคัญหนึ่งเกิดขึ้นจากการได้เริ่มงดเหล้าเข้าพรรษาด้วย
อย่าง คุณธารารัตน์ คำพรม พนักงานสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ผู้ฝากเงิน ธ.ก.ส. พิมาย จังหวัดนครราชสีมา ที่เริ่มดื่มตั้งแต่มัธยมจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต โดยผลกระทบหนึ่งที่เกิดขึ้นจากการดื่มคือ ผลกระทบเรื่องการทำงาน การควบคุมอารมณ์ และทำให้เกือบต้องสูญเสียงาน แต่จุดเปลี่ยนคือการยอมรับคำตักเตือน ฉุกคิด และลองเริ่มต้นจากการถูกชักชวนให้เข้าร่วมโครงการงดเหล้าเข้าพรรษา จนวันนี้ได้กลายเป็นคนใหม่ที่ชีวิตค่อยๆ ดีขึ้น สุขภาพดีขึ้น ประสิทธิภาพในการทำงานดีขึ้น ไม่มีหนี้สินจากการปาร์ตี้สังสรรค์ รวมถึงความสัมพันธ์กับคนรอบข้างและเพื่อนร่วมงานก็ดีขึ้นด้วย ซึ่งเธอถือเป็นหนึ่งในตัวอย่างของคนที่ค้นพบคำตอบด้วยตนเองว่า ความสุขสร้างได้โดยไม่ต้องพึ่งพาแอลกอฮอล์
“งดเหล้าเข้าพรรษา” จึงเป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่ขึ้นได้สำหรับใครหลายคน และเป็นหนึ่งในการเดินทางที่มีความหมายสำหรับ สสส. และภาคีเครือข่ายทุกฝ่าย โดยปีนี้ยังคงเปิดให้ร่วมลงนามปฏิญาณตนงดเหล้าเข้าพรรษาออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ www.sdnthailand.com รวมถึงปรึกษาเรื่องการละเลิกดื่มได้ ผ่านหมายเลข 1413 หรือผ่านการสแกนคิวอาร์เพิ่มเพื่อนผ่านไลน์กับ “น้องตั้งใจ” หรือเข้าไปที่เว็บไซต์ www.1413.in.th