นับตั้งแต่ปี 2548 มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ โดยการสนับสนุนของสำนักงานสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดตั้งเครือข่ายครูเพื่อโรงเรียนปลอดบุหรี่ รุ่นที่ 1 จากนั้นมีการขยายเครือข่ายจับมือทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน พัฒนาการดำเนินงาน เพื่อเพิ่มจำนวนโรงเรียนปลอดบุหรี่ต้นแบบ ตลอดจนพัฒนาศักยภาพครู นักเรียน และบุคลากรทางการศึกษาเรื่องแนวทางการดำเนินงานโรงเรียนปลอดบุหรี่

จนปัจจุบันมีครูจากโรงเรียนต่างๆ ร่วมเป็นเครือข่ายกว่า 4,485 คน โดยได้นำแนวการดำเนินงาน 7 มาตรการเพื่อโรงเรียนปลอดบุหรี่ นำไปปรับใช้ให้เข้าบริบทของแต่ละโรงเรียน มุ่งปลูกฝังให้นักเรียนมีทัศนคติที่ยืนยันไม่สูบบุหรี่ไปตลอดชีวิต และปกป้องตนเองให้พ้นจากภัยของยาสูบทุกประเภท

ล่าสุด เครือข่ายครูเพื่อโรงเรียนปลอดบุหรี่ มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ จัดเวทีประกาศเกียรติคุณพร้อมมอบโล่ศูนย์การเรียนรู้โรงเรียนปลอดบุหรี่ ประจำปีการศึกษา 2565 ให้กับศูนย์การเรียนรู้โรงเรียนปลอดบุหรี่และโรงเรียนต้นแบบปลอดบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 87 แห่ง รวมถึงครูและคณะทำงานจุดจัดการเพื่อโรงเรียนปลอดบุหรี่กว่า 200 คน โดยมี ดร.ธีร์ ภวังคนันท์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เป็นประธานเปิดงาน พร้อมมอบประกาศเกียรติคุณและโล่รางวัล ร่วมกับ ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ และ รศ.ดร.แล ดิลกวิทยรัตน์ คณะกรรมการบริหารแผนคณะที่ 1 สสส.

ดร.ธีร์ ภวังคนันท์ รองเลขาธิการ กพฐ. เปิดเผยว่า การดำเนินโครงการโรงเรียนปลอดบุหรี่ มีความก้าวหน้าไปมาก สามารถพัฒนาจุดจัดการเครือข่ายครูเพื่อโรงเรียนปลอดบุหรี่ 10 จังหวัด มีครูที่ได้รับการพัฒนาศักยภาพเป็นกลไกสำคัญทำให้โรงเรียนขับเคลื่อนงานโรงเรียนปลอดบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในส่วนสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ขับเคลื่อนการดำเนินงานป้องกันเฝ้าระวังปัญหาการยาเสพติดในโรงเรียนในสังกัด กว่า 30,000 โรง โดยเฉพาะการป้องกันปัญหาบุหรี่ ไม่ให้เยาวชนเป็นนักสูบหน้าใหม่ โดยออกมาตรการแจ้งเตือนไปยังสถานศึกษาทุกแห่งให้ตรวจตรา และสกัดการนำบุหรี่ไฟฟ้า หรือบุหรี่มวนเข้าไปในโรงเรียนอย่างเข้มงวด และให้ความรู้ถึงภัยบุหรี่ที่มีผลต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิต

“ขอขอบคุณ สสส. และเครือข่ายทุกภาคส่วน ที่ดำเนินโครงการโรงเรียนปลอดบุหรี่ สนับสนุนการดำเนินงานร่วมกับคณะครู ในการพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้เด็กที่เป็นกลุ่มเสี่ยงกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติ จนมีผลสัมฤทธิ์ที่มีประสิทธิภาพ โดย สพฐ. ก็มีความยินดีที่สนับสนุนการดำเนินการร่วมกันอย่างต่อเนื่องต่อไป เพราะการปกป้องคุ้มครองเด็กให้พ้นจากภัยยาเสพติดเป็นเรื่องสำคัญจะปล่อยปละละเลยไม่ได้” รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าว

รศ.ดร.แล ดิลกวิทยรัตน์ คณะกรรมการบริหารแผนคณะที่ 1 สสส. เปิดเผยว่า สถานการณ์การสูบบุหรี่ของคนไทย มีกว่า 10 ล้านคน ในจำนวนนี้ มีสัดส่วนของเด็กและเยาวชน ประมาณ 1.3% หรือ ประมาณ 1.3 แสนคน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าห่วงมาก เพราะเยาวชนเหล่านี้เป็นทรัพยากรมนุษย์ที่เป็นกำลังสำคัญของประเทศที่จะมาช่วยค้ำบ้านเมืองให้ยั่งยืน เราจึงเล็งเห็นถึงความสำคัญในการป้องกันไม่ให้เกิดนักสูบหน้าใหม่ ลดนักสูบหน้าเดิม รวมถึงพยายามสร้างสภาพแวดล้อมไม่ให้เอื้อต่อการสูบบุหรี่ หรือแม้แต่การที่จะได้รับผลกระทบจากควันบุหรี่

“อยากเสนอให้ภาครัฐ ต้องช่วยกำหนดกฎหมาย นโยบาย เพื่อใช้อำนาจรัฐมาสกัดภัยจากสิ่งมอมเมาเหล่านี้ ขณะที่ ภาคสังคม เครือข่ายภาคประชาสังคม ต้องพยายามลดทอนความหลงผิด ความไม่เข้าใจ ความอยากรู้อยากลองให้ได้มากที่สุด ด้วยการให้ข้อมูลถึงภัยจากบุหรี่ ใช้ภาษาที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างตรงจุด ขณะเดียวกัน ต้องสร้างความรู้ให้เท่าทันต่อยุทธศาสตร์การตลาดของบริษัทผลิตบุหรี่ทุกรูปแบบ นอกจากนี้ เราต้องผลักดันให้ครูเป็นกุญแจหลักช่วยให้โรงเรียนปลอดบุหรี่ ต้องติดอาวุธทางปัญญาให้กับครูที่จะมาจัดการเรื่องเหล่านี้ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น” รศ.ดร.แล ระบุถึงแนวทางสนับสนุนการดำเนินงานปกป้องเยาวชนให้พ้นบุหรี่.