หลานสะใภ้ เตรียมแจ้งความ "ยายจี่" หมิ่นประมาทฯ กล่าวหาว่าขโมยลอตเตอรี่ถูกรางวัลที่ 1 หลังผลตรวจกองสลากยันไม่มีหมายเลขที่ 843019 และเลขท้าย XXX019 อยู่ในทั้ง 3 เล่มแต่อย่างใด 


จากกรณีที่ ยายจี่ ชาววังเย็น อายุ 93 ปี พร้อมด้วยครอบครัว เข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองปรือ อ.หนองปรือ จ.กาญจนบุรี ว่าสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ถูกรางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 2 พฤษภาคม 2566 จำนวน 2 ใบ ที่ยายจี่ได้ซื้อเอาไว้ ถูกขโมยหายไป และคาดว่าเป็นฝีมือของ นางแสงทอง ซึ่งเป็นหลานสะใภ้ของยายจี่ที่อยู่บ้านใกล้กัน 

โดยยายจี่อ้างว่าได้นำสลากไปให้นางแสงทองช่วยตรวจรางวัล และถูกเอาลอตเตอรี่ 2 ใบไป โดยยายจี่มีพยานคนสำคัญคือแม่ค้าลอตเตอรี่ที่มาขายสลากเลขท้าย 019 จำนวน 2 ใบ ให้กับยายจี่ถึงที่บ้าน ทำให้ยายจี่มั่นใจว่าสลากที่ตนซื้อมาเลขลงท้าย 019 จำนวน 2 ใบนั้นถูกรางวัลที่ 1 อย่างแน่นอน 

ซึ่งหลังจากยายจี่และครอบครัวได้เข้าร้องขอความเป็นธรรมกับทางตำรวจ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองปรือ ได้เรียกตัว นางแสงทองพร้อมทั้งแม่ค้าลอตเตอรี่ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในเหตุการณ์ เข้าสอบปากคำ พร้อมทั้งประสานขอข้อมูลผู้ถูกรางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 2 พฤษภาคม 2566 กับทางสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล และนำต้นขั้วสลากจำนวน 3 เล่มที่แม่ค้าอ้างว่ามีสลากเลขท้าย 019 ไปให้กับทางกองสลากตรวจสอบว่ามีสลากที่ถูกรางวัลที่ 1 อยู่ในต้นขั้วทั้ง 3 เล่มหรือไม่นั้น

...

ล่าสุดวันที่ 27 มิถุนายน 2566 ผู้สื่อข่าวไปพบกับ นางแสงทอง สีอัฐชา อายุ 53 ปี หลานสะใภ้ที่ถูกยายจี่กล่าวหาว่าขโมยสลากชุดที่ถูกรางวัลที่ 1 เปิดเผยว่า ตำรวจได้รับเอกสารตอบกลับจากกองสลากเรียบร้อยแล้ว โดยทางกองสลากยืนยันว่าในสลากต้นขั้วทั้ง 3 เล่มของแม่ค้าที่ส่งมาให้ตรวจสอบนั้นไม่มีสลากที่ถูกรางวัลที่ 1 อยู่ในต้นขั้วทั้ง 3 เล่มแต่อย่างใด ทำให้เรื่องที่ยายจี่กล่าวหาว่าตนเองขโมยสลากชุดที่ถูกรางวัลที่ 1 ไปนั้นได้รับการพิสูจน์แล้วว่าไม่เป็นความจริง 

หลังจากนี้ตนเองจะเดินทางไปแจ้งความดำเนินคดีกับยายจี่ที่ สภ.หนองปรือ เนื่องจากการที่ยายจี่กล่าวหาตนเองว่าเป็นคนขโมยสลากชุดที่ถูกรางวัลที่ 1 ไปนั้นถือเป็นการหมิ่นประมาทใส่ร้ายป้ายสี และทำให้ตนเองเสื่อมเสียชื่อเสียง ที่ผ่านมาหลังจากมีการนำเสนอข่าวออกไป ตนเองถูกคนในสังคมต่อว่าและเข้าใจผิด ทำให้ต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างลำบาก ต้องคอยตอบคำถามของคนที่มาถามว่าขโมยสลากไปจริงหรือไม่ ซึ่งที่ผ่านมาตนเองก็ยืนยันมาตลอดว่าไม่ได้เป็นคนขโมยสลากไป และไม่เคยเห็นสลากชุดที่ถูกรางวัลแต่อย่างใด แม้ว่ายายจี่ จะเป็นญาติผู้ใหญ่ของตน แต่ตนเองก็ถูกกระทำมาตลอด และที่ผ่านมายายจี่รวมถึงครอบครัวของยายก็ไม่เคยกล่าวคำขอโทษ หรือแสดงความเสียใจใดๆ ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเอง

นางแสงทอง เปิดเผยว่า ตำรวจบอกว่าผลกองสลากออกมาแล้วว่าไม่มีรางวัลนี้ไม่ถูก ไม่มีรางวัลที่ 1 ที่เขากล่าวหาเรา ว่า 843019 นี้ไม่มี และก็เลขท้าย 019 ที่แม่ค้ายืนยันว่ามีก็ไม่มี ในเลขชุดนั้นไม่มี 019 ตำรวจบอกแบบนี้ เขาก็ถามเรานี่ล่ะเรื่องที่ว่าจะเอายังไง เราก็บอกว่าจะขอแจ้งความกลับ และก็ขอดำเนินคดี ก็ว่าจะไปแจ้งความวันนี้

ที่จะแจ้งคือทำให้เราเสื่อมเสีย หมิ่นประมาทเรา และก็ด่าเราต่อหน้าสาธารณชนตามที่ไปออกสื่อ ตั้งแต่เกิดเรื่องก็ไม่เคยคุยกันเลย และเมื่อวานที่ออกข่าวไป เขาก็ยังกล่าวหาโทษเราอยู่ดีว่าเราเอาของเขาไป ทั้งๆ ที่หลักฐานออกมาแล้วตำรวจเรียกไปดูแล้ว เขาก็ยังโทษเราอยู่ดี 

แล้วอีกอย่างหนึ่งตั้งแต่ไปวันที่รับฟังผลมา เขาก็ไม่เดินมาใกล้ ไม่ขอโทษเลยสักคำเลย ไม่รู้เลยว่าคุณยายพูดอะไรบ้าง เพราะตำรวจให้ไปคนละครั้ง ขอฝากถึงคนที่เขากล่าวหาเรา ก็ไม่รู้จะพูดยังไงในเมื่อตอนที่ทำแล้วไม่คิด แต่อีกคำพูดอีกอย่างที่เขาพูดกับสื่อว่าถ้าผลมันออกมาแล้วมันไม่มีก็ให้มันจบ แต่มันก็ง่ายไปกับการที่เราเสื่อมเสียอับอายคน อีกอย่างลูกของเรา พ่อแม่พี่น้องเราทำงาน บางคนเขาก็ถามลูกเราที่อยู่ในโรงงานส่วนมากเขาก็ต้องมองลูกเรา แม่เราเป็นอย่างนี้จริงเหรอ ลูกเราก็ต้องยังอับอายคนอยู่ แล้วอีกอย่างไปขายของตามตลาดนัดไปขายเสื้อผ้า บางที่เขาเห็นเราเขาก็จำได้ เขาก็เดินมาถามในทีวีใช่มั้ย คนนี้เหรอที่เขากล่าวหาว่าเอาลอตเตอรี่เขา ขโมยลอตเตอรี่เขา เราก็บอกคนนี้แหละ แต่มันไม่เป็นจริง คือเราไม่ได้เอาของเขา เราก็พูดอย่างนี้ ก็ตั้งแต่วันที่ตำรวจให้ไปฟังผล เราก็รู้สึกว่าเราโล่งใจขึ้นมากเลย

...

อย่างไรก็ตาม หลังจากให้สัมภาษณ์แล้ว นางแสงทอง ได้เดินทางไปไหว้ศาลพระภูมิภายในบ้าน ซึ่งตนเองได้เคยจุดธูปสาบานว่าไม่ได้เป็นผู้กระทำผิดขโมยสลากไปเมื่อช่วงที่เกิดเหตุการณ์ช่วงแรกๆ และได้เดินทางไปแจ้งความที่ สภ.หนองปรือ เพื่อดำเนินการเอาผิดกับยายจี่ตามกฎหมาย แต่ก็ได้รับการแนะนำว่ากรณีดังกล่าวต้องแจ้งความกับร้อยเวรกับที่ยายจี่มาแจ้งความ เพราะสำนวนคดีการสอบสวนอยู่ที่พนักงานสอบสวนคนดังกล่าว โดยนางแสงทองจะได้มาแจ้งความในวันพรุ่งนี้ (28 มิถุนายน 2566)

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้เดินไปดูที่บ้านยายจี่ที่อยู่ใกล้กัน พบว่าบ้านปิดประตู ตะโกนเรียกไม่มีใครอยู่ โดยยายจี่ได้ไปอาศัยอยู่กับบ้านลูก ซึ่งอยู่ในตำบลเดียวกัน แต่ผู้สื่อข่าวไม่สามารถติดต่อหายายจี่ได้.