“จิรภพ ภูริเดช” ผบช.ก. มอบหมาย รรท.ผบก.ทล. ตรวจสอบกรณี “วิสนุ ปราสาททองโอสถ” จตช. ไปตรวจเรื่องส่วยสติกเกอร์รถบรรทุกที่ จ.นครปฐม แล้วไม่พบตัวผู้กำกับ-รองผู้กำกับ-สารวัตร กก.2 บก.ทล. ยืนยันให้อำนาจเต็มในการพิจารณาตามความจริง ส่วน 40 ตำรวจทางหลวงหากพบความผิดให้โยกย้ายได้ทันทีไม่ต้องรอวาระประจำปี ย้ำจากนี้ต้องไม่มีการปรับซึ่งหน้า หากพบความผิดต้องออกใบสั่งให้ชัดเจน

จากกรณีนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ว่าที่ ส.ส.พรรคก้าวไกล และตัวแทนจากสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย ออกมาแฉข้อมูลส่วยสติกเกอร์รถบรรทุกที่มีตำรวจหลายหน่วยงานเข้าไปเกี่ยวข้อง จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมและตามมาด้วยคำสั่งย้าย 40 ตำรวจทางหลวงให้เข้ามาปฏิบัติงานที่ บก.ทล. ต่อมา พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จตช. นำคณะตรวจสอบเรื่องนี้ที่ จ.นครปฐม ก่อนเข้าไปตรวจภายในที่ทำการสถานีตำรวจ กก.2 บก.ทล.โดยไม่ได้แจ้งหมายล่วงหน้า พบตำรวจชั้นประทวนเพียง 3 นาย ขณะที่ ผกก. และรอง ผกก.ไม่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ จึงสั่งการให้ทำรายงานชี้แจงโดยด่วน

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 14 มิ.ย.พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. เปิดเผยถึงกรณี พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จตช. ลงพื้นที่ตรวจสอบปัญหาส่วยสติกเกอร์รถบรรทุก ก่อนเข้าตรวจสอบที่ตั้งของ กก.2 บก.ทล. (นครปฐม) แต่ไม่พบทั้ง ผกก. รอง ผกก. และ สว. มีเพียงตำรวจชั้นประทวนประจำการในสถานี 3 นาย ว่า มอบหมายให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผบก.ปปป. รรท.ผบก.ทล.ตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า ผกก.2.บก.ทล.ได้เข้ามาราชการที่หน่วยตามที่กล่าวอ้างในรายงานหรือไม่ เนื่องจากที่ผ่านมาให้อำนาจผู้บังคับการในการบริหารงาน รวมถึงนโยบายกำกับดูแลอย่างเต็มที่ ต้องสอบคำให้การของ ผกก.ว่าเป็นความจริงหรือไม่ เมื่อรักษาการผู้การทางหลวงได้ข้อสรุปแล้วต้องส่งรายงานมาให้ดูอีกครั้งว่าเป็นอย่างไร เรื่องนี้ไม่มีกรอบเวลาแต่จะทำให้เร็วที่สุดและพร้อมจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ส่วนบทลงโทษขึ้นอยู่กับผลการตรวจสอบที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ สั่งกำชับให้ รรท.ผบก.ทล.เป็นผู้ดำเนินการตามความเป็นจริง

พล.ต.ท.จิรภพกล่าวต่ออีกว่า ด้านการโยกย้ายตำรวจทางหลวงทั้ง 40 นายก่อนหน้านี้ หากพบการกระทำผิดวินัยนั้นสามารถโยกย้ายให้ไปปฏิบัติราชการในหน่วยงานอื่นได้ทันที ไม่ต้องรอวาระโยกย้ายประจำปี กองบังคับการหรือกองบัญชาการมีอำนาจอยู่แล้ว แต่ถ้าทำไม่ได้คงต้องเสนอ ผบ.ตร.สั่งการอีกที ทั้งนี้ ในส่วนการทำงานของตำรวจทางหลวงเน้นย้ำให้ทำตามนโยบายของรัฐบาลที่กำชับให้ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.สั่งการมาที่ ผบช.น. ให้เข้มงวดตรวจสอบการทุจริตในหน้าที่อยู่แล้ว บช.ก. มี 13 กองบังคับการ ตนให้อำนาจดูแลกันเองอย่างเต็มที่ ในส่วนของตำรวจทางหลวงได้มอบนโยบายกำชับไปแล้วว่า ทุกอย่างต้องเป็นไปตามข้อบังคับของกฎหมายร้อยเปอร์เซ็นต์ หากมีผู้ร้องเรียนเรื่องรถบรรทุกน้ำหนักเกินวิ่งตามถนนให้ตรวจจับอย่างเคร่งคัด รวมทั้งการจับผู้ที่ฝ่าฝืนกฎหมายจราจร ต่อไปจะต้องตรวจสอบให้แน่ชัด ถ้าพบความผิดต้องออกใบสั่งปรับอย่างชัดเจน จะไม่มีการปรับซึ่งหน้าอีกต่อไป แต่ถ้าหากเหนือบ่ากว่าแรงหรือทำไม่ได้จะส่งหน่วยเฉพาะกิจเข้าไปช่วยดูแล

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง โฆษก ตร. กล่าวถึงคดีส่วยสติกเกอร์ ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินงานของจเรตำรวจ หลังนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล พร้อมด้วยนายอภิชาติ ไพรรุ่งเรือง ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย นำเอกสารหลักฐานทั้งหมดส่งต่อให้กับ พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จตช. เพื่อตรวจสอบและดำเนินการทางกฎหมาย หลังจากนี้คณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมาจะประชุมนำข้อมูลทั้งหมดมาตรวจสอบ เรื่องนี้จเรตำรวจและตำรวจสอบสวนกลางจะทำหน้าที่ให้รวดเร็วและดีที่สุด