“ผู้การเต่า” มือปราบส่วยตั้งทีมคลี่ปม “บิ๊กกรมสรรพสามิต” โทร.เคลียร์คดีขนน้ำมันเถื่อน พร้อมเรียกชุดจับกุมเข้าให้ข้อมูล ขณะที่ “วิโรจน์” ผสมโรงบี้ให้ต้นสังกัดเปิดชื่อบิ๊ก ขรก.โทร.ขอให้ปล่อยพรรคพวก ส่วนเรื่องส่วยสติกเกอร์ “ผู้การเต่า” เตรียมประสาน ป.ป.ช. ป.ป.ท. ตำรวจ ปปป.-ทางหลวงร่วมตรวจสอบด่านชั่งกรมทางหลวงที่ได้รับข้อร้องเรียนว่าตราชั่งไม่ได้มาตรฐาน ด้านผู้ตรวจการกระทรวงคมนาคมพาสื่อชมด่านชั่งน้ำหนักอยุธยา โชว์เทคโนโลยีคัดแยกรถบรรทุกเข้าตรวจสอบน้ำหนักและส่งค่าน้ำหนัก ไปยังส่วนกลาง ควบคุมด้วยระบบอัตโนมัติ

ความคืบหน้าเรื่องส่วยสติกเกอร์รถบรรทุก รวมทั้งการจับกุมรถบรรทุกน้ำมันดีเซลเถื่อนของตำรวจทางหลวงประจวบคีรีขันธ์ โดยมีข้าราชการระดับบิ๊กกรมสรรพสามิตโทรศัพท์หาชุดจับกุม ขอให้ปล่อยรถบรรทุกน้ำมันเถื่อนอ้างเป็นพรรคพวกกันจนกลายเป็นข่าวฉาวโฉ่ผู้คนอยากรู้ว่าบิ๊กข้าราชการผู้นี้เป็นใคร ล่าสุดเมื่อ เวลา 11.00 น. วันที่ 7 มิ.ย. ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผบก.ปปป.รรท.ผบก.ทล.กล่าวถึงกรณีมีเจ้าหน้าที่กรมสรรพสามิตโทรศัพท์เจรจาขอเคลียร์ให้ตำรวจทางหลวงประจวบคีรีขันธ์ปล่อยรถบรรทุกน้ำมันเถื่อน หลังถูกจับกุมที่ริมถนนเพชรเกษม ช่วงจ.ประจวบคีรีขันธ์ ว่าเตรียมตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง พร้อมเรียกชุดจับกุมเข้าให้ข้อมูล เท่าที่ได้รับรายงานทราบว่าผู้ที่โทรศัพท์มาเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในกรมสรรพสามิตแต่ถูกชุดจับกุมปฏิเสธ จากนั้นมีความพยายามติดต่อมายังคณะทำงานตนเพื่อเจรจาขอไฟเขียว แต่ตนปฏิเสธไป ไม่ขอพูดคุยเจรจาใดๆทั้งสิ้น

ขณะที่นายวิโรจน์ ลักขณาอดิสรณ์ ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ผู้ออกมาเปิดโปงเรื่องส่วยสติกเกอร์รถบรรทุก ได้ทวีตภาพข่าวพร้อมข้อความบนทวิตเตอร์ส่วนตัวถึงเรื่องนี้ว่า ขอให้ท่านอธิบดีกรมสรรพสามิตกรุณาแถลงด้วยว่า 1. บิ๊กสรรพสามิตที่โทร.ไปขอตำรวจคือใคร 2.ที่บอกว่ารถบรรทุกน้ำมันเถื่อน 15,000 ลิตร เป็นของพรรคพวกมีใครบ้าง 3.ที่ผ่านมาเคยช่วยพรรคพวกมาแล้วกี่ครั้ง คิดเป็นเงินเท่าใด

...

ส่วนความคืบหน้าเรื่องส่วยสติกเกอร์รถบรรทุก พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผบก.ปปป.รรท.ผบก. ทล.กล่าวว่า ในวันที่ 8 มิ.ย.ก่อนเวลา 13.00 น. จะลงนามในคำสั่งโยกย้ายตำรวจทางหลวงให้มาช่วยราชการ หลังจากสืบสวนแล้วพบว่าต้องสงสัยเข้าข่ายกระทำความผิด เป็นการตรวจสอบจากบันทึกจับกุมรถบรรทุกที่ผิดกฎหมายก่อนหน้านี้ ส่วนกรณีที่นายวิโรจน์จะนำหลักฐานส่วยสติกเกอร์มาให้ผู้บังคับบัญชาระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะนำมาตรวจสอบร่วมด้วย ยืนยันจะทำคดีด้วยความจริงใจต่อกันในการประสานข้อมูลกับผู้ที่นำข้อมูลมาให้

พล.ต.ต.จรูญเกียรติกล่าวต่อว่า เรื่องนี้ถือว่านายวิโรจน์เป็นคนจุดชนวนที่ดีในการตรวจสอบการทุจริต แต่หลังจากนี้รัฐบาลควรจะต้องจริงใจในการแก้ไขปัญหาร่วมด้วย อย่าให้เป็นวัฒนธรรมของทุกองค์กรว่าจะต้องจ่ายส่วยเพราะหากทำถูกต้องตามกฎหมายสามารถทำได้โดยที่ไม่ต้องเสียเงินจำนวนมาก ส่วนการสั่งการให้ตรวจสอบการรับผลประโยชน์แต่ละกองกำกับการของตำรวจทางหลวงพบว่ามีบางส่วนเกี่ยวข้องกับที่ได้สืบสวนคู่ขนานกันไป เน้นย้ำให้ตำรวจทางหลวงทุกนายต้องปฏิบัติตามกฎหมาย เนื่องจากสังคมจับตามอง จากนี้จะประสานสำนักงาน ป.ป.ช. ปปท. ตำรวจ ปปป. ตำรวจทางหลวง ร่วมตรวจสอบตามด่านชั่งน้ำหนักเป็นความรับผิดชอบของกรมทางหลวงที่ได้รับข้อร้องเรียนมาว่าตราชั่งไม่ได้มาตรฐาน เพราะทั้ง 4 หน่วยงานนี้ แต่ละหน่วยงานมีความพร้อมและมีอำนาจดำเนินคดีอยู่แล้ว แต่ในชั้นนี้ขอตรวจสอบแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในหน่วยงานตำรวจทางหลวงไปก่อน

ก่อนนี้เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ยื่นหนังสือถึง พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผบก. ปปป.รรท. ผบก.ทล. ขอให้ตรวจสอบ พล.ต.ต.เอกราช ลิ้มสังกาศ อดีต ผบก.ทล. กรณีผู้ใต้บังคับบัญชาร้องเรียนเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเบี้ยเลี้ยงที่อาจส่อเจตนาไม่สุจริต นายอัจฉริยะกล่าวว่าได้รับข้อมูลมีการเบิกจ่ายเบี้ยเลี้ยงที่ไม่ปกติหลายโครงการทำให้ตำรวจทางหลวงทั่วประเทศหลายคนไม่ได้รับเงินจำนวนมาก อ้างว่าเบิกจ่ายเงินได้ล่าช้า รวมทั้งอยากเรียกร้องให้ตรวจสอบเรื่องส่วยสติกเกอร์ให้รอบด้านและดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด แต่อยากให้ผ่อนปรนกับผู้ประกอบการรถบรรทุกเกินได้ 1-2 ตัน ป้องกันการเสนอผลประโยชน์

นายอัจฉริยะกล่าวต่อว่า ทั้งนี้สมาพันธ์และสมาคมรถบรรทุกเคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการขายสติกเกอร์แล้วเก็บเงินส่งให้ตำรวจ แต่เมื่อเห็นว่ามีผลประโยชน์เยอะจึงตัดออกมาทำเองทำให้เกิดความขัดแย้งนำไปสู่การร้องเรียนให้ดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง อยากเรียกร้องไห้นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ว่าที่ ส.ส.พรรคก้าวไกลและประธานสมาพันธ์รถบรรทุก มาแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีผู้ที่เกี่ยวข้องกระทำผิดหรือผู้ที่ขายสติกเกอร์ 46 รูปแบบที่กล่าวถึง เพื่อที่จะได้รู้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ และเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจที่กล้าแจ้งความดำเนินคดีคนที่กระทำผิด

นายอัจฉริยะระบุด้วยว่า สำหรับตำรวจทางหลวงที่เกี่ยวข้องกระทำความผิด เชื่อว่ามีมากกว่า 10 นาย แต่อยากให้ตรวจสอบไปถึงชุดเฉพาะกิจของกรมทางหลวง 12 ชุด หรือที่เรียกกันว่า “ชุดเฉพาะเก็บ” ว่าเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ นอกจากนั้นยังเห็นว่าควรตรวจสอบทั้ง 4 หน่วยงานคือ กรมทางหลวง กรมการขนส่งทางบก จราจรกลาง และตำรวจทางหลวง เพราะหน่วยงานเหล่านี้รับผิดชอบตั้งแต่การตรวจสภาพเสริมแหนบรถก่อนจะบรรทุกน้ำหนักเกินได้ ไปถึงการตรวจควันดำ หากจะตรวจสอบเฉพาะตำรวจทางหลวงเห็นว่าไม่มีความเป็นธรรม ส่วนการออกมาเปิดเผยว่าจะย้ายตำรวจทางหลวงให้มาช่วยราชการก่อน คาดว่าจะทำได้เฉพาะตำรวจชั้นผู้น้อย ยังไม่สามารถดำเนินคดีตำรวจในระดับสั่งการได้

วันเดียวกัน ที่สถานีตรวจสอบน้ำหนักอยุธยา (ขาเข้า) ทางหลวงหมายเลข 347 ปทุมธานี-บางปะหัน กม.34 ต.ปากกราน อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนคร ศรีอยุธยา นายมนตรี เดชาสกุลสม ผู้ตรวจการกระทรวงคมนาคม นำสื่อมวลชนเข้าตรวจสอบสถานีชั่งน้ำหนัก กรณีส่วยสติกเกอร์รถบรรทุกโดยนายมนตรีกล่าวว่า เป็นการตรวจสอบขั้นตอนการทำงานของสถานีชั่งน้ำหนักว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับส่วยสติกเกอร์รถบรรทุกตามที่เป็นข่าวหรือไม่ ทางหน่วยงานจะนำเทคโนโลยีและสอบสวนบุคลากรว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับส่วยสติกเกอร์รถบรรทุกหรือไม่ รวมถึงการหาลักษณะหรือชนิดประเภทความหมายของสติกเกอร์ ตลอดจนการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในด่านชั่งน้ำหนัก 97 จุดทั่วประเทศและจะสร้างเพิ่มตามความเหมาะสม

...

นายมนตรีกล่าวต่อว่า ส่วนที่สถานีตรวจสอบน้ำหนักอยุธยา (ขาเข้า) ทางหลวงหมายเลข 347 ควบคุมด้วยระบบอัตโนมัติสามารถคัดแยกรถบรรทุกเข้าตรวจสอบน้ำหนักและส่งค่าน้ำหนักไปยังส่วนกลาง หากน้ำหนักไม่เกินกฎหมายกำหนด สามารถผ่านด่านได้ตามปกติ แต่หากน้ำหนักเกินด่านชั่งน้ำหนักถาวรที่ตรวจซ้ำอีกครั้งจะทำบันทึกจับกุมส่งตัวไปยังสถานีตำรวจแต่ละท้องที่ ก่อนส่งให้ศาลพิจารณา มีอัตราโทษ จำคุก 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เมื่อช่วงเช้าได้ตรวจสอบชั่งน้ำหนักรถบรรทุกพบว่ามีน้ำหนักเกิน 2 คัน ได้ดำเนินการตามกระบวนการของกฎหมาย ที่ผ่านมา มีการโยกย้ายเจ้าหน้าที่ผู้กระทำความผิดอยู่ตลอดไม่ได้ปล่อยปละละเลย และกรณีที่สหพันธ์การขนส่งแห่งประเทศไทยออกมาเผยรายชื่อเจ้าหน้าที่ทางหลวงสถานีตรวจสอบน้ำหนักสุวินทวงศ์ ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับส่วยสติกเกอร์รถบรรทุก มีพฤติกรรมเป็นเจ้าของหรือทำสติกเกอร์แจกจ่ายให้กับรถบรรทุก ได้สั่งการให้ย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ยังสถานีตรวจสอบน้ำหนักสระแก้ว ตลอดจนตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบ มีผู้บังคับบัญชาเกี่ยวข้องหรือเจ้าหน้าที่ระดับใดก็จะดำเนินการตามกฎหมายไม่มีข้อยกเว้น

ผู้ตรวจการกระทรวงคมนาคมกล่าวว่า นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมจะต้องบูรณาการร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ ตรวจสอบอุปกรณ์และเทคโนโลยีที่ประจำด่านชั่งน้ำหนักทั่วประเทศให้คงคุณภาพให้ผู้ประกอบการมีความมั่นใจในการปฏิบัติตามข้อบังคับในการบรรทุกสินค้า เชื่อว่าการตีแผ่ข้อมูลเรื่องส่วยสติกเกอร์รถบรรทุกจะทำให้สถานการณ์ดีขึ้นและหมดไปในอนาคต

ด้านนายอลงกรณ์ พรหมศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักงานควบคุมน้ำหนักยานพาหนะ ยอมรับว่าปี 2563-2566 กรมทางหลวงจับกุมผู้ที่กระทำความผิดได้เพิ่มขึ้นกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากมีสถานีควบคุมชั่งน้ำหนักทั่วประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ไม่มีด่านชั่งน้ำหนัก จะมีระบบพอยต์เช็กที่สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้จำนวนมาก แต่ละสถานีชั่งน้ำหนักสามารถครอบคลุมรัศมีในพื้นที่ 8 กิโลเมตร

...