กรมวิทย์แจง XBB.1.16.1.1 รุ่นหลานแพร่เร็วแต่ยังไม่พบความรุนแรงโรค ขณะที่กรมควบคุมโรคเผยช่วงนี้โควิดขาขึ้น เฝ้าระวังกลุ่มเด็กประถมติดเชื้อเพิ่มช่วงเปิดเทอม พบคลัสเตอร์ประปรายแต่อาการน้อย แนะตรวจ ATK แล้วแยกเรียนแต่ไม่ต้องหยุดเรียน เตือนระวังการทานบุฟเฟต์มีความเสี่ยงติดเชื้อ
เมื่อวันที่ 18 พ.ค.นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยกรณีผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกประสานความร่วมมือเฝ้าติดตามโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน FU.1 หรือ XBB.1.16.1.1 หลานของ XBB.1.16 พบมีความได้เปรียบในการเติบโตและแพร่ระบาดสูงกว่า XBB.1.16 ถึง 50% โดยไทยพบแล้ว 1 คนว่า เป็นข้อมูลที่กรมวิทย์รายงานเข้าสู่ ฐานข้อมูลโควิดโลก หรือ GISAID กรมติดตามและสุ่มตรวจถอดรหัสสายพันธุ์อยู่ต่อเนื่อง แม้จะแพร่ระบาดเร็วแต่ยังไม่พบความรุนแรงของโรค จนส่งผลให้เกิดการเสียชีวิตมาก การแพร่ระบาดเร็วอาจมาจากปัจจัยอื่นๆด้วย ทั้งการรวมตัวทำกิจกรรมของผู้คนที่มีมากขึ้น รวมถึงคนใส่หน้ากากอนามัยน้อยลง ไม่อยากให้กังวล เพราะธรรมชาติของไวรัสมีการกลายพันธุ์ จนถึงขณะนี้มีหลายสายพันธุ์ย่อยจำนวนมาก กรมยังติดตามเฝ้าระวังต่อเนื่อง ยังไม่เห็นสัญญาณการแพร่ระบาดมากจนน่ากังวล
ด้าน นพ.จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กล่าวว่า สถานการณ์โควิด-19 ตอนนี้ถือว่าอยู่ช่วงขาขึ้น เป็นไปตามคาดการณ์ เนื่องจากการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ประกอบกับภูมิคุ้มกันเริ่มลดลง หลายคนฉีดวัคซีนเกิน 1 ปีหลัง ฉีดเข็มสุดท้ายทำให้มีความเสี่ยงติดเชื้อเพิ่ม จึงต้องรณรงค์ฉีดวัคซีน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง 608 ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว ให้ไปฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นหรือแอน ติบอดีสำเร็จรูป LAAB อีกทั้งขณะนี้เปิดภาคเรียนแล้ว เด็กเป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่ต้องเฝ้าระวังและคาดว่าจะมีการติดเชื้อเพิ่ม ได้รับรายงานถึงนักเรียนโดยเฉพาะระดับประถมศึกษาพบติดเชื้อมากขึ้นเป็นคลัสเตอร์ประปราย พบทั้งใน กทม.และต่างจังหวัด แต่เด็กที่ติดส่วนใหญ่อาการน้อย ไม่เหมือนผู้ใหญ่
...
ทั้งนี้ กรมควบคุมโรคมีคำแนะนำผ่านกระทรวงศึกษาธิการถึงโรงเรียนหากพบเด็กที่มีอาการขอให้ตรวจ ATK เด็กที่ติดเชื้อไม่จำเป็นต้องหยุดเรียนขึ้นอยู่กับมาตรการของโรงเรียน หากไม่มีอาการมากสามารถแยกห้องเรียน สิ่งสำคัญคือต้องแยกรับประทานอาหารร่วมกับเพื่อน เพราะปัจจัยเสี่ยงอยู่ที่การรับประทานอาหาร รวมถึงเด็กเล็กจะมีกิจกรรมเล่นกันทำให้เสี่ยงติดเชื้อได้ กรณีติดเชื้อเป็นกลุ่มก็แยกห้องในการเรียนการสอนหรือเรียนออนไลน์ได้ อยู่ที่ความเหมาะสมของสถานการณ์และโรงเรียนจะออกมาตรการ
นพ.จักรรัฐกล่าวด้วยว่า ที่น่าห่วงคือกลุ่มผู้สูง อายุที่เด็กลูกหลานจะนำเชื้อไปติด หากกลุ่มผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยงที่มีโรคประจำตัวไม่ได้ฉีดวัคซีนป้องกัน หรือฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นก็จะเสี่ยงอาการรุนแรงและอันตรายได้ หากผู้สูงอายุหรือกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อขอให้เข้าโรงพยาบาลเพื่อรักษาตัวจะดีที่สุด นอกจากนี้การรับประทานอาหารประเภทบุฟเฟต์ต่างๆมีความเสี่ยงเช่นกัน เพราะมีการหยิบจับอาหารและเดินไปมา หากเรามีภูมิคุ้มกันจากวัคซีนก็จะช่วยป้องกันอาการรุนแรงได้