ประชาชนผู้ใช้แรงงานเลือก เดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวก่อนเข้าสู่เทศกาลสงกรานต์ ปี 2566 หวังลดปัญหาการจราจรติดขัดบนถนนสายหลัก ส่งผลถนนมุ่งหน้าเหนือ-อีสานแน่นขนัดแต่หัววัน คาดช่วงเทศกาลคนจะยิ่งทะลัก บิ๊ก บขส.ขอให้คนที่จะมาขึ้นรถโดยสารที่สถานีขนส่งเผื่อเวลาเดินทางก่อนรถออก 2-3 ชั่วโมง ขณะที่ รฟท.เสริมขบวนรถไฟขาออกไปเหนือ-อีสาน วันที่ 11-12 เม.ย. มั่นใจเพียงพอขนคนออกกรุง

ไทยเริ่มเข้าสู่ช่วงวันหยุดยาวในเทศกาล สงกรานต์ประจำปี 2566 เมื่อวันที่ 9 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเดินทางออกต่างจังหวัดทั้งกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ ภาพรวมตามสถานีขนส่งสาธารณะ ทั้งสถานีขนส่ง เอกมัย สถานีขนส่งสายใต้ใหม่ สถานีขนส่งกรุงเทพฯ (หมอชิต 2) สถานีรถไฟ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ (สถานีกลางบางซื่อ) เริ่มมีผู้คนหอบกระเป๋าสัมภาระ ข้าวของต่างๆที่จัดเตรียมนำไปฝากญาติพี่น้องมารอขึ้นรถโดยสารสาธารณะกันหนาตาขึ้น

ทั้งนี้ นายสัญลักข์ ปัญวัฒนลิขิต กรรมการผู้จัดการใหญ่ บขส. กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2566 ขอให้ผู้โดยสารเผื่อเวลาเดินทางมาขึ้นรถโดยสารที่สถานีขนส่ง ก่อนเวลารถออกอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง รวมทั้งขอให้ซื้อตั๋วที่ช่องจำหน่ายตั๋วเท่านั้น และให้ตรวจสอบข้อมูลในตั๋วโดยสาร เช่น เส้นทาง เวลารถออก จุดขึ้นรถทุกครั้ง นอกจากนี้ ได้ขอความร่วมมือผู้ประกอบการรถร่วมฯติดป้ายแสดงราคา ค่าโดยสารที่หน้าช่องขายตั๋วให้ชัดเจน เพื่อแจ้งให้ผู้โดยสารทราบและป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคาค่าโดยสาร

ส่วนที่สถานีรถไฟ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ (สถานีกลางบางซื่อ) บรรยากาศเริ่มคึกคักไม่แพ้กัน ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางออกต่างจังหวัดเข้ามาหาซื้อตั๋วและรอขึ้นรถไฟอย่างต่อเนื่อง ยอดจองตั๋วในเส้นทางระยะไกลถูกจับจองเต็มทุกที่นั่ง โดยเฉพาะเส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ และกรุงเทพฯ-อุบลราชธานี การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้เพิ่มขบวนรถเสริมพิเศษขาออกจากกรุงเทพฯ ในวันที่ 11 เม.ย. จำนวน 1 ขบวน ได้แก่ ขบวนรถที่ 977 สถานีกลางกรุงเทพฯ-อุบลราชธานี วันที่ 12 เม.ย. จำนวน 4 ขบวน ได้แก่ ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 5 สถานีกลางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่, ขบวนรถที่ 955 สถานีกลางกรุงเทพฯ-ศิลาอาสน์ ขบวนรถที่ 967 สถานีกลางกรุงเทพฯ-อุดรธานี และขบวนรถที่ 977 สถานีกลางกรุงเทพฯ-อุบลราชธานี รฟท.คาดว่าจะรองรับการเดินทางของผู้โดยสารได้สูงสุด 100,000 คนต่อวัน เพียงพอต่อการเดินทาง และไม่มีผู้โดยสารตกค้างแน่นอน

ขณะที่สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดนครราชสีมา แห่งที่ 2 อำเภอเมืองนครราชสีมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตลอดวันเริ่มพลุกพล่านไปด้วยประชาชนที่เลือกเดินทางกลับภูมิลำเนาล่วงหน้าก่อนถึงเทศกาลสงกรานต์ หลายคนต้องอุ้มลูกหลาน หอบหิ้วกระเป๋าสัมภาระพะรุงพะรัง ส่วนใหญ่มาจากสถานีขนส่ง หมอชิต 2 และจากภาคตะวันออก มาต่อรถโดยสารประจำทางในจังหวัดและส่วนหนึ่งต่อไปยังจังหวัดอื่นๆ อาทิ ชัยภูมิ บุรีรัมย์ สุรินทร์ เลย หนองบัวลำภู ขอนแก่น อุดรธานี อุบลราชธานี ซึ่งนอกจากรถโดยสารแล้ว ส่วนหนึ่งยังเลือกใช้บริการรถตู้ไปยังอำเภอต่างๆ และจังหวัดอื่นๆ โดยเมื่อรถตู้เต็มก็ออกเดินทางทันที ไม่มีตั๋วยืน หรือเก้าอี้เสริมแต่อย่างใด

ส่วนที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญ ประเทศ จ.สระแก้ว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ช่องทางเดินเท้าเข้าอาคารผู้โดยสารขาออกราชอาณาจักร ก็เนืองแน่นไปด้วยแรงงานชาวกัมพูชาที่ทำงานอยู่ในไทยพากันขนสัมภาระและหอบลูกจูงหลานเดินทางกลับไปเยี่ยมครอบครัวและเที่ยวเทศกาลสงกรานต์ที่บ้านเกิดในฝั่งกัมพูชา ทั้งนี้ พ.ต.อ.รุ่ง ทองมนต์ ผกก.ตม.จ.สระแก้ว เปิดเผยว่า คาดว่าในปีนี้จะมีแรงงานกัมพูชาที่ทำงานในไทยแห่เดินทางกลับไปฉลองเทศกาลสงกรานต์ที่บ้านเกิด ไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นคน โดยเริ่มเดินทางกลับตั้งแต่วันที่ 9-13 เม.ย. ทำให้ จนท.ตม.จ.สระแก้ว ต้องระดมกำลังมาอำนวยความสะดวกและจัดระเบียบที่บริเวณด่าน ตม.อรัญประเทศเต็มที่

สำหรับตามถนนสายหลักที่มุ่งหน้าสู่ภูมิภาค ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นถนนพหลโยธินและถนนสายเอเชียที่มุ่งหน้าสู่ภาคเหนือ ถนนสุขุมวิท มุ่งหน้าภาคตะวันออก ถนนพระราม 2 ถนนเพชรเกษมที่มุ่งหน้าลงใต้ เริ่มมีปริมาณรถมากขึ้น ขณะที่ถนนมิตรภาพ ที่มุ่งหน้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตลอดวันมีสภาพการจราจรหนาแน่นต่อเนื่อง ประกอบกับยังมีรถพ่วง รถบรรทุกออกมาใช้เส้นทางจราจรช่องขวาสุด ทำให้การจราจรติดขัด จาก จ.สระบุรี รถหนาแน่นและมีปัญหาชะลอตัวหลายจุด โดยเฉพาะทางขึ้นเนินมอหน้าโรงปูนซิเมนต์ ที พี ไอ, มอโค้งเขาจันทร์, ส่วนประตูสู่อีสาน ช่วงหน้าองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย หรือ อ.ส.ค. กม. 35-36 ขึ้นเนินมอกลางดง, เนินมอฟาร์มโชคชัย รถมีปริมาณมาก เคลื่อนตัวไปได้เรื่อยๆ และเริ่มติดขัดในบางจุด เช่นเดียวกับตั้งแต่ กม. 75 ต.หนองสาหร่าย อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ก่อนถึงเขื่อนลำตะคอง รถมีปริมาณมาก เคลื่อนตัวไปได้เรื่อยๆ และยิ่งค่ำรถยิ่งติดขัดหนักขึ้น คาดว่าจะมีประชาชนเดินทางกลับบ้านกันเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ก่อนจะถึงวันสงกรานต์