"กรมอุตุนิยมวิทยา" ประกาศฉบับ 8 เตือนพายุฤดูร้อน ทำให้ไทยตอนบน เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ช่วงวันที่ 13-14 มี.ค. 66 ขณะเดียวกันค่าฝุ่นละออง ก็มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น แนะประชาชนดูแลสุขภาพ

วันที่ 13 มีนาคม 2566 มีรายงานว่า เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเรื่อง พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน ฉบับที่ 8 มีผลกระทบในช่วงวันที่ 13-14 มีนาคม 2566 บริเวณความกดอากาศสูง หรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากประเทศจีน แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน และทะเลจีนใต้ ประกอบกับคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตก จะเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือ ในขณะที่ประเทศไทย มีอากาศร้อน 

ลักษณะเช่นนี้จะทำให้ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออกมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ รวมถึงอาจมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้

จึงขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่อาจจะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้างและป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย

พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมีดังนี้

วันที่ 13 มีนาคม 2566

  • ภาคเหนือ : จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดเลย และหนองคาย
  • ภาคกลาง : จังหวัดกาญจนบุรี สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ราชบุรี นครปฐม สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
  • ภาคตะวันออก : จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด            

...

วันที่ 14 มีนาคม 2566

  • ภาคตะวันออก : จังหวัดจันทบุรี และตราด

ขณะเดียวกัน ทางกองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง กรมควบคุมมลพิษ ได้รายงานผลการคาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล ระหว่างวันที่ 14-20 มีนาคม 2566 ดังนี้

  • วันที่ 13 มีนาคม 2566 มีโอกาสพบเจอฝนตกในบางพื้นที่ ของภาคเหนือตอนบน รวมถึงบริเวณพื้นที่กรุงเทพมหานคร
  • ระหว่างวันที่ 14-16 มี.ค. 66 พื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ มีแนวโน้มฝุ่นละอองขึ้นสูงในพื้นที่ภาคเหนือ ทั้งตอนบนและล่าง เป็นช่วงที่ควรเฝ้าระวังของพื้นที่ เนื่องจากมีแนวโน้ม ที่จะได้รับผลกระทบจากฝุ่นละอองข้ามพื้นที่ได้
  • วันที่ 16 มี.ค. 66 เป็นต้นไป สถานการณ์ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีแนวโน้มที่ดีขึ้นเป็นลำดับ เนื่องจากลมทางใต้ช่วยพัดพาฝุ่นละอองออกจากพื้นที่.