ชาวบ้านหลายชีวิต ร้องขอความเป็นธรรม อ้างถูกอดีตผู้ใหญ่บ้านขายที่ให้ 40 ปี แต่ไม่โอน ซ้ำจำนองนายทุน บางคนเครียดหวั่นไม่มีที่อยู่


เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2566 ในรายการ "เปิดปากกับภาคภูมิ" ทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32 ดำเนินรายการโดย นายภาคภูมิ พันธุ์สถิตย์ ได้พูดคุยกรณี อดีตผู้ใหญ่บ้านขายที่ให้ชาวบ้าน 40 ปี ไม่โอน ซ้ำจำนองนายทุน ทำให้ชาวบ้านต้องเดินทางมาร้องเรียนกับทางกระทรวงยุติธรรม และ นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ "กัน จอมพลัง" 

จากการสอบถามชาวบ้าน ทราบว่า เมื่อปี 2515 อดีตผู้ใหญ่บ้านได้ชวนชาวบ้านมาอยู่ในที่ดินตัวเอง เพื่อรวมเป็นหมู่บ้าน แต่ไม่ได้ให้ชาวบ้านอยู่ฟรี จะต้องจ่ายไร่ละ 200 บาท โดยให้คนละ 2 ไร่ เป็นเงิน 400-500 บาท ซึ่งก็อยู่กันเรื่อยมา แต่ปัจจุบันยังไม่มีการโอนที่ดินให้ชาวบ้าน และยังพบว่า ที่ดินถูกนำไปจำนองแล้วหลุดจำนอง

ชาวบ้าน กล่าวอีกว่า ในตอนที่เข้ามาอยู่ในที่ดินนั้นไม่มีหลักฐาน เพราะเมื่อก่อนยังไม่มีไฟฟ้า ที่ดินอยู่ในป่า เป็นบ้านชนบท แต่ปัจจุบันมีบ้านเลขที่ มีการจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ แล้ว และบางคนก็อยู่ต่อจากรุ่นพ่อรุ่นแม่ ก่อนหน้านี้ได้ไปทวงโฉนด แต่เขาก็บอกว่า ให้อยู่ต่อไป ไม่มีใครโกง

...

นายอมรชัย ศรีตะคุ ผู้เสียหาย เล่าว่า มีเด็กฝึกงานมาเล่าความทุกข์ให้ฟังว่า ที่ดินซึ่งเป็นมรดกของพ่อเอาถูกเอาไปจำนองไว้ที่ธนาคาร ขอให้ช่วยไปไถ่ให้หน่อย ตนก็ถามว่าถ้าไปไถ่มาให้แล้วจะเอาเงินที่ไหนมาคืน น้องก็บอกว่าไม่มีเงินคืน ตนจึงคิดว่าถ้าไปไถ่ที่ดินมาแล้วจะให้เป็นชื่อของตน จากนั้นจะเอาที่ดินไปเข้าธนาคารเพื่อเอาเงินออกมา หลังจากหักแล้ว เงินส่วนที่เหลือให้น้อง อาจจะเอามาซื้อหุ้นของตนเพื่อรับเงินปันผลไป

หลังจากตกลงกันเสร็จ จึงให้ธนาคารประเมินที่ดินให้ แต่ทางธนาคารแจ้งว่าผลประเมินไม่ผ่าน เพราะมีบ้านของคนอื่นอยู่ ซึ่งตนไม่เคยไปดูที่ดินจริงมาก่อน

นายอมรชัย กล่าวอีกว่า หลังจากตนไปไถ่ที่ดินมาแล้วประมาณเกือบ 1.4 ล้าน ที่ดินได้เปลี่ยนมาเป็นชื่อของตน แล้วได้นำชื่อของเด็กฝึกงานมาเป็นเจ้าของร่วมด้วย ตั้งใจว่าจะเอาที่ดินไปกู้ธนาคาร โดยเงิน 1.4 ล้านตนจะเอาคืน ส่วนที่เหลือก็เป็นของเขา แต่เมื่อเกิดปัญหาจึงทำสัญญาว่าน้องเขาจะต้องคืนเงินใน 3 เดือน ถ้าไม่คืนก็จะแบ่งที่ดินให้ แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่ได้เงินคืน ทางน้องเขาก็บอกว่าให้ไปฟ้องเอา ตนจึงให้ลูกน้องไปลงพื้นที่ ทำให้ทราบเรื่องดังกล่าว ตนก็รู้สึกสงสารชาวบ้าน ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ชาวบ้านเคยไปหาตำรวจมาแล้ว เขาก็แนะนำให้ชาวบ้านไปฟ้องเอา


ด้าน กัน จอมพลัง กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ ชาวบ้านได้เดินทางไปร้องเรียนจากหน่วยงานต่างๆ ทั่ว จ.อุบลราชธานี มาแล้ว ก่อนจะเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ตนจึงอยากถามหน่วยงานในพื้นที่ว่าทำอะไรกันอยู่ เขามากัน 20-30 คน ตนจึงได้พาชาวบ้านมาร้องเรียนกับว่าที่ร้อยตรี ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

ขณะที่ ว่าที่ร้อยตรี ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ กล่าวว่า วันนี้ชาวบ้านมาร้องเรียนเป็นเรื่องที่ดี ในเรื่องนี้เราจะรื้อเรื่องขึ้นมาใหม่ตั้งแต่ต้นขั้วว่า เริ่มแรกเป็นที่ดินของใคร ซึ่งท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้สั่งการให้ตรวจสอบแล้ว

...

ถามว่าเรื่องนี้ ถ้ามองในความเป็นคดีแพ่ง จะมองเป็นสัญญาซื้อขาย กรณีบอกปากเปล่าในประมวลกฎหมายแพ่งถือว่าเป็นโมฆะ แต่ประเด็นตอนที่ออกโฉนด การครอบครองปรปักษ์ 10 ปี ก็เป็นอีกมุมหนึ่งที่ต้องดู และต้องให้ DSI ทำแผนประทุษกรรม ตรวจสอบว่าการครอบครองที่ดินเปล่าเป็นการครอบครองโดยถูกกฎหมายหรือไม่

ในมุมคดีแพ่งก็มองได้ ในมุมคดีอาญาก็ทิ้งไม่ได้ ถ้าเป็นการฉ้อโกงจะต้องมีการรับผิด อีกทางได้ให้ยุติธรรมจังหวัดเปิดพื้นที่พูดคุยไกล่เกลี่ยกัน และจากการสอบถามชาวบ้านในวันนี้ ชาวบ้านก็เพิ่งรู้ว่าตัวเองถูกหลอก ถ้าวันนี้ทุกคนหันหน้ามาคุยหันจะเป็นทางที่ดีที่สุด

"ถ้ามีการฟ้องร้องเกิดขึ้นก็ขอให้ชาวบ้านอย่าเพิ่งกังวลใจ ทางกองทุนยุติธรรมจะเข้ามาช่วยเหลือคดีความ เราจะสู้ให้ อยากให้เข้าใจกระบวนการยุติธรรมจะรวยหรือจนสามารถเข้าถึงได้"

ทั้งนี้ มีรายงานเพิ่มเติมจาก ทางฝั่งลูกหลานอดีตผู้ใหญ่บ้าน ทราบว่า จากการสอบถามคุณปู่ ได้รับการยืนยันว่า ที่ดินดังกล่าวเป็นที่ดินของคุณปู่ตั้งแต่แรก และคุณปู่ไม่เคยบอกว่าจะโอนที่ดินให้ เป็นการชวนมาอยู่ในฐานะที่เป็นผู้นำชุมชน ส่วนเอกสารสิทธิ รวมไปถึงในส่วนของคนที่ใส่ร้าย ได้มีการเตรียมฟ้องร้องแล้ว

ขระที่ คุณราตรี ชาวบ้านที่มาร้องเรียน อ้างว่า ตอนนี้ตนถูกขับไล่ ทางเจ้าของเก่าจะเอาที่ดินคืน เพราะตนไม่เลือกเขาเป็นผู้ใหญ่บ้าน.

...