เปิดใจทั้งน้ำตา ลูกสาวร้องขอความเป็นธรรม หลังรถขนน้ำแข็งเปิดประตูชนรถจักรยานยนต์ ทำแม่เสียชีวิต พร้อมเผยเหตุผลที่เรียกเงินเยียวยา 1 ล้านบาท บอกทุกอย่างมันเปลี่ยนไป
เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 28 พฤศจิกายน 2565 ในรายการ "เปิดปากกับภาคภูมิ" ทางไทยรัฐทีวีช่อง 32 ดำเนินรายการโดย นายภาคภูมิ พันธุ์สถิตย์ ได้พูดคุยถึงกรณี ลูกสาวพร้อมพ่อร้องขอความเป็นธรรม หลังรถขนน้ำแข็งเปิดประตูชนรถจักรยานยนต์ จนทำให้แม่เสียชีวิต โดยที่ผ่านมายังไม่เคยได้คุยกับคู่กรณีเลย ซึ่งเหตุการณ์ล่วงเลยมาแล้ว 5 เดือน
คุณนิว ลูกสาวผู้เสียชีวิต เผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นที่ซอยลาดกระบัง 36 ตนกำลังจะไปทำงาน คุณแม่ก็ขอติดรถไปด้วย พอไปถึงจุดเกิดเหตุเห็นว่ามีรถกระบะจอดอยู่ซ้ายมือ ซึ่งคิดว่าจอดเฉยๆ ก็เลยขับมา แต่พอรถเราอยู่ช่วงกลางคัน เขาก็เปิดประตูมาชน แล้วรถเราก็เสียหลักล้มคว่ำอยู่กลางถนน ซึ่งตนใส่หมวกกันน็อก ลูกชายอยู่ข้างหน้ามีแผลถลอก แต่คุณแม่อายุ 58 ปี ล้มหัวกระแทกถนน
จากนั้นรถพยาบาลก็มารับคุณแม่ไป แต่ร่างกายก็ไม่ได้ตอบสนองแล้วตั้งแต่วันเกิดเหตุ 28 มิ.ย. แต่วันที่คุณแม่เสียชีวิต คือ 30 มิ.ย. เพราะคุณพ่อคิดว่าอาจจะมีความหวัง ไม่อยากจะเสียคุณแม่ไป เลยขอให้หมอให้ยากระตุ้น ซึ่งทางโรงพยาบาลก็ทำตามนั้น จนกระทั้งสแกนสมองแล้วรู้ว่าโอกาสรอดน้อยแล้ว เพราะในสมองกะโหลกแตกแล้วกระดูกที่แตกไปทิ่มในเนื้อสมอง มีเลือดออกเป็นหย่อมๆ ผ่าไม่ได้แล้ว จึงให้คุณพ่อเป็นคนตัดสินใจ
...
คุณนู สามีผู้เสียชีวิต เผยว่า กลัวเขาจะทรมาน เพราะคุณหมอบอกว่าถ้าผ่าโอกาสรอด 20 และก็จะเป็นเจ้าหญิงนิทรา ผมกลัวเขาจะทรมาน เลยบอกหมอให้ปล่อยเขาไป เพราะอยู่แบบนี้ก็ทรมานเขา
ขณะที่ คุณนิว เผยต่อว่า ทราบจากทางตำรวจที่รับผิดชอบคดี ว่าแจ้งข้อหาคู่กรณีคือ ประมาททำให้ผู้อื่นเสียชีวิต แต่หลังจากเกิดเหตุไม่เคยคุยกับคู่กรณีเลย มีแต่ดาบตำรวจเจ้าของร้านน้ำแข็ง ซึ่งเป็นนายจ้างของคนขับรถ มาคุยติดต่อกันไว้ ซึ่งเขาเป็นตำรวจอยู่ที่ สน.ลาดกระบัง
คุณเอกภพ เหลืองประเสิรฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด เผยว่า คนรับผิดชอบในเรื่องคดีอาญา แน่นอนต้องเป็นคนขับรถกระบะ ส่วนเรื่องในการละเมิดคือคนขับกับนายจ้าง ซึ่งเป็นเรื่องของภรรยานายดาบตำรวจ เพราะเป็นเจ้าของรถ จริงๆ เรื่องนี้เกิดขึ้นได้กับทุกคนเสมอ ยกตัวอย่าง เราขี่จักรยานยนต์ออกจากบ้านจะไปปากซอย จู่ๆ กระบะที่จอดข้างทางเปิดประตูชนเราล้ม ปรากฏว่าไปโรงพยาบาล ซึ่งบัตรทองก็ยังใช้ไม่ได้ เพราะกรณีเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ ต้องใช้ พ.ร.บ. ก่อนอันดับแรก
แต่กรณีนี้ ปัญหาเกิดจากรถกระบะไม่ต่อ พ.ร.บ. บัตรทองไม่จ่าย ทำให้ดาบตำรวจต้องมาดูแลเรื่องค่ารักษา 3 หมื่นบาทแรก แต่ต่อมาคุณแม่น้องนิวเสียชีวิต ถ้ามีการต่อ พ.ร.บ. เขาจะเยียวยาชดเชยให้ประมาณ 5 แสน ส่วนคนชนจะเยียวยาเท่าไหร่ก็ว่าไป ส่วนนายจ้างที่ใช้ให้เขาขับรถไปส่งน้ำแข็ง แล้วเขาเกิดการประมาทก็ต้องมีส่วนรับผิด เยียวยาเท่าไหร่ก็ว่าไป แต่กรณีที่พูดมาทั้งหมดมันไม่เกิดขึ้นเลย เพราะ พ.ร.บ. ขาด คู่กรณีอ้างไม่มีเงิน ดาบตำรวจก็บอกเงินเยอะไปไม่มีเหมือนกัน ทำให้ 5 เดือนที่ผ่านมา ผู้เสียหายไม่ได้รับการเยียวยาใดๆ เลย
ทำไมเรียกเงิน 1 ล้านบาท
คุณนิว เผยว่า จริงๆ เรารู้ว่าเขาให้ไม่ถึง แต่เจตนาคืออยากให้มีบทสนทนากัน เพราะที่ผ่านมาแทบไม่ได้คุยเรื่องเยียวยากันเลย การที่โยนไปแบบนั้นเพราะรู้ว่าเขาจะต่อรองหรือพูดคุย แต่พอบอกไปแล้วเงียบหาย กระทั่งวันนี้ที่ได้คุยกันเขาบอกว่าตัวเลขที่เสนอไปมันมากเกิน ไม่รู้จะต่อรองยังไง เลยเลือกที่จะเงียบ
เมื่อถามว่าหลังจากนั้นมันเกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวบ้าง การเสียแม่ไปไม่ได้มีแค่เรื่องเงินทองอย่างเดียว เพราะนอกจากเสียแม่ซึ่งเป็นอีกคนที่หาเงินเข้าบ้าน สภาวะในบ้านของเราเปลี่ยนไป เพราะแม่เป็นคนที่เก่งมาก ดูแลความเรียบร้อยทุกอย่างในบ้าน ดูแลพ่อ ดูแลเราเป็นอย่างดี แต่พอขาดแม่ไปทุกอย่างตรงนี้มันหายไปหมด สภาพจิตใจของพ่อหลังจากที่แม่เสียไป จากคนที่เคยคุยเล่นก็เปลี่ยนไปเป็นอีกคน ไม่ค่อยกินข้าว ผอมลง เอาแต่นอนอยู่บ้าน เราเห็นแล้วก็หดหู่ เพราะเพิ่งเสียแม่แล้วรู้สึกเหมือนพ่อกำลังตรอมใจ กลัวจะต้องเสียพ่อไปอีกคน ทุกอย่างมันเปลี่ยนไป
สามีผู้เสียชีวิต เผยว่า ตอนแรกก็คิดมาก เพราะขาดคนที่อยู่กันมา 30 ปี ทุกวันนี้นั่งมองภาพคิดถึง พอแฟนเสียไปรู้เลยความลำบากเป็นยังไง ตอนเช้าต้องตื่นหุงข้าว ดูแลหลานไปรับ-ส่ง วิ่งรถได้ไม่เท่าไหร่ก็ต้องกลับบ้าน
ขณะที่ คุณนิว เผยต่อว่า ตอนนี้ตำรวจส่งสำนานไปอัยการแล้ว จากการคุยล่าสุดเขาบอกว่ามีโอกาสได้คุยกับดาบตำรวจท่านนี้แล้ว เขาบอกว่าสงสารอยากช่วย แต่ช่วยได้ประมาณ 1 แสนบาท แต่เดี๋ยวไปคุยกันในชั้นศาล
ทางด้าน ทนายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความ เผยว่า ถ้าเขาพูดแบบนี้ก็เหมือนยื่นคำขาด คงต้องพึ่งบารมีศาล การเยียวยา 2 แสนบาทนั้นเป็นไปไม่ได้ ต้องถามกลับว่าถ้าเป็นคนในครอบครัวนายดาบคนนี้เสียชีวิตบ้างต้องเสียเท่าไหร่ ค่าของคนมันตีเป็นเงินไม่ได้ แต่ต้องประเมินว่าถ้าเขามีชีวิตอยู่ แล้วถ้าไม่เกิดอุบัติเหตุครั้งนี้เขาจะทำมาหากินได้นานแค่ไหน
...
ถ้าหากเขาจะพูดว่าเกี่ยวอะไรกับเขา ทั้งที่ยินดีรับผิดชอบเยียวยาระดับหนึ่งแล้วนั้น คือเกี่ยวกันเพราะคุณเป็นนายจ้าง กฎหมายบังคับว่ากรณีที่ลูกจ้างละเมิด นายจ้างต้องร่วมรับผิดกับลูกจ้างด้วย เมื่อลูกจ้างทำผิดเท่ากับนายจ้างทำผิด เพราะกฎหมายให้คุณรับผิดในฐานะนายจ้างไม่ใช่คนขับ.
อย่างไรก็ตาม สามารถติดตามรายการ "เปิดปากกับภาคภูมิ" พร้อมกันได้ทุกวันจันทร์ถึงวันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 15.30 น. เป็นต้นไป ได้ทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32.