ม็อบมาแน่ "ราษฎรหยุด APEC 2022" เตรียมตั้งเวทีคู่ขนานการประชุมเอเปก 2022 เสนอ 3 ข้อเรียกร้อง ลั่นขอให้ยกเลิกนโยบาย BCG ด้านรัฐบาลขอให้แสดงออกในพื้นที่อนุญาต คำนึงถึงภาพลักษณ์ของความเป็นเจ้าภาพของประเทศด้วย

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 14 พฤศจิกายน 2565 ในรายการ "เปิดปากกับภาคภูมิ" ทางไทยรัฐทีวีช่อง 32 ดำเนินรายการโดย นายภาคภูมิ พันธุ์สถิตย์ ได้พูดคุยกรณี "กลุ่มราษฎรหยุด APEC 2022" เตรียมจัดชุมนุมคู่ขนานกับการประชุมเอเปก 2022 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 16-19 พฤศจิกายน 2565

นางสาวภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือ มายด์ แกนนำเครือข่ายราษฎรหยุด APEC 2022 เปิดเผยว่า ข้อเรียกร้อง 3 ข้อตั้งแต่ปี 2563 เรายังไม่ได้รับการตอบรับ เรายังไม่ได้สังคมที่ดีกว่าสักที นโยบายที่รัฐบาลผลักดันในการประชุมเอเปกดูแลมันส่งผลกระทบต่อพี่น้องต่างจังหวัดเป็นอย่างมาก เกี่ยวกับทรัพยากร ที่ดิน ทำให้เราต้องออกมาส่งเสียงอีกครั้ง บอกเวทีต่างชาติว่า รัฐบาลชุดนี้ไม่มีความชอบธรรมในการเป็นเจ้าภาพ เราจึงต้องออกมาหยุดก่อน และเพื่อหยิบยกปัญหาของประชาชนในพื้นที่ขึ้นมาพูด

มายด์ ภัสราวลี กล่าวว่า แนวร่วมฯ ในตอนนี้ นอกจากกลุ่มที่เคยเคลื่อนไหวเชิงโครงสร้างตั้งแต่ปี 2563 จะมีพี่น้องชาวบ้านในแต่จังหวัด ในแต่ละภูมิภาค ขั้นต่ำ 75 องค์กร ที่เราได้กลับไปเชื่อมร้อยกับชาวบ้านที่เขาต่อสู้มาตลอด หยิบยกประเด็นเชิงพื้นที่ที่ได้เจอจริงๆ มาพูดและหาวิธีแก้ปัญหาไปพร้อมกัน

ในการเรียกร้องครั้งนี้จะมี 2 ส่วนหลัก ในส่วนแรกจะชี้ให้เห็นว่า นายกรัฐมนตรี ไม่ได้เป็นตัวแทนของประชาชนที่ดีและเหมาะสมพอ มีประชาชนส่วนหนึ่งไม่ยอมรับ และใช้กฎหมายริดรอนเสรีภาพ ส่วนที่สองคือ นโยบายของรัฐบาลชุดนี้ มีผลกระทบต่อเนื่องถึงประชาชนในพื้นที่ต่างๆ มีผลต่อเนื่องต่อทรัพยากรที่แย่งชิงไปจากพี่น้องประชาชน เพื่อเอาไปหาผลประโยชน์ร่วมกับนายทุน ผ่านนโยบาย BCG ซึ่งนโยบายนี้ไม่มีพี่น้องประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นเลย

มายด์ ภัสราวลี กล่าวต่อว่า เราต้องการให้ยกเลิกนโยบาย BCG และอยากให้มีนโยบายที่มีส่วนร่วมกับเรามากกว่านี้ เราไม่ติดเลยถ้ามีนโยบายไปสู่ประชาคมโลก แต่ที่ออกมาเรียกร้องเพราะนี่คือนโยบายที่รวบรัดตัดตอนเกินไป

ในส่วนของการเรียกร้องได้มีการประกาศออกไปแล้วว่าจะมีการชุมนุม 16-18 พฤศจิกายน นี้ แน่นอนว่าจะมีเวทีคู่ขนานที่เราจะหยิบยกข้อเสนอในแง่มุมของเราต่อนโยบาย BCG ว่าเรามีมุมมองอย่างไร และอยากได้อะไรต่อไป เชื่อว่าเป็นการส่งสารที่ดี และเป็นการกดดันนายกรัฐมนตรีอย่างหนึ่ง

ด้านนางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในการดูแลความสงบเรียบร้อย ถ้ามีน้องๆ หรือภาคประชาชน อยากจะแสดงออก ก็ขอให้อยู่ในพื้นที่ที่กฎหมายอนุญาตให้ทำ ขอให้คำนึงถึงภาพลักษณ์ ของความเป็นเจ้าภาพของประเทศด้วย

สำหรับนโยบาย BCG ขอแจงว่า เป็นนโยบายที่สอดคล้องกับกระแสโลกในเรื่องของภาวะโลกร้อน แนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ และเป็นที่ยอมรับของทั่วโลกและเป็นรูปธรรม

ส่วนเรื่องที่ประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรมนั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า เศรษฐกิจชีวภาพ เป็นการยกระดับพืชผลทางการเกษตร เช่น สมุนไพรต่างๆ ปัจจุบันปลูกเป็นต้นไปขาย แต่เมื่อเราขับเคลื่อนแล้ว เราจะสกัดสารไปใช้เป็นยารักษาโรค เพื่อเพิ่มมูลค่า หรือกรณีเศรษฐกิจหมุนเวียน จะต้องมีภาคประชาชน โรงงาน เข้ามาร่วมกันเพื่อให้เกิดรายได้ ซึ่งในทางปฏิบัติจะต้องลงไปในชุมชน ถ้าส่วนไหนกลุ่มผู้เห็นต่างเห็นว่าไม่เป็นธรรม ต้องไปแก้ไขในทางปฏิบัติ แต่ในทางนโยบายเป็นสิ่งที่ทั่วโลกให้ความชื่นชม

...

เมื่อถามถึงการเอื้อประโยชน์หรือไม่นั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า นายทุนคนเดียวไม่สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจชีวภาพได้ และนโยบายเศรษฐกิจ BCG เป็นฐานเศรษฐกิจหลักของประเทศไทย สร้างมูลค่าได้มากถึง 4 ล้านล้านบาท หรือกว่า 20% GDP เราเลิกไม่ได้ แต่ถ้ากลุ่มคนที่มีข้อกังวล เป็นส่วนของข้อปฏิบัติ รัฐบาลพร้อมรับฟัง

มายด์ ภัสราวลี กล่าวเพิ่มว่า ในการจัดทำนโยบายอย่างใดอย่างหนึ่งที่เป็นนโยบาลของชาติที่นำเสนอต่อเวทีโลก อาจจะสอดคล้องต่อสังคมโลก แต่โดยพื้นฐานต้องมองว่าจะส่งผลกระทบต่อคนในชาติ และคนในชาติยินยอมหรือไม่ ซึ่งเท่าที่ฟังส่วนตัวไม่ได้ปฏิเสธว่า นโยบายที่เกี่ยวข้องกับ BCG ไม่ดี แต่เราบอกว่า การจัดการตั้งแต่ต้นถูกต้องหรือไม่ ตอบสนองประชาชนที่เป็นเจ้าของประเทศหรือไม่ ส่วนตัวคิดว่าคงไม่ได้มองพี่น้องประชาชนเป็นหลัก ไม่เช่นนั้นคงไม่บอกว่าไปคุยกันทีหลัง และในเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับทรัพยากรในชาติ เช่น การตัดต่อพันธุ์กรรมพืชพันธ์ต่างๆ ยิ่งทำให้ประชาชนเข้าถึงได้ยาก ต้องไปซื้อเมล็ดพันธุ์จากนายทุน

สำหรับข้อเรียกร้องในการเคลื่อนไหว "ราษฎรหยุด APEC 2022" มีดังนี้

1. ยกเลิกนโยบาย BCG
2. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่มีความชอบธรรมในการลงนามทำข้อตกลงใดๆ ทั้งสิ้นกับผู้นำเอเปกฯ
3. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยุบสภาเพื่อให้เกิดการเลือกตั้งโดยเร็ว

  • ในวันที่ 16-17 พฤศจิกายน 2565 จะมีการตั้งเวทีคู่ขนานเพื่อนำเสนอข้อคัดค้านและแง่มุมของประชาชน ผลกระทบจากนโยบาย BCG ส่วนสถานที่ต้องรอประกาศอีกครั้ง

  • วันที่ 18 พฤศจิกายน 2565 จะไปส่งเสียงข้อเรียกร้อง ซึ่งต้องรอติดตามว่ามียุทธวิธีในการยื่นข้อเรียกร้องอย่างไร

...


พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง โฆษก ตร. กล่าวว่า ในเรื่องกำหนดการจะมีการชุมนุม หรือมีการยื่นข้อเรียกร้อง ตอนนี้กระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้ดำเนินการในการรับข้อเรียกร้องต่างๆ อย่างน้อยที่ กระทรวงการต่างประเทศ ถนนศรีอยุธยา กับ แจ้งวัฒนะ ส่วนเรื่องจะอยู่ที่ใด จะมีชุดเจ้าหน้าที่เร็วไปรับข้อเสนอเรียกร้องจากกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งต้องดูตามสถานการณ์

ตอนนี้ประกาศนายกรัฐมนตรี ได้ออกคำสั่ง ห้ามชุมนุมรอบบริเวณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และ 19 โรงแรม สถานที่พำนักผู้แทนประเทศที่มาร่วมประชุมเอเปก จึงต้องขอว่าไม่สามารถเข้าไปดำเนินการได้ ไม่เช่นนั้นเจ้าหน้าที่จะต้องเข้าไปดำเนินการ.