เมื่อวันที่ 27 ก.ย. น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี ให้ความเห็นชอบหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการกำหนดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติ กรณีติดเชื้อโควิด-19 ฉบับที่ 2 ที่จะมีผลให้การใช้สิทธิเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤติมีสิทธิทุกที่หรือ UCEP สำหรับผู้ป่วยโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.จะครอบคลุมเฉพาะผู้ป่วยกลุ่มสีแดง โดยได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในหลายส่วน อาทิ การกำหนดให้ยกเลิกค่าใช้จ่ายบางรายการ ในหมวดค่าห้อง ค่าอาหาร ค่าเวชภัณฑ์ที่ไม่ใช่ยา รวมถึงกำหนดให้กรณียา Molnupiravir Remdesivir และ Nirmatrelvir/ritonavir ให้เบิกยาหรือค่าใช้จ่ายจากกองทุนของผู้มีสิทธิ ได้แก่ กองทุนหลัก ประกันสุขภาพแห่งชาติ ประกันสังคม ส่วนราชการหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ ตามอัตรา หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กองทุนของผู้มีสิทธิกำหนด
ขณะที่ นพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า หลังวันที่ 1 ต.ค.65 ยืนยันว่าประชาชนที่ติดโควิด-19 ยังคงได้รับการดูแลรักษาพยาบาลตามปกติ ในโรงพยาบาลตามสิทธิสุขภาพที่ตนเองมีสิทธิอยู่ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ สปสช.จะยกเลิกการแจก ATK ที่ร้านขายยา แต่ผู้ป่วยทุกสิทธิยังรับบริการ เจอ แจก จบ ได้ที่ร้านขายยาที่เข้าร่วมโครงการและรับบริการแพทย์ทางไกลได้ผ่าน 4 แอปพลิเคชัน ได้แก่ 1.แอปฯ Clicknic 2.แอปฯ Totale Telemed 3.แอปฯ Mordee 4.แอปฯ Good Doctor โดยผู้ป่วยจะได้ตรวจกับแพทย์ในระบบทางไกลส่งยาถึงบ้านฟรี กรณีประชาชนรับวัคซีนและเกิดความเสียหายหลังฉีด ในส่วนผู้มีสิทธิบัตรทอง จะใช้มาตรา 41 พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 ในการจ่ายชดเชยเบื้องต้นแทน กรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพอย่างถาวร เป็นการจ่ายเงินช่วยเหลือตั้งแต่ 240,000 บาท แต่ไม่เกิน 400,000 บาท กรณีสูญเสียอวัยวะหรือพิการ เป็นการจ่ายเงินช่วยเหลือตั้งแต่ 100,000 บาท แต่ไม่เกิน 240,000 บาท และกรณีบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยต่อเนื่อง เป็นการจ่ายเงินช่วยเหลือไม่เกิน 100,000 บาท