วันที่ 15 สิงหาคม 2565 นี้เป็นวันสุดท้ายแล้วที่ “นายจ้าง...สถานประกอบการ” หรือ “บริษัทนำคนต่างด้าวมาทำงานในประเทศ” จะลงทะเบียนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ที่เว็บไซต์ e-workpermit. doe.go.th เพื่อบันทึกข้อมูลและขอรับชื่อผู้ใช้งานพร้อมรหัสผ่าน

จากนั้นยื่นบัญชีรายชื่อแจ้งความต้องการจ้างแรงงานต่างด้าว (Name list) ต่อกรมการจัดหางาน พร้อมด้วยรูปถ่ายปัจจุบันของคนต่างด้าว ซึ่งเห็นภาพใบหน้าชัดเจน แนบหลักฐานผู้รับมอบอำนาจจากนายจ้าง ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ที่เว็บไซต์ e-workpermit.doe.go.th ระยะเวลาดำเนินการ 15 วัน

ไพโรจน์ โชติกเสถียร อธิบดีกรมการจัดหางาน บอกว่า นี่คือ ช่วงที่ 1 (วันที่ 1-15 สิงหาคม 2565) จากที่ได้แบ่งการดำเนินการตามมติ ครม. 5 ก.ค.65 ออกเป็น 3 ช่วงระยะ ในการดำเนินการของแรงงาน 4 สัญชาติ กัมพูชา ลาว เมียนมา และ เวียดนาม ที่มี “สถานะไม่ถูกต้อง”

จากนโยบายรัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ได้ตัดสินใจเดินหน้าเปิดประเทศเต็มรูปแบบ หลังที่ประชุม ศบค.มีมติเห็นชอบปรับมาตรการเดินทางเข้าประเทศ

เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2565 โดยยกเลิกการกักตัวทุกรูปแบบ ทั้งผู้ที่ฉีดวัคซีนครบ ผู้ที่ยังฉีดวัคซีนไม่ครบตามกำหนด...รวมถึงผู้ที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนเลย

เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจเร่งฟื้นฟูประเทศหลังผ่อนคลายมาตรการป้องกัน และควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ซึ่งส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศค่อยๆกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง

ภาคการส่งออก ภาคการผลิต การแปรรูปสินค้าวัตถุดิบในประเทศ ตลอดจนภาคท่องเที่ยวและบริการ ต่างเตรียมความพร้อมเพื่อกลับมาดำเนินกิจการอย่างเข้มแข็ง เฉกเช่นก่อนเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งทรัพยากรสำคัญที่เปรียบเสมือนเครื่องจักรที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยทั้งระบบ คือ...

“แรงงานไทยและแรงงานต่างด้าว”

สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เสริมว่า ที่ผ่านมาเราได้เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนที่ได้รับผลกระทบ ร่วมหารือแสดงความคิดเห็น และสำรวจความต้องการผู้ประกอบการจำนวนมาก

ทำให้ทราบว่า นอกจาก “แรงงานคนไทย” แล้ว ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้นยังมีความต้องการใช้ “แรงงานต่างด้าว” จำนวนมาก

เหตุเพราะเป็นงานที่แรงงานไทยไม่ต้องการจะทำ ซึ่งเป็นหน้าที่ที่ภาครัฐจำเป็นต้องมีมาตรการสนับสนุนนายจ้าง...สถานประกอบการ และภาคการผลิตให้สามารถจ้างคนต่างด้าวซึ่งประสงค์จะทำงานให้สามารถอยู่ในราชอาณาจักรเพื่อการทำงานต่อไปได้

สุชาติ ชมกลิ่น
สุชาติ ชมกลิ่น

เพื่อให้ภาคธุรกิจและเศรษฐกิจของประเทศไทยขับเคลื่อนอย่างมีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้นตลอดมาระหว่างเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 กระทรวงแรงงาน โดยกรมการจัดหางานได้เสนอมาตรการ เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานของภาคธุรกิจมาอย่างต่อเนื่อง

ไม่ว่าจะเป็น... การเปิดจดทะเบียนใหม่ การต่ออายุใบอนุญาตทำงาน การนำแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานกับนายจ้างตาม MOU และการนำแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานตามมาตรา 64 แห่งพระราช กำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560

จนเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2565 ครม.ได้มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงแรงงานเสนอให้กลุ่มคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม ที่ยังมี “สถานะไม่ถูกต้อง” แต่ประสงค์จะทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ให้สามารถอยู่และทำงานเป็นการชั่วคราวไม่เกิน 13 กุมภาพันธ์ 66

ย้ำว่า...หากประสงค์จะทำงานต่อไป สามารถ “อยู่” และ “ทำงาน” เป็นการชั่วคราวได้ไม่เกินวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 68 โดยต้องดำเนินการตามประกาศกระทรวงมหาดไทยและประกาศกระทรวงแรงงานที่เกี่ยวข้อง

โดยกำหนดให้เริ่มดำเนินการในวันที่ 1 ส.ค.65

ภาพรวมในการแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานในหลายๆกลุ่มอุตสาหกรรมเป็นเช่นนี้ ไพโรจน์ บอกอีกว่า สำหรับการดำเนินการใน ช่วงที่ 2 จะเริ่ม วันที่ 16 สิงหาคม–15 ตุลาคม 2565

ชำระค่าธรรมเนียมผ่านธนาคารกรุงไทย โดยมีค่ายื่นคำขอฉบับละ 100 บาท และค่าธรรมเนียมใบอนุญาตทำงานฉบับละ 900 บาท หลังจากนั้นธนาคารกรุงไทยจะออกใบเสร็จรับเงินให้แก่นายจ้าง

นายจ้างยื่นคำขออนุญาตทำงานแทนคนต่างด้าว ตามแบบ บต.50 พร้อมแนบเอกสารประกอบการยื่นคำขออนุญาตทำงานตามแบบ อ.4 โดยนายทะเบียนจะออกใบรับคำขออนุญาตทำงาน เพื่อให้คนต่างด้าวใช้ใบรับคำขออนุญาตทำงานและใบเสร็จรับเงินคู่กัน เป็นหลักฐานแสดงว่าได้รับการผ่อนผันให้ทำงานได้

จนกว่าจะได้รับใบอนุญาตทำงานตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว ระยะเวลาดำเนินการ 60 วัน

ระยะสุดท้าย...ช่วงที่ 3 วันที่ 16 สิงหาคม 2565-13 กุมภาพันธ์ 2566

“คนต่างด้าวใช้ใบรับคำขออนุญาตทำงานแทนคนต่างด้าวพร้อมกับใบเสร็จรับเงินค่าธรรมเนียม แสดงต่อเจ้าหน้าที่ เพื่อขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตนกับสำนักงานประกันสังคม...” ไพโรจน์ ว่า

กรณีคนต่างด้าวที่ทำงานกับนายจ้างในกิจการที่ต้องขึ้นทะเบียนประกันสังคม ในระหว่างที่ยังไม่เกิดสิทธิต้องซื้อประกันสุขภาพกับกระทรวงสาธารณสุข หรือซื้อประกันสุขภาพกับบริษัทประกันภัยเอกชน ซึ่งต้องได้รับสิทธิประโยชน์ไม่น้อยกว่าสิทธิประโยชน์ที่ได้รับจากการทำประกันสุขภาพกับกระทรวงสาธารณสุข

กรณีคนต่างด้าวทำงานกับนายจ้างในกิจการ ซึ่งได้รับการยกเว้นไม่ต้องขึ้นทะเบียนประกันสังคม จะต้องซื้อประกันสุขภาพกับกระทรวงสาธารณสุข และนำหลักฐานการทำประกันสุขภาพของคนต่างด้าวมายื่นต่อนายทะเบียน เพื่อรับการพิจารณาอนุญาตให้ทำงาน นำคนต่างด้าวไปดำเนินการจัดเก็บข้อมูลอัตลักษณ์บุคคล...

ตรวจสุขภาพ 6 โรค ยื่นเอกสาร...พิจารณาอนุมัติในระบบ จัดทำหรือปรับปรุงทะเบียนประวัติ

นอกจากนี้ยังต้องย้ำทำความเข้าใจให้ตรงกันเพื่อความกระจ่างด้วยว่า “คนต่างด้าว” ซึ่งได้รับอนุญาตทำงานถึงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 66 แล้ว หากประสงค์จะทำงานต่อไป ต้องยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตทำงานก่อนที่ใบอนุญาตทำงานจะสิ้นอายุ และยื่นขอตรวจลงตรา VISA ภายใน 13 กุมภาพันธ์ 66 เพื่อนายทะเบียนจะอนุญาตให้ทำงานคราวละ 1 ปี รวม 2 ครั้ง ครั้งแรกไม่เกิน 13 ก.พ.67 ครั้งที่ 2 ไม่เกิน 13 ก.พ.68

เทียบตอนก่อนเกิดวิกฤติโควิด-19 มีแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงาน 2,952,429 คน แบ่งเป็นแรงงานฝีมือ 216,234 คน และแรงงานประเภท ทั่วไป (กรรมกร) 2,736,195 คน เทียบกับปัจจุบันมีคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตทำงานคงเหลือทั่วราชอาณาจักร 2,576,305 คน แบ่งเป็นแรงงานฝีมือ 228,085 คน และแรงงานประเภททั่วไป (กรรมกร) 2,348,220 คน จะเห็นได้ว่า แรงงานประเภททั่วไป (กรรมกร) ลดลงกว่าสามแสนคน

วันนี้การนำเข้าแรงงานต่างด้าวตาม MOU ที่จะเข้ามาทำงานในประเทศไทยอยู่ที่วันละ 2,000 คน คาดว่า...ถึงสิ้นปีนี้จะมีการนำเข้าแรงงานได้มากกว่า 2 แสนคน หากรวมกับการเปิดให้ขึ้นทะเบียนแรงงาน 4 สัญชาติ ที่มี “สถานะไม่ถูกต้อง” ที่คาดการณ์ไว้ว่าไม่น้อยกว่า 120,000 คน เราจะมีแรงงานเพียงพอในระบบ

คาดหวังกันว่าเราจะผ่านพ้นปัญหาขาดแคลนแรงงานต่างด้าวได้อย่างแน่นอน.