ปลัด พม. แจงอดีตซี 6 ลวงหญิงล่วงละเมิดทางเพศแล้วแบล็กเมล์ เป็นข้าราชการแรงงาน สั่งกรมสตรีฯ ความช่วยเหลือสาวผู้เสียหาย ด้านองค์กรสตรีจี้เอาผิดถึงที่สุด
วันที่ 1 ส.ค. 2565 ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) นางพัชรี อาระยะกุล ปลัดพม. เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจสอบประวัติอดีตข้าราชการระดับ 6 ที่ถูกหญิงสาวผู้เสียหาย 2 คน เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ดำเนินคดีและติดตามคดี เนื่องจากถูกลวงไปมีเพศสัมพันธ์แล้วถ่ายคลิปวิดีโอข่มขู่จะแบล็กเมล์ ว่า ชายผู้ก่อเหตุดังกล่าวที่มีการนำเสนอข่าวว่าเป็นอดีตข้าราชการ พม.นั้น
จากการตรวจสอบขอยืนยันว่าไม่ได้เป็นอดีตข้าราชการ พม. แต่เป็นข้าราชการกระทรวงแรงงาน สังกัดศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงาน จังหวัดเชียงราย อย่างไรก็ตามขอย้ำว่า การคุกคามทางเพศและการล่วงละเมิดทางเพศเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน
โดยตนได้สั่งการให้กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) เข้าช่วยเหลือดูแลหญิงสาวผู้เสียหายในเรื่องการดำเนินคดีและติดตามคดีจนถึงที่สุด ทั้งนี้ พม.พร้อมให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายที่ถูกคุกคามและถูกล่วงละเมิดทางเพศอย่างเต็มที่ โดยเราจะรักษาความลับของทุกคนอย่างดีที่สุด
ผู้เสียหาย หรือผู้พบเห็นสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง ได้ที่สายด่วน พม. โทร.1300 กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) โดยศูนย์ประสานการป้องกันและแก้ไขปัญหาการล่วงละเมิด หรือคุกคามทางเพศในการทำงาน (ศปคพ.) โทร. 0-2659-6749 ศูนย์ปฏิบัติการกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว แอปพลิเคชัน Line : @linefamily และเว็บไซต์ www.เพื่อนครอบครัว.com กรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) โดยบ้านพักเด็กและครอบครัวทั่วประเทศ และแอปพลิเคชันคุ้มครองเด็ก
ด้านนายจะเด็จ เชาวน์วิไล ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ว่า กรณีดังกล่าวต้องเอาผิดผู้กระทำผิดอย่างถึงที่สุด แม้ว่าจะพ้นจากความเป็นข้าราชการไปแล้ว หน่วยงานต้นสังกัด รวมถึงกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ก็ควรเข้าไปดูแลช่วยเหลือผู้ตกเป็นเหยื่อ ที่ผ่านมามูลนิธิฯ ได้รับการร้องเรียนกรณีของข้าราชการหลายหน่วยงาน รวมถึงข้าราชการครู ตำรวจ คุกคามทางเพศกับข้าราชการ หรือบุคลากรในหน่วยงานด้วยกันเอง รวมถึงกับประชาชนทั่วไปจำนวนมาก เนื่องจากอาศัยความเป็นข้าราชการที่มีอำนาจเหนือกว่ากระทำ หรือหาประโยชน์ทางเพศกับผู้อื่น ถือเป็นปัญหาใหญ่ที่ปรากฏเป็นข่าวให้เห็นอยู่ไม่น้อย และอีกจำนวนมากที่ยังถูกปิดเงียบ
...
จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาล พม.แก้ปัญหาการคุกคามทางเพศให้เห็นเป็นรูปธรรมอย่างจริงจัง ไม่ใช่เป็นเพียงแค่ประกาศเป็นวาระแห่งชาติ จัดอีเวนต์ขอความร่วมมือแล้วก็เงียบหาย แต่ต้องผลักดันให้เป็นกฎระเบียบดำเนินการอย่างจริงจังและเอาผิดขั้นสูงสุด โดยเฉพาะหากเป็นข้าราชการกระทำผิดล่วงละเมิดทางเพศต้องถือเป็นความผิดวินัยร้ายแรงต้องไล่ออก ไม่ใช่ลงโทษเพียงให้ออก หรือโทษน้อยกว่านี้ ไม่เช่นนั้นเราก็ยังจะเห็นข่าวครูข่มขืนทำอนาจารเด็ก ข้าราชการคุกคามผู้ใต้บังคับบัญชา หรือประชาชน
อยากให้ดำเนินการเรื่องนี้อยากจริงจัง โดยเฉพาะหน่วยงานราชการต้องเป็นต้นแบบไม่ใช่กลับมาทำเสียเอง ในส่วนของภาคประชาสังคมจะผลักดันปัญหาการคุกคามทางเพศให้ทุกพรรคการเมืองเห็นความสำคัญเป็นหนึ่งในนโยบายพรรค ทำเรื่องนี้อยากจริงจังและนำไปสู่นโยบายระดับชาติ
นายจะเด็จ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ควรจัดให้มีการฝึกอบรมให้ข้าราชการ พนักงานราชการ เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานราชการทั้งชายและหญิงได้เข้าใจถึงการคุกคามทางเพศที่ไม่ใช่เพียงแค่การสัมผัสเนื้อต้องตัว แต่ครอบคลุมถึงการใช้สายตา วาจา จนถึงการหาผลประโยชน์ทางเพศ ขณะเดียวกันในส่วนของกระทรวงกระทรวงมหาดไทย เป็นไปได้หรือไม่ที่จะมีระบบตรวจสอบประวัติการคุกคามทางเพศเพื่อเช็กประวัติคู่สมรสก่อนจดทะเบียนสมรสหากมีการร้องขอ.