ตลาดหลักทรัพย์ฯ และสมาคม maiA เดินหน้าฟื้นผืนป่า จ.แพร่ ผ่านโครงการ Care the Wild

ข่าว

ตลาดหลักทรัพย์ฯ และสมาคม maiA เดินหน้าฟื้นผืนป่า จ.แพร่ ผ่านโครงการ Care the Wild

Advertorial

1 ก.ค. 2565 06:01 น.

บันทึก

ภายใต้โครงการ Care the Wild “ปลูกป้อง Plant & Protect” ที่ ต.บ้านเวียง อ.ร้องกวาง จ.แพร่ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และหน่วยงานพันธมิตร สมาคม maiA กรมป่าไม้ และภาคชุมชน ได้ร่วมคืนผืนป่าบนพื้นที่รวม 91 ไร่ เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศป่าต้นน้ำ สร้างแหล่งอาหารและสร้างรายได้แก่ชุมชนในท้องที่ 390 ครัวเรือน นำไปสู่การพัฒนาที่สมดุลและการอยู่ร่วมกันของชุมชนและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ตลาดหลักทรัพย์ฯ สร้าง Initiatives ในการช่วยกันลดภาวะโลกร้อนโดยใช้แพลตฟอร์มความร่วมมือที่ดำเนินงานด้วยการระดมทุนปลูกต้นไม้ใหม่ ปลูกต้นไม้เสริม และส่งเสริมการดูแลต้นไม้ ด้วยกลไกธรรมาธิบาลการเปิดเผยข้อมูล ติดตาม-เรียนรู้-ดูแล ผ่าน Application Care the Wild

“ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร” รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร และหัวหน้าสายงานพัฒนาความยั่งยืนตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์ฯ กล่าวถึงบทบาทสำคัญของตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่มุ่งเป็นกลไกของการขับเคลื่อนพัฒนาตลาดทุนให้เป็นประโยชน์แก่ผู้เกี่ยวข้องในทุกมิติของสังคม ตอกย้ำวิสัยทัศน์ “To Make the Capital Market ‘Work’ for Everyone” คู่กับการคำนึงถึงความสำคัญของการผลักดันให้เกิดภาวะสมดุลโลก การพัฒนาอย่างยั่งยืนตามกรอบสหประชาชาติ สอดรับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) ข้อ 13 Climate action และขับเคลื่อนการทำงานด้วยข้อ 17 Partnerships for the goals

“ความยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้ ส่วนสำคัญจะต้องได้รับความร่วมมือจากคนในพื้นที่ มีจิตอาสา โดยในโครงการนี้คนพื้นที่ที่จะร่วมดูแลป่า มีการติดตาม ช่วยให้ป่าเติบโตต่อเนื่อง โครงการนี้เป็นจุดหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่า เราอยากเป็นตลาดทุนสำหรับทุกคน และทุกเรื่องที่เราทำเกิดผลเป็นรูปธรรมจริง ซึ่งความร่วมมือในโครงการ Care the Wild มีความสอดคล้องในการดำเนินธุรกิจตามแนวทาง ESG โดยนักลงทุนเองจะลงทุนอะไรก็ตาม จะเน้นบริษัทที่มีเรื่อง ESG การปลูกป้อง Plant & Protect ที่จังหวัดแพร่นี้ สามารถส่งผลกลับไปที่ภาพใหญ่ได้”

แต่ละพื้นที่ของป่าชุมชนจะมีเอกลักษณ์ด้านระบบนิเวศและการพัฒนาชุมชนที่แตกต่างกัน องค์กรธุรกิจสามารถเลือกพื้นที่ในการสนับสนุนการปลูกไม้ได้หลากหลาย และมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชน เรียนรู้ระบบนิเวศร่วมกับชาวบ้านผู้รักษาป่าได้อีกด้วย ซึ่งพื้นที่นี้รวม 91 ไร่ สมาชิกในสมาคม maiA ก็เข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการปลูกป้อง Plant & Protect ด้วย

“ไตรสรณ์ วรญาณโกศล” นายกสมาคมบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (maiA) นำทีมผู้บริหารกว่า 40 บริษัท เข้ามาร่วมปลูกต้นไม้ในพื้นที่ที่ชุมชนจะต้องพร้อมดูแลให้ต้นไม้เติบโตแข็งแรงใช้เวลาประมาณ 10 ปีนั้น ได้กล่าวถึงความประทับใจในโครงการที่ได้ลงมือทำร่วมกันหลายฝ่าย

“สิ่งที่เกิดขึ้น ทำให้เราเห็นความร่วมมือที่จะช่วยกันลดผลกระทบจากภาวะโลกร้อน เราร่วมช่วยแก้ไขได้ ที่นี่มีแหล่งน้ำ จะเป็นส่วนประกอบที่จะช่วยทำให้ต้นไม้เติบโตและยั่งยืน ผลที่ได้ตามมาไม่ได้มีเพียงเรื่องช่วยลดโลกร้อนเท่านั้น แต่มีผลต่อชุมชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจ หรือการที่เขาจะปกป้องรักษาแผ่นดินที่หวงแหนที่เขาอยู่ อันนี้น่าจะเป็นเรื่องหนึ่งที่ดี ที่บริษัทจดทะเบียน (บจ.)ใน maiA สามารถเข้ามามีส่วนร่วมในมิติ ESG ที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ลงตัว”

“ไตรสรณ์” กล่าวว่า จะสร้างความสนใจให้กับ บจ. อื่นๆ เข้ามามีส่วนร่วมในโครงการนี้ ซึ่งนับเป็นความยั่งยืนที่ บจ. ตอบโจทย์ ESG ได้ จากวันนี้น่าจะเป็นกระแสตอบรับที่ดีจากสมาชิกใน mai ที่ทุกบริษัทสามารถช่วยโลกได้ นอกเหนือไปจากผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้น

นพเก้า สุจริตกุล” ผู้ช่วยผู้จัดการ หัวหน้ากลุ่มงานสื่อสารองค์กรและพัฒนาเพื่อสังคม ตลาดหลักทรัพย์ฯ กล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ และพันธมิตร ดำเนินโครงการ Care the Wild มาตั้งแต่ปี 2563 ด้วยภารกิจสำคัญ คือ ต้องการเปลี่ยนขุนเขาสีน้ำตาลให้เป็นสีเขียว

“ปีที่ผ่านมาโครงการฯ ปลูกป่าไปทั้งสิ้น 145 ไร่ ใน 7 พื้นที่ รวมแล้วปลูกต้นไม้ไปราว 30,000 ต้น ซึ่งเมื่อต้นไม้เติบใหญ่จะช่วยดูดซับก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 260,000 กิโลคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี และยังมีความต้องการปลูกอีกเยอะมาก เราสัญญาว่าจะสร้างความชุ่มชื้นให้ผืนป่า ร่วมดูแลกับทุกองค์กรให้เกิดความยั่งยืนต่อไป”

ปีนี้มีภาคธุรกิจสนใจร่วมระดมทุนปลูกต้นไม้ให้ได้ป่าในหลายพื้นที่ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมกับสมาคม maiA ปลูกป่าบนพื้นที่ป่าชุมชนบ้านอ้อยและบ้านบุญเริง รวม 91 ไร่ จำนวน 18,200 ต้น จะช่วยดูดซับก๊าซเรือนกระจกได้อีก 163,800 กิโลคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี

“รองรักษ์ พนาปวุฒิกุล” ผู้ช่วยผู้จัดการ หัวหน้าสายงานกฎหมาย และหัวหน้ากลุ่มงานเลขานุการองค์กรและกำกับองค์กร ตลาดหลักทรัพย์ฯ กล่าวถึงการที่สมาคม maiA เข้ามาร่วมปลูกป่า พร้อมกับทีมพนักงานของตลาดหลักทรัพย์ฯ ในครั้งนี้ นับเป็นส่วนหนึ่งของ Value for Capital มีพาร์ทเนอร์เป็นส่วนร่วม

“ตลาดหลักทรัพย์ฯ ไม่ต้องการทำงาน CSR after Process แต่ต้องเป็น CSR in Process พนักงานต้องมี Mindset ในการรักษาสิ่งแวดล้อม และร่วมพัฒนาสังคม เช่น การมาร่วมปลูกป่าที่ จ.แพร่ ในครั้งนี้ ได้เรียนรู้การปลูกป่า เพื่อการลดคาร์บอน ทำให้ชุมชนมีต้นไม้และชุมชนยังใช้ประโยชน์จากป่าชุมชนตรงนี้ได้ ทั้งนี้ ป่าจะอยู่รอดได้ต้องมีชุมชนมาสนับสนุนมาร่วมดูแล ต้นไม้ที่เราปลูกในวันนี้จะเติบโตเป็นป่าต่อไปและเป็นการปลูกป่าที่ยั่งยืน”

ขณะเดียวกันตลาดหลักทรัพย์ฯ เองก็ไม่ละเลยสิ่งที่ชุมชนยังมีความต้องการ โดยครั้งนี้ยังได้สนับสนุนทุนด้านการศึกษาและด้านสาธารณสุขให้แก่ชุมชน ต.บ้านเวียง อ.ร้องกวาง จ.แพร่ เพื่อเป็นทุนอาหารกลางวันสำหรับ ร.ร.บ้านอ้อยวิทยาคาร และจัดหาอุปกรณ์การแพทย์แก่ รพ.ส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านเวียง “ทั้งหมดนี้ เมื่อพนักงานตลาดหลักทรัพย์ฯ มี Mindset ในการรักษาสิ่งแวดล้อม และร่วมพัฒนาสังคมแล้ว ก็จะกลายเป็นไลฟ์สไตล์ ทุกๆ แนวคิดของการทำงานจะต้องคำนึงถึงเรื่องการดูแลสิ่งแวดล้อมโดยอัตโนมัติ”

“กีรติ โกสีย์เจริญ” ผู้ช่วยผู้จัดการหัวหน้ากลุ่มงานบัญชีและการเงิน และหัวหน้ากลุ่มงานบริหาร ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยกตัวอย่างการดำเนินตามแนวทางความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมในอาคารตลาดหลักทรัพย์ฯ ไม่ว่าจะเป็น ยุติการใช้หลอดพลาสติก 100% เปลี่ยนมาใช้หลอดกระดาษ น้ำดื่มเปลี่ยนจากขวดพลาสติกเป็นขวดแก้ว การทำเรื่อง Zero Waste ไม่มีการฝังกลบตั้งแต่ปี 2560 และปัจจุบันเพิ่มวิธีการ “พยายามลดใช้สิ่งที่จะต้องเป็นขยะ” พร้อมทั้งเพิ่มการ Reuse ได้ถึง 90%

“สำหรับรถของตลาดหลักทรัพย์ฯ ขณะนี้ใช้รถไฮบริด พร้อมทั้งเริ่มเปลี่ยนรถกองกลางเป็นรถ EV 60% เป้าหมายภายในปี 2573 จะเปลี่ยนเป็นรถ EV 100% นอกจากนี้ ปัจจุบันเราใช้โซลาร์เซลล์ และที่ภูมิใจมาก ที่อาคารตลาดหลักทรัพย์ฯ เราใช้พลังงานแสงสว่างจากพลังงานสะอาด 100% ส่วนเรื่องน้ำหลังจาก Reuse แล้ว เราจะ Treat น้ำก่อนปล่อยสู่ธรรมชาติ ส่วนระบบแอร์ความเย็นต่างๆ เราจะนำเทคโนโลยีมาใช้ เพื่อลดการใช้พลังงาน”

โครงการ Care the Wild “ปลูกป้อง Plant & Protect” เป็นความร่วมมือระหว่าง ตลาดหลักทรัพย์ฯ กรมป่าไม้ และพันธมิตร ร่วมสร้างสมดุลระบบนิเวศจากต้นทาง เพื่อลดภาวะโลกร้อนอย่างยั่งยืน ด้วยการส่งเสริมการสร้างพื้นที่ป่า พร้อมติดตามการเติบโตของต้นไม้ที่ปลูกด้วยหลักธรรมาภิบาล องค์กรที่สนใจร่วมปลูกไม้ให้ได้ป่าดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.setsocialimpact.com หรือโทร. SET Contact Center 0 2009 9999

อ่านเพิ่มเติม...

ApplicationMy Thairath

วันศุกร์ที่ 12 สิงหาคม 2565 เวลา 05:10 น.
ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไทยรัฐกรุ๊ปเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์