โลกหลัง Covid-19 ได้เปลี่ยนแปลงหลายสิ่งในโลกธุรกิจไปอย่างสิ้นเชิง ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ก็เช่นเดียวกัน โจทย์หลายๆ อย่างซับซ้อนมากขึ้น จากความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป
โครงการอสังหาฯ ขนาดเล็กกลางหรือว่าใหญ่ ล้วนต้องปรับเปลี่ยนแนวคิดในการสร้าง ไม่ใช่แค่เป็นที่อยู่อาศัยหรือว่าห้างสรรพสินค้าอย่างเดียวอีกต่อไปแล้ว
บริษัทแมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น (MQDC) เป็นหนึ่งผู้เล่นในตลาดที่น่าสนใจ เพราะตลอดช่วงสองปีที่ผ่านมา แม้จะอยู่ในสถานการณ์ Covid-19 ก็แทบไม่ได้ส่งผลกระทบกับยอดขาย ตัวอย่างเช่น โครงการเมกะโปรเจกต์อย่าง ‘เดอะ ฟอร์เรสเทียส์’ (The Forestias) ก็ทำยอดขายไปกว่า 20,000 ล้านบาท หรือกว่า 50% คุณวิสิษฐ์ มาลัยศิริรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวถึงแนวคิดเบื้องหลังความสำเร็จไว้ว่า
“ทิศทางการดำเนินธุรกิจที่ผ่านมาหลายๆ คนเริ่มจะเห็นภาพของเราชัดเจนขึ้น เราดำเนินธุรกิจภายใต้การหลอมรวมเรื่องธุรกิจและสังคมเข้าด้วยกัน ภายใต้แนวคิด For All Well-Being เราพยายามทำให้ความเป็นอยู่ของทุกสรรพสิ่งดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ หรือแม้แต่สิ่งแวดล้อม และโลกของเรา โดยเราใช้พื้นฐานของการวิจัยและนวัตกรรมต่างๆ เข้ามาปรับใช้”
พื้นฐานการทำธุรกิจในแต่ละโปรเจกต์ของ MQDC คุณวิสิษฐ์กล่าวว่าถูก ตั้งอยู่บน ‘ความแตกต่าง’ และ ‘การสร้างความเปลี่ยนแปลง’ ทำให้ทุกครั้งที่เริ่มต้นจะต้องมี ‘Purpose Driven’ หรือจุดมุ่งหมายที่อยากจะเห็นความเป็นอยู่ของคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อมดีขึ้น ทำให้ปัจจุบันและในอนาคต การพัฒนาอสังหาฯ ของ MQDC จะเน้นไปในการสร้าง ‘Theme Project & Mixed Use’ ซึ่งจะสามารถรองรับพันธกิจของบริษัทได้เป็นอย่างดี
“สิ่งที่แตกต่างจากคนอื่นคือในแต่ละโครงการของเรานั้นมี ‘เป้าหมาย’ ในการทำโครงการ และในแต่ละโครงการที่เราทำจะต้องเป็นประโยชน์ต่อชุมชน ต่อสังคม และก็ต่อประเทศ ตัวอย่างไม่ว่าจะเป็น Icon Siam หรือ The Forestias ต้องบอกว่าพอเราสร้างแล้วมันกลายเป็นเดสทิเนชั่นใหม่ๆ ให้กับพื้นที่ตรงนั้น และเป็นประโยชน์กับชุมชน สร้างให้ชุมชนแถวนั้นเติบโต และในโครงการของเรามีความเพียบพร้อมที่จะสร้างความสุข ความสะดวกสบายให้กับผู้อยู่อาศัย รวมทั้งสร้างสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ๆ ให้กับชุมชนบริเวณนั้น”
หนึ่งในตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือผืนป่าที่ถูกสร้างขึ้นในโครงการ The Forestias คุณวิสิษฐ์ยังเล่าว่าพื้นที่ตรงนั้นยังเปิดเป็นพื้นที่สาธารณะ ให้ชุมชนรอบๆ หรือผู้คนสามารถเข้ามาใช้ประโยชน์พักผ่อนในพื้นที่ได้อีกด้วย ซึ่งแนวคิดในการพัฒนาพื้นที่ตรงนั้น ยังใช้งานวิจัยที่เก็บข้อมูลอย่างละเอียดลึกซึ้ง ตั้งแต่ชนิดพืชพรรณที่เหมาะสม ชนิดของสัตว์ในพื้นที่ เพื่อให้สอดคล้องกับการพัฒนาที่เหมาะสมขึ้นมาอีกด้วย
เขายังเล่าถึงจุดยืนของบริษัทอีกว่า
“อยากจะเน้นว่าเราเป็น ‘Purpose Driven Organization’ เรามีความตั้งใจอยู่แล้วว่าในทุกๆ โครงการที่เราพัฒนาขึ้นมาต้อง สร้างประโยชน์ให้กับรอบข้าง ประเทศชาติ และผู้อยู่อาศัย ซึ่งเราเน้นเลยคือเรื่องของการมีส่วนร่วมหรือ ‘Inclusive’ ตามปรัชญาการทำงานของเราคือ For All Well-Being ซึ่งพอเรามีเป้าหมาย เราก็ไปเอางานวิจัยมารองรับกับความเชื่อและเป้าหมายของเรา ซึ่งมันไม่ใช่การพูดอย่างเดียว เราลงมือทำด้วย เพราะฉะนั้นการเติบโตต่อไปของเราข้างหน้า ก็จะเน้นการพัฒนา ‘Theme Project & Mixed Use’ ถามว่าทำไม เพราะว่าการที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับโลกหรือประเทศชาติได้ ต้องการ ‘ขนาด’ (Scale) ที่ใหญ่เพียงพอ ไม่อย่างนั้นก็ไม่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้”
เป้าหมายของ MQDC จึงไม่ใช่การวางตัวเป็นนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั่วไป แต่คือการพัฒนาเพื่อสร้าง ‘ความสุขที่ยั่งยืน’ ของผู้คนในทุกมิติ ซึ่งหนึ่งในจุดแข็งที่ทำให้ไปถึงจุดนั้นได้ คือการให้ความสำคัญกับนวัตกรรม โดยมีการลงทุนมูลค่าหลายร้อยล้านเพื่อก่อตั้งและพัฒนา ศูนย์วิจัยเป็นของตัวเองเช่น RISC และ FutureTales Lab ฯลฯ ซึ่งมีหน้าที่คิดค้นวิจัยนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะมาสนับสนุน การพัฒนา
ในอนาคต ทางบริษัทยังมีโครงการที่น่าตื่นเต้นออกมาอีก กับการรวม ‘โลกเสมือนจริง’ และ ‘โลกแห่งความจริง’ เข้าด้วยกัน ซึ่งคุณวิสิษฐ์ ได้แย้มให้เราฟังถึงความน่าสนใจ และประสบการณ์แปลกใหม่ที่จะได้รับว่า
“เรายังเน้นเรื่อง ‘Purpose Driven’ เหมือนเดิมเพราะว่าภาพใหญ่ของเราคือการทำเพื่อ ‘ For All Well-Being’ พอมีเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาเราก็คิดว่าแล้วเราจะเอาเทคโนโลยีไปต่อยอดการ ส่งมอบมูลค่าเหล่านี้ให้กับลูกค้าและโลกได้อย่างไร มันเป็นงานที่ท้าทายมากๆ และเราก็ทำงานร่วมกับพาร์ตเนอร์ระดับโลกอย่างเอคเซนเชอร์ ซึ่งเขาก็ตื่นเต้นมากๆ ที่ได้เข้ามาร่วมทำงานกับเรา และบอกว่า ไม่เคยคิดว่าจะมีใครที่มีโจทย์ใหญ่ขนาดนี้มานำเสนอ และตั้งใจถ่ายทอดออกมาในสเกลที่ใหญ่ขนาดนี้ ซึ่งเขาจะใช้งานที่เราทำร่วมกันเป็นกรณีศึกษา อีกไม่นานเกินรอ เราจะได้เห็นรายละเอียดออกมากัน"
“ที่สำคัญที่สุด ผมคิดว่าเทคโนโลยีเป็นเรื่องหนึ่งที่ใครก็สามารถปรับใช้ได้ แต่ที่สำคัญกว่าคือเราจะส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับกลุ่มเป้าหมายอย่างไรได้บ้าง ผมคิดว่าอันนี้คือการตีโจทย์ที่สำคัญมากๆ และเป็นสิ่งที่ MQDC ใส่ใจมากเป็นพิเศษ”