โรคประจำถิ่นไม่กระจอก

ข่าว

โรคประจำถิ่นไม่กระจอก

ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    30 มิ.ย. 2565 05:08 น.

    บันทึก

    แม้จะยอมรับว่าสายพันธุ์ย่อยของโอมิครอนคือ บีเอ.4 และบีเอ.5 จะระบาดมาถึงประเทศไทยแล้ว แต่ นพ. เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ประกาศว่าไทยพร้อมแล้วที่จะก้าวออกจากภาวะโรคระบาดร้ายแรงเข้าสู่ช่วงโรคประจำถิ่น ในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ เพราะเชื่อว่าจะไม่มีผู้ป่วยหนักเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

    เป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่มีรายงานข่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีสาธารณสุข ติดเชื้อโควิดขณะเดินทางไปต่างประเทศ ต้องกลับมารักษาตัวที่บ้าน มีข้อมูลผู้ติดเชื้อใหม่ 1,735 คน และติดเชื้อจากการตรวจด้วยเอทีเค 2,425 คน รวมเป็น 4,160 ราย เสียชีวิต 15 ราย รวมทั้งหมด 30,610 ราย

    ขณะเดียวกัน มีคำเตือนจาก ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทย ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ว่า พบข้อมูลการแพร่ระบาดของบีเอ.4 และบีเอ.5 ในยุโรปมาหลายเดือนแล้ว มีการติดเชื้อเพิ่มขึ้นวันละนับหมื่น ขอแนะนำให้คนทั่วไปฉีดวัคซีน 4 เข็ม และต้องป้องกันตนเอง เพราะจะบังคับนักท่องเที่ยวยาก กลุ่มเสี่ยงควรฉีดวัคซีนทุก 4 เดือน

    แพทย์ผู้เชี่ยวชาญอีกท่านหนึ่งที่ออกมาเตือนผ่านทางเฟซบุ๊ก ได้แก่ นพ.ยง ภู่วรวรรณ จากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ยอมรับความจริงว่า มีการติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น เพราะเป็นช่วงเปิดเทอม นักเรียนที่ติดเชื้อจากโรงเรียนจะกระจายเชื้อสู่คนในครอบครัว และจะระบาดมากขึ้นในเดือนนี้

    คาดว่าการติดเชื้อจะเพิ่มขึ้นสูงสุดในเดือนกรกฎาคม เดือนที่รัฐบาลปลดล็อกสู่โรคประจำถิ่นจนถึงเดือนกันยายน เริ่มลดลงในเดือนตุลาคมถึงธันวาคม และระบาดใหม่ในเดือนมกราคม เหมือนกับไข้หวัดใหญ่ของทุกปี นพ.ยง เชื่อว่า ขณะนี้มีผู้ป่วยมากกว่าตัวเลขที่รายงานถึง 10 เท่า เพราะผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่มีอาการ

    อีกท่านหนึ่งซึ่งออกมาส่งข้อความ ผ่านทางเฟซบุ๊ก ได้แก่ รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ แห่งคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่า ตอนนี้มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นชัดเจน โดยเฉพาะเด็กและวัยทำงาน ตัวเลขที่รายงานไม่สะท้อนสถานการณ์จริง โรคประจำถิ่นไม่ได้แปลว่า “กระจอก ธรรมดา หรือเอาอยู่” ถ้ารุนแรงถึงตายได้

    นายแพทย์ทั้งสามท่านที่ออกมาเตือน ไม่ใช่แพทย์กระทรวงสาธารณสุข แต่เป็นอาจารย์แพทย์จากมหาวิทยาลัย จึงควรรับฟังโดยโยนิโสมนสิการ คือพิจารณาโดยแยบคาย รัฐบาลต้องไม่การ์ดตกเสียเอง ส่วนประชาชนก็ยังต้องป้องกันตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการสวมหน้ากากในที่ควรสวม รักษาระยะห่าง ล้างมือบ่อยๆ เพื่อรับมือโรคประจำถิ่น.

    อ่านเพิ่มเติม...

    วิดีโอแนะนำ

    "อนุทิน"ลดระดับโควิด-19 เป็นโรคติดต่อเฝ้าระวัง
    01:17

    "อนุทิน"ลดระดับโควิด-19 เป็นโรคติดต่อเฝ้าระวัง

    ApplicationMy Thairath

    วันพุธที่ 10 สิงหาคม 2565 เวลา 14:24 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไทยรัฐกรุ๊ปเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์