หนุ่มใหญ่ผงะ คุ้ยเขี่ยขยะเตรียมเผาดันเจอ "กะโหลก-แขนขาคนโผล่" รีบแจ้ง จนท.ตรวจสอบ คาดเสียชีวิตไม่ต่ำ 1 เดือน รอผลตรวจดีเอ็นเอชี้ เป็นชายวัย 43 ปี ที่หายตัวจากบ้านไป เมื่อกว่า 6 เดือนที่ผ่านมาหรือไม่
เมื่อเวลาประมาณ 21.30 น.วันที่ 23 มิ.ย.65 ร.ต.ท.จาตุรนต์ จารุสิริลักษณ์ รอง สว. (สอบสวน) สภ.อู่ทอง รับแจ้งพระสมุหห์สมลักษณ์ ติกขปัญโญ เจ้าอาวาสวัดยางยี่แส ว่ามีลูกศิษย์วัดพบกระดูกมนุษย์ ที่บริเวณประตูน้ำยี่แส หมู่ 5 ต.กระจัน อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี จึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อม พ.ต.อ.ปราโมทย์ โพธิ์พันธุ์ ผกก. แพทย์เวร รพ.อู่ทอง เดินทางไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุอยู่ข้างประตูระบายน้ำ พบโครงกระดูกมนุษย์ ประกอบไปด้วยกะโหลกศีรษะ และชิ้นส่วนแขนขาอีกหลายชิ้น ซึ่งกระดูกบางส่วนยังมีเนื้อเยื่อและเอ็นติดอยู่ เจ้าหน้าที่จึงทำการขุดดินคุ้ยเขี่ยบริเวณดังกล่าวเพิ่มเติม ก็พบชิ้นส่วนกระดูกอีกหลายชิ้น
จากการสอบสวน นายสมพงษ์ อายุ 40 ปี ผู้พบโครงกระดูกคนแรก ให้การว่า ตนมาทำความสะอาดพื้นที่ และเผาขยะในบริเวณดังกล่าว พอใช้จอบคุ้ยขยะก็พบกะโหลกคน ทีแรกคิดว่าเป็นลูกมะพร้าว พอใช้จอบคุ้ยดูอีกครั้งก็พบว่าเป็นกะโหลกมนุษย์ จึงรีบวิ่งไปตามเจ้าอาวาสมาช่วยคุ้ย ก็พบชิ้นส่วนกระดูกอีกหลายชิ้น จึงรีบแจ้งตำรวจมาตรวจสอบ เบื้องต้นคาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 1 เดือน
...
ต่อมา นางชลอ จีนกระจัน อายุ 59 ปี ได้เดินทางมายังที่เกิดเหตุ และเล่าว่า ลูกชายตนชื่อ นายไพเราะ อายุ 43 ปี ได้หายออกจากบ้านไปเมื่อคืนวันที่ 11 พ.ย. 64 ตามหามานานแต่ไม่พบ ได้ไปแจ้งความคนหายไว้ที่ สภ.อู่ทอง พร้อมกับให้ช่วยประกาศตามหาในที่ต่างๆ ก็ไม่พบ กระทั่งได้ยินว่ามีคนพบชิ้นส่วนกระดูกคนเลยมาดู แต่ก็ยังไม่มั่นใจว่าจะใช่ลูกชายหรือเปล่า เพราะไม่มีหลักฐานอะไรเลย ต้องรอเจ้าหน้าที่ตรวจสอบอีกครั้ง
ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น นายไพเราะ มีประวัติเพิ่งพ้นโทษออกมาไม่นาน ก่อนจะหายตัวไปอย่างลึกลับ จากนั้นได้ประสานตำรวจชุดพิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.สุพรรณบุรี เพื่อตรวจสอบดีเอ็นเอ ว่ากระดูกที่พบเป็นใคร และเสียชีวิตจากสาเหตุอะไรต่อไป