ในวันงดสูบบุหรี่โลกปีนี้ มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ร่วมกับ องค์การอนามัยโลก ประเทศไทย และองค์กรภาคีเครือข่าย จัดแถลงข่าวและเสวนาผ่านระบบออนไลน์ เพื่อเชิญชวนให้สังคมตระหนักถึงอันตรายจากผลิตภัณฑ์ยาสูบที่มีต่อทั้งสุขภาพและสิ่งแวดล้อม โดยในปีนี้ องค์การอนามัยโลก ได้ประกาศคำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลกประจำปี 2565 คือ “บุหรี่ทำลายสิ่งแวดล้อม” ภายในงานเสวนา ได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขามาพูดคุยถึงผลเสียจากบุหรี่ที่ส่งผลถึงห่วงโซ่ต่างๆ ในธรรมชาติสิ่งแวดล้อม

เริ่มจากการเปิดงานเสวนาโดย ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ได้กล่าวถึงวาระสำคัญทางด้านสิ่งแวดล้อมที่องค์การอนามัยโลกได้นำมารณรงค์ในปีนี้ และประเทศไทยก็ได้นำประเด็นดังกล่าวมาขยายผล เช่น การออกกฎหมายห้ามสูบบุหรี่บนพื้นที่ชาดหาด เพื่อป้องกันขยะจากก้นบุหรี่ที่มีมากถึง 4.5 ล้านล้านชิ้นทั่วโลก กลายเป็นขยะที่ย่อยสลายยากและสร้างมลพิษให้กับสิ่งแวดล้อม มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ จึงได้นำสื่อต่างๆ จากองค์การอนามัยโลก มาใช้สื่อสารรณรงค์เพื่อนำเสนอประเด็นเรื่องผลกระทบจากบุหรี่ที่มีต่อสิ่งแวดล้อมให้คนไทยได้ตระหนักถึงความร้ายแรงที่แฝงอยู่โดยที่หลายคนอาจจะไม่รู้ตัว

หลังจากนั้น การเสวนาก็ได้เริ่มขึ้น โดยมี ผู้แทนจากองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย พญ.โอลิเวีย นีเวอราส ได้อธิบายถึง ธีม “บุหรี่ทำลายสิ่งแวดล้อม” ที่เป็นคำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลกในปีนี้ ซึ่งมีประเด็นสำคัญ เช่น มีการทำลายป่าเพื่อทำไร่ยาสูบทั่วโลกไปกว่า 9,375 ล้านไร่ ผืนดินที่อุดมสมบูรณ์ถูกนำมาทำไร่ยาสูบ ทำให้ผู้คนสูญเสียโอกาสที่จะเข้าถึงความมั่นคงทางอาหาร การผลิตยาสูบยังปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เกือบ 84 ล้านเมตริกตันต่อปี รวมถึงมีการใช้น้ำในการเพาะปลูก ผลิต กระจายผลิตภัณฑ์ ถึง 3.7 ลิตรต่อบุหรี่หนึ่งมวน เมื่อสูบหมดแล้ว ก้นบุหรี่ก็กลายเป็นขยะที่ผู้สูบทิ้งอย่างไม่เหมาะสม ทำให้สารเคมีในบุหรี่ปนเปื้อนไปในสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ นอกจากผลกระทบทางด้านสุขภาพต่อผู้สูบ ผู้รับควันบุหรี่มือสอง เกษตรกร และคนงานภายในไร่ยาสูบก็ยังมีความเสี่ยงทางด้านสุขภาพเช่นกัน ทั้งหมดนี้สามารถประมาณการมูลค่าความสูญเสียทางสุขภาพและเศรษฐกิจได้สูงถึง 3.5 แสนล้านบาทต่อปี

ทางด้าน รศ.ดร.เนาวรัตน์ เจริญค้า ภาควิชาวิศวกรรมสุขาภิบาล คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ก็ได้เน้นย้ำถึงประเด็น “ยาสูบเป็นภัยคุกคามต่อสิ่งแวดล้อมอย่างไร” โดยได้กล่าวเพิ่มเติมถึงสถานการณ์ในประเทศไทยว่า จากก้นบุหรี่ที่ถูกทิ้งทั่วโลก 4.5 ล้านล้านชิ้น จะมีจำนวนกว่า 2.5 พันล้านชิ้นที่ถูกพบในประเทศไทย ขยะเหล่านี้มีส่วนทำให้นกทะเลหนึ่งล้านตัวและสัตว์ทะเลกว่าหนึ่งแสนตัวต้องตายจากพลาสติก และยังมีผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมอีกมากมายจากสารเคมีกว่า 7,000 ชนิดที่เกิดขึ้นจากบุหรี่หนึ่งมวน ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งถึง 70 ชนิดด้วยกัน นอกจากนี้ยังได้กล่าวถึงอันตรายจากบุหรี่ไฟฟ้าที่ยังสร้างขยะไม่ต่างจากบุหรี่ก้นกรองเช่นกัน

รศ.ดร.นิภาพรรณ กังสกุลนิติ ภาควิชาวิศวกรรมสุขาภิบาล คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้นำผลเสนอวิจัยการสัมผัสควันบุหรี่มือสองของผู้ที่พักผ่อนบริเวณชายหาดที่มีชื่อเสียงในประเทศไทย 2 แห่ง ในปี 2558 พบปริมาณฝุ่นขนาดเล็ก 2.5 ไมครอน สูงกว่าค่ามาตรฐานถึงประมาณ 27 เท่า รวมถึงยังมีเด็กที่มาพักผ่อนพร้อมกับครอบครัวในบริเวณชายหาดอีกด้วย การออกมาตรการให้ชายหาดปลอดบุหรี่จึงเป็นเรื่องที่เหมาะสม เพราะนอกจากพิษที่มาจากควันบุหรี่แล้ว เศษขยะจากก้นกรองบุหรี่ยังเป็นอันตรายต่อสัตว์ทะเล และสารพิษต่างๆ ก็จะเข้าไปสะสมยังห่วงโซ่อาหารและไปสู่มนุษย์ได้ในที่สุด

นอกจากนักวิชาการทางด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว หน่วยงานที่ดูแลควบคุมยาสูบ นพ.ชยนันท์ สิทธิบุศย์ ผอ.กองงานคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ กระทรวงสาธารณสุข ก็ได้มาตอกย้ำถึงความสำคัญในการปกป้องสิ่งแวดล้อมให้ปลอดบุหรี่ โดยมี 6 ข้อเสนอทางนโยบาย ได้แก่

1.สร้างความตระหนักถึงผลกระทบของผลิตภัณฑ์ยาสูบต่อสิ่งแวดล้อม

2.ผลักดันให้ท้องถิ่น มีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายและดำเนินงานในพื้นที่

3.ส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบวิถีใหม่ปลอดบุหรี่

4.ปรับปรุงและยกระดับการบังคับใช้กฎหมาย

5.สนับสนุนให้เกษตรกรผู้ปลูกยาสูบเปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดอื่น

และ 6.ประสานความร่วมมือหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชนต้องร่วมมือกันขับเคลื่อน เพื่อร่วมกันสร้างสังคมไทยให้ปลอดควันบุหรี่

ปิดท้ายการเสวนาด้วยตัวแทนจาก กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายอภิชัย เอกวนากุล รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ได้เล่าถึงรายละเอียดของโครงการชายหาดปลอดบุหรี่ โดยมีการนำร่อง 24 ชายหาด จาก 15 จังหวัดชายทะเลที่มีชื่อเสียง เช่น หาดบางแสน หาดป่าตอง หาดหัวหิน โดยมีโทษเอาผิดกับผู้ที่สูบบุหรี่และทิ้งก้นกรองลงหาด จำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งที่ผ่านมาพบก้นกรองบุหรี่ตกค้างตามชายหาดแต่ละแห่งกว่า 1 แสนชิ้น โดยทางกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ก็พร้อมที่จะขยายผลโครงการชายหาดปลอดบุหรี่ไปยังชายหาดอื่นๆ อีก